รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Absolute Power (1997) แผนโค่นประธานาธิบดี

absolute-power-5

ลูเธอร์ วิทนี่ย์ (Clint Eastwood) คือตีนแมวลายครามที่ขโมยของที่หมายตาได้ทุกครั้ง และการขโมยครั้งล่าสุดก็น่าจะไม่มีปัญหาอะไรครับ แค่เล็งสถานที่ไว้ ดูจังหวะให้เหมาะ แล้วก็ดอดเข้าไปฉวยของออกมาจากคฤหาสน์ของมหาเศรษฐีรายหนึ่ง

แต่ระหว่างการขโมยนั้นก็เกิดเหตุไม่คาดฝันครับ มีชายหญิงคู่หนึ่งเข้ามาพลอดรักกันในห้อง ลูเธอร์เลยต้องซ่อนตัวในตู้เป็นการชั่วคราว กะจะรอให้ทั้งสองเสร็จกิจสมหวังแล้วค่อยย่องออกไป แต่เพียงไม่นานครับ ทั้งคู่กลับทะเลาะกัน มีปากเสียง ก่อนจะลงเอยด้วยการทำร้ายอย่างรุนแรง และผลสรุปก็คือ ฝ่ายหญิงเสียชีวิตทันที!

เท่านั้นล่ะครับ ลูเธอร์ได้เปลี่ยนสถานภาพจากผู้บุกรุกเป็นพยานการฆาตกรรมทันที และที่ร้ายหนักคือฝ่ายชายที่ลงมือฆ่าน่ะ เขาคือ อัลเลน ริชมอนด์ (Gene Hackman) ประธานาธิบดีของอเมริกา!

แม้ลูเธอร์จะสามารถหาทางเล็ดรอดหนีออกมาได้ แต่อัลเลนและตำรวจลับที่อยู่ในเหตุการณ์รู้ดีครับว่ามีบุคคลอื่นรู้เห็นการฆาตกรรมครั้งนี้แน่นอน สืบไปสืบมาก็รู้ชัดล่ะครับว่าคือลูเธอร์แน่ๆ จึงสั่งตามล่าลูเธอร์เพื่อปิดปาก พร้อมทั้งใส่ความลูเธอร์สารพัด ทำให้ตีนแมวเฒ่าต้องหาทางเอาตัวรอดจากประธานาธิบดีที่ทำผิดแต่ไม่ยอมรับผิดคนนี้ เพื่อความปลอดภัยของเขาเองและลูกสาว (Laura Linney) ที่เริ่มโดนทางการเพ่งเล็งเช่นกัน

ตัวหนังสร้างจากนิยายชื่อเดียวกันนี้ แต่งโดย David Baldacci ที่คอนิยายแนวสืบสวนบ้านเราน่าจะคุ้นชื่อแล้วนะครับ เพราะสำนักพิมพ์นกฮูกก็เอานิยายของเขามาแปลขายหลายเล่มมากๆ ตั้งแต่ชุด The Camel Club จนมาถึงล่าสุดอย่าง True Blue (ชื่อไทยคือ เลือดพิทักษ์ นะครับ) ส่วนเรื่อง Absolute Power นี่รู้สึกจะยังไม่มีออกมาน่ะครับ แต่ยังไงก็เหอะ ผมคนหนึ่งล่ะครับที่ชอบนิยายของพี่ Baldacci พี่แกเขียนแนวทริลเลอร์ปนการเมืองได้ อ่านมันส์ครับ ระทึกและเร้าใจดี น้องๆ Tom Clancy เลยล่ะ

แต่สำหรับตัวหนังนั้น ลีลามันไม่ได้ระทึกเท่าไรครับ เหตุผลสำคัญคงเพราะปู่ Clint ลงมือกำกับเอง และส่วนใหญ่หนังที่ปู่เขาทำก็มักจะออกมาเนิ่บๆ ไม่หวือหวาเร้าใจ แต่จะให้คนดูซึมไปกับอารมณ์และบรรยากาศมากกว่า ซึ่งถ้าว่าตามตรงก็คือ หนังออกมาโอเคครับ สัมผัสได้ถึงคุณภาพในหลายๆ จุด เริ่มจากดาราที่ขนมือดีมาทั้งแถบ นอกจากสามดารานำที่เอ่ยชื่อไปแล้ว ก็มี Ed Harris, Scott Glenn, Dennis Haysbert, Judy Davis และ E.G. Marshall แสดงดีๆ กันทั้งนั้นล่ะครับ ดนตรีก็ได้อารมณ์ มุมกล้องแม้จะไม่ฉับไวแบบคนรุ่นใหม่แต่ก็จับอารมณ์ของเรื่องราวได้ดี

กระนั้นก็ยังรู้สึกน่ะครับ ว่าหนังพร่องความตื่นเต้นลุ้นระทึกสไตล์หนังทริลเลอร์-สืบสวนไป ถ้ามีนะครับครบองค์แห่งความเจ๋งเลยล่ะ ทว่าพอตัวหนังมันออกแนวดราม่ามากกว่า ความน่าเบื่อก็เลยอาจจะมาเยี่ยมมาเยือนคนดูบ้างเป็นพักๆ เพราะหนังยาวตั้ง 2 ชั่วโมงน่ะครับ ปมอะไรก็ไม่มี คนดูก็รู้แต่แรกแล้วครับว่าใครทำ ใครผิด ใครถูก ใครดี ใครชั่ว ที่เหลือก็แค่รอว่าเรื่องจะลงเอยอย่างไร แต่กว่าเรื่องจะลงเอยได้ก็ออกแนวยืดครับ ดราม่าไป ดราม่ามา ไม่มีอะไรลุ้นๆ ตื่นเต้นมาดึงความสนใจ อย่างผมเนี่ยยังพอตาสว่างบ้างที่ได้เห็นดาราฝีมือดีๆ มาแสดงร่วมกัน (มีแอบเบื่อบ้าง แต่ยังพอไหว) แต่ถ้าใครไม่ชอบแนวเนิ่บๆ แบบปู่ Clint ล่ะก็ มีหวังเฉยๆ กับหนังเรื่องนี้แน่ๆ ล่ะครับ อาจบ่นด้วยล่ะ ว่าจืดเพราะขาดความระทึกไปหน่อย

ส่วนประเด็นที่หนังเล่นก็ตรงไปตรงมาครับ หนังตั้งคำถามให้เราลองคิดว่าจะเป็นยังไงถ้าคนเป็นผู้นำใช้อำนาจผิดทาง ทำผิดก็หาทางปกปิด แล้วยังใช้กำลังของหลวงที่น่าจะเอาไปใช้ในงานของประเทศ มาทำงานส่วนตัวกลบความผิดตัวเองอีก ผิดซ้ำผิดซ้อนเลยแบบนี้

ถ้าดูประเด็นนี้แบบมองให้คิดบวกหน่อยก็คงดูเป็นอุทธาหรณ์ให้กับคนเป็นผู้นำทั้งหลาย ไม่ว่าจะนำบริษัท นำครอบครัว นำครอบครัว เตือนให้เราคิดว่า ทำอะไรต้องมีสติ อย่าทำไปตามอารมณ์หรือกิเลสตัณหา เพราะมันอาจจะสนุกตอนเริ่ม แต่กลายเป็นสยองตอนปลายก็ได้ ดังนั้นวัคซีนกันไม่ให้เกิดปัญหาต่อชีวิตหรือต่อตำแหน่งก็คือ การไม่ทำสิ่งผิดนั่นเองล่ะครับ

จริงๆ ข้อคิดนี้ไม่ใช่สำหรับผู้นำอย่างเดียว คนทั่วไปก็เหมือนกันล่ะครับ ถ้าเรามีสติหลีกเลี่ยงการทำผิดและทำอะไรตามอารมณ์ แค่นี้เราก็ไม่ต้องมาเครียด ปั่นป่วน หรือเสียเวลาในการกลบมันแล้วล่ะ ทำถูกเข้าไว้ก็เรียบร้อย ชีวิตจะได้เดินหน้าไปเรื่อยๆ ทำอะไรก้าวหน้าได้ตลอด แบบนี้ดีกว่าเยอะ

สรุปว่าตัวหนังดี มีระดับตามสไตล์ปู่ Clint แต่พร่องในจุดที่สำคัญมากๆ อย่างความตื่นเต้นชวนติดตาม เลยทำให้องค์ประกอบดีๆ ฉายแสงได้ไม่เต็มที่ หนังเลยดูได้ ไม่เลว แต่ยังไม่เฉียบเท่าไร

แหม ก็หนังสืบสวนนี่ครับ กลับนิ่งในเรื่องการสืบสวน ทิ้งปม หรือความตื่นเต้น ก็เหมือนกินหมูซีอิ๊วไม่ใส่ซีอิ๊วนั่นแหละครับ รสมันก็ไม่เด่น ไม่เตะจมูกถูกปากเท่าใส่ซีอิ๊วหรอก

สองดาวกว่าๆ ใกล้ครึ่งครับ

Star21

(6.5/10)

Advertisements