รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Panic Room (2002) ห้องเช่านิรภัยท้านรก

11-panic-room-movie-poster

นี่คืองานกำกับของ David Fincher ชิ้นถัดมาจาก Fight Club ซึ่งเหตุผลที่เขารับทำหนังเรื่องนี้ก็เพราะตอนถ่ายทำ Fight Club นั้น เขาต้องตระเวนถ่ายตามโลเกชั่นต่างๆ ถึง 150 แห่ง ดังนั้นงานชิ้นต่อมาเขาเลยอยากทำอะไรที่มันง่ายสักหน่อย แบบถ่ายแค่ทีเดียวก็พออะไรประมาณนั้น แล้วหนังเรื่องนี้ก็เข้าแก๊บพอดี

หนังเขียนบทโดย David Koepp (Jurassic Park และ Mission: Impossible) ที่เผอิญไปอ่านเจอเรื่อง “ห้องนิรภัย” จากนิตยสาร New York Times เลยเอามาปั่นเป็นบทร่างแรกซึ่งเสร็จภายใน 6 วันครับ ก่อนจะนำมาเกลาและควานหาผู้กำกับ ซึ่งก็ได้เป็น Fincher นั่นเอง

เรื่องราวว่าด้วยเม็ก อัลต์แมน (Jodie Foster) กับซาร่าห์ (Kristen Stewart) ลูกสาวจอมรั้นของเธอ ได้ย้ายมาอยู่ในอพาร์ตเมนต์ใหญ่โตที่ภายในมีห้องนิรภัยเป็นของแถม ซึ่งในห้องก็ประกอบด้วยกำแพงแกร่งและโทรทัศน์วงจรปิดที่เห็นได้ทุกจุดในห้อง

และแล้วในคืนหนึ่งพวกเธอก็ต้องเจอกับ 3 โจรที่งัดเข้ามาและพวกมันก็มาเพื่อจะเอาของในห้องนิรภัยนี่โดยเฉพาะ แต่โชคดีครับที่เม็กไหวตัวทันเลยคว้ามือซาร่าห์หนีเข้าห้องนิรภัยแห่งนี้ทัน ก่อนพวกโจรจะเข้าถึงตัว… แต่หารู้ไม่ว่าพวกโจรนั่นก็มีแผนสำรองในกรณีที่พวกเธอหนีไปซ่อนเอาไว้แล้ว

หนังออกมาระทึก ชวนลุ้น และตื่นเต้นกำลังดีทีเดียวครับ บรรยากาศทึมๆ ได้อารมณ์กดดันดี ดาราที่คัดมาก็มือระดับยอดอยู่แล้วครับ Foster ก็เหมาะอยู่แล้วกับบทสาวแกร่งสาวมั่นที่ซ่อนความอ่อนไหวเอาไว้ ตอนเครียดกดดันก็น่าเห็นใจกันไปล่ะครับ, Forest Whitaker รับบทเบิร์นแฮม ผู้ร้ายหัวโจกที่มาพร้อมมันสมอง ซึ่งขานี้ก็เล่นได้น่าเชื่อถืออยู่แล้ว

ส่วน Dwight Yoakam และ Jared Leto มาแสดงเป็นโจรอีก 2 คนที่เป็นพี่น้องกันด้วยครับ ชื่อราอูลและจูเนียร์ โดย 2 คนนี้จะเป็นโจรประเภทโหด เห็นแก่ตัว ชอบใช้อารมณ์ และความโลภบังตา แม้จะไม่ฉลาดลึกเท่าเบิร์นแฮม แต่ไปๆ มาๆ ไอ้ความเจ้าอารมณ์นี่แหละครับที่ทำให้ไม่สามารถคาดเดาความคิดของ 2 คนนี้ได้ เรียกว่าพร้อมจะหักหลังและพร้อมจะลงมืออย่างอำมหิตได้เสมอ ซึ่งถือเป็นของเด็ดอีกประการหนึ่ง เพราะปกติแล้วโจรที่ชอบใช้อารมณ์ในหนังแนวนี้มักโง่เกินเหตุ แต่กับเรื่องนี้หนังสามารถคุมระดับไม่ให้ 2 โจรคู่นี้ดูน่ารำคาญ แต่ออกแนวระเบิดเวลาที่พร้อมจะสร้างหายนะให้ทุกคนได้ทุกเมื่อมากกว่า

ปิดท้ายด้วย Kristen Stewart ที่ขอบอกว่าผมแอบปลื้มเธอตั้งแต่เรื่องนี้แล้วครับ อันว่าปลื้มในที่นี้คือการแสดงน่ะนะครับ ผมว่าเธอเล่นได้ดี ดูเอาแต่ใจ ต่อต้านแม่ (แบบวัยรุ่น) และที่สำคัญคือเค้าหน้าใกล้ Foster มากจนเชื่อครับว่าเป็นแม่ลูกกัน

เกร็ดน่ารู้ของหนังก็คือแรกเริ่มเดิมทีคนจะมารับบทเป็นเม็กนั้นคือ Nicole Kidman ครับและบทซาร่าห์จะแสดงโดย Hayden Panettiere แต่ทีนี้ Fincher ชอบการแสดงของ Stewart มากกว่า (ว่ากันว่าเขาชอบเพราะเธอดูขี้หงุดหงิด เอาแต่ใจเหมาะกับบทดีน่ะครับ) เลยให้เธอมาเล่นเป็นซาร่าห์แทน

แต่ทีนี้ก่อนเปิดกล้องเพียง 18 วัน Kidman ที่กำลังถ่ายทำหนังเรื่อง Moulin Rouge! อยู่เกิดได้รับบาดเจ็บที่เข่าทำให้เธอต้องถอนตัวออกไป และเมื่อเรื่องเป็นแบบนั้น Fincher ก็ตัดสินใจบอกกับผู้สร้างว่าให้เลิกโปรเจคท์นี้ไปก่อนดีไหม แต่ทางสตูดิโอก็บอกให้เดินหน้าครับ ทีมงานก็ต้องควานหาดาราสาวคนใหม่มาเล่นแทน แล้วพอเวลาผ่านไป 9 วันพวกเขาก็ได้ Foster มาสวมบทแทน ซึ่ง Fincher ก็ยินดีเลยครับ เพราะจริงๆ เขาน่ะเกือบได้ร่วมงานกับเธอมาแล้วใน The Game แต่ตอนนั้นเพราะอะไรต่อมิอะไรไม่ลงตัวเลยต้องให้ Sean Penn มาแสดงแทน (ซึ่งอะไรต่อมิอะไรที่ว่าคือบทหนังน่ะครับ ตอนแรกจะให้ Foster มาแสดงเป็นลูกสาวของ Michael Douglas ซึ่งพี่แกก็อึ้งไปเหมือนกัน เพราะ Douglas เองก็มั่นใจว่าตัวเองไม่แก่ขนาดนั้น ทำให้ตองมีการปรับบทกันใหม่อย่างที่เห็นน่ะครับ)

ถือเป็นหนังพักผ่อนของ Fincher แกน่ะครับ (นี่ขนาดพักนะ 555) ทำ Fight Club แบบทุ่มเททุ่มใจไปแล้วก็ขอทำหนังตลาดนิดๆ บ้าง แต่กระนั้นก็ยังเป็นผลงานที่ลุ้นระทึกที่น่าพอใจครับ แม้จะไม่เด็ดเท่า The Game ก็ตาม

สองดาวครึ่งครับ

Star22

(7/10)

Advertisements