รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Invaders from Mars (1953)

invaders_from_mars_poster_01

ภาพยนตร์ไซไฟคลาสสิกอีกเรื่องของฮอลลีวู้ดนะครับ สร้างออกมาตอนที่หนังมะกันกำลังฮิตเรื่องราวมนุษย์ต่างดาวบุก

เดวิด แม็กคลีน (Jimmy Hunt) หนุ่มน้อยที่มีพ่อแม่ที่น่ารักและอบอุ่น (พ่อรับบทโดย Leif Erickson ส่วนแม่รับบทโดย Hillary Brooke) โดยเฉพาะกับพ่อเนี่ย สนิทกับเดวิดมากๆ ครับ เล่นสนุก แลกเปลี่ยนความรู้กันได้ตลอดเวลา เป็นพ่อลูกที่น่ารักจริงๆ

แต่แล้วคืนหนึ่งก็เกิดเหตุไม่คาดฝันครับ เดวิดได้เห็นจานบินลำหนึ่งมาร่อนที่หลังบ้าน เขาเลยรีบบอกพ่อแม่ ผลก็คือพ่อของเขาเดินไปสำรวจ… หายไปพักหนึ่ง ก่อนจะเดินกลับมาแล้วบอกว่า “ไม่มีอะไร”… แต่เดวิดรู้สึกได้เลยว่าต้องมีอะไรแน่นอน

เหตุผลก็เพราะพ่อของเดวิดเปลี่ยนไป ดูนิ่งไร้ความรู้สึก ไม่พูดไม่จา ไม่แสดงท่าทีสนิทสนมเหมือนอย่างเคย และที่แย่ที่สุดคือมีความเจ้าอารมณ์มากกว่าเก่า แค่เดวิดพูดผิดหูนิดเดียวก็ถึงกับจะทำร้ายเดวิด… นี่ไม่ใช่พ่อของหนูน้อยแน่ๆ แม้หน้าและร่างกายจะใช่ก็ตาม

เมื่อเวลาผ่านไป เดวิดก็เห็นความผิดปกติที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่คุณตำรวจที่แวะมาตรวจความเรียบร้อย ตอนแรกเป็นอย่างหนึ่ง แต่พอไปตรวจความเรียบร้อยแถบที่เขาเห็นมีจานบินร่อนลง ท่าทีก็เปลี่ยนไป เหมือนซอมบี้ผีดิบไม่มีผิด… เป็นอาการเดียวกับพ่อของเขาด้วย

เดวิดเลยยอมไม่ได้ครับ หาทางหยุดเรื่องบ้าๆ นี่โดยการสืบ จนพบเงื่อนงำว่ามีพวกต่างดาวมาตั้งฐานทัพลับอยู่แถวนั้น และยังเปลี่ยนคนทุกคนให้กลายเป็นพวกมันอีกด้วย เดวิดจึงขอความช่วยเหลือ ซึ่งโชคดีครับที่กองทัพได้รู้เรื่องนี้เหมือนกัน งานนี้เดวิดเลยต้องร่วมมือกับผู้ใหญ่ในการรับมือกองทัพมนุษย์ต่างดาวจากดาวอังคารและหาทางพาพ่อแม่กลับเข้าร่างให้จงได้

เป็นหนังเรื่องแรกๆ ที่จับประเด็นมนุษย์ต่างดาวยึดร่างมนุษย์มาสร้างความสะเทือนขวัญให้คนดู ซึ่งทำไม่ได้เลวเลยนะครับ น่าติดตามมาก และยังไม่ละเลยประเด็นความสัมพันธ์ของตัวละครด้วย เปิดเรื่องมาหนังก็ปูพื้นอย่างดีเยี่ยมเลยครับว่าพ่อลูกตระกูลแม็กคลีนนั้นน่ารักขนาดไหน อันนี้ขอชม Erickson กับ Hunt เลยครับ เล่นเป็นพ่อลูกได้เหมือนมาก เข้าขากันจริงๆ โดยเฉพาะ Erickson นี่ดูเป็นพ่อที่รักลูกมาก และด้วยการแสดงเยี่ยมๆ ตั้งแต่ต้นนี่แหละครับ ทำให้คนดูสะเทือนใจทันทีที่เห็นพ่อของเดวิดเปลี่ยนไป โดยเฉพาะฉากที่พ่อจะทำร้ายลูกนี่สะเทือนไปถึงใจเลยล่ะครับ คิดดูว่าพ่อลูกแสนรักคู่หนึ่งกลับเกิดเหตุทำนองนี้ นึกๆ ไปก็สลดใช่เล่นนะครับ

ถัดจากนั้นหนังก็ดำเนินไปแบบเนิ่บๆ แต่อร่อยได้ที่ คนดูก็ต้องมาลุ้นว่าเดวิดจะเอาตัวรอดจากสถานการณ์นี้ได้หรือไม่ เพราะพวกมันค่อยๆ เพิ่มมากขึ้นจนชักจะรับมือไม่ไหวแล้ว

หนังจะมาอ่อนพลังลงไปหน่อยตอนครึ่งหลัง เมื่อกองทัพเข้ามาแล้วก็มีฉากรบแทรกเข้ามาเป็นพักๆ ซึ่งฉากพวกนี้ถ้าเป็นคนสมัยก่อนดูอาจจะตื่นตาครับ แต่สมัยนี้พอมาดูก็รู้สึกว่ามันหลอกๆ ไม่เหมือนจริง ทำให้เกิดความน่าเบื่อขึ้นโดยปริยาย แต่อย่างน้อยก็ได้การแสดงดีๆ ของดารามาดึงไปเรื่อยๆ น่ะครับ ตอนท้ายก็ลุ้นกันสุดๆ เหมือนกันว่าจะหยุดยั้งเรื่องร้ายนี้ได้ทันหรือเปล่า

ถ้าตัดฉากรบที่เยิ่นเย้อออกไป หนังไซไฟมนุษย์ต่างดาวบุกเรื่องนี้ถือว่าสนุก น่าติดตามครับ เหนือกาลเวลาด้วย นั่นคือดูได้จนถึงยุคปัจจุบันก็ไม่เชยในเรื่องสไตล์การเล่าเรื่องและแนวความคิดที่ว่า บางครั้งคนเราจะเชื่อเฉพาะผู้ใหญ่อย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องรับฟังมุมมองของเด็กบ้าง เพราะบางครั้งมุมมองแบบเด็กๆ อาจนำมาซึ่งทางออกหรือความจริงโดยที่เราคาดไม่ถึงก็ได้เหมือนกัน

มานั่งนึกๆ ตอนนี้ก็รู้สึกทึ่งกับความคิดของคนจริงๆ นะครับ พลังจินตนาการนี่สานเรื่องราวได้อย่างไม่มีขีดจำกัดจริงๆ คนสมัยก่อนเมื่อหลายพันปีที่แล้วอาจไม่รู้จักดาวอังคารด้วยซ้ำ แต่พอถึงยุคที่ว่าก็มีคนจินตนาการซะแล้วว่ามันจะมีอะไรอยู่บนนั้นหรือไม่ ล่าสุดก็มีความพยายามถึงขนาดจะไปค้นคว้ารู้เกี่ยวกับดาวแดงดวงนั้นให้มากที่สุด… เราจะรู้อะไรอีก ในปีต่อๆ ไป น่าสนใจจริงๆ

ก็ไม่ผิดหวังนะครับ สำหรับคอหนังไซไฟเก่าๆ ทนกับ Effect รุ่นเราสู้สักนิด แล้วจับประเด็นเนื้อหาเรื่องการรู้จักหัดรับฟังเด็กบ้างมาใส่ใจ หนังเรื่องนี้ก็มีคุณค่าน่าพอใจครับ และที่ชอบเป็นการส่วนตัวคือ การเดินเรื่องไม่น่าเบื่อ เรียกว่าสาระก็มี ดูเอาบันเทิงก็ไม่ผิดหวัง

ไม่ค่อยมีอะไรให้หัก คะแนนเลยได้ไป สองดาวครึ่งครับ

Star22

(7/10)

Advertisements