Action

Soldier (1998) โซลเยอร์ ขบวนรบโค่นจักรวาล

51E1YJS43RL

อีกหนึ่งหนังที่ไม่ใคร่จะได้รับคำชมไม่ว่าจะทางใดๆ จากใครก็ตามน่ะครับ

เนื้อหาค่อนข้างง่าย ว่าด้วยอนาคตที่โลกมีการฝึกทหารแบบให้กลายเป็นมนุษย์พันธุ์อึด ไม่ต้องกินไม่ต้องนอน รบเพื่อความเป็นใหญ่ของผู้บังคับบัญชาเพียงอย่างเดียว และนายทหารที่เป็นมือวางอันดับหนึ่งก็คือ ท็อดด์ (Kurt Russell) ที่มีชีวิตแต่ไร้จิตใจ

แต่แล้วก็เป็นวัฏจักรล่ะครับ มีทหารรุ่นใหม่เกิดขึ้นที่มีพละกำลังและอำมหิตกว่า นำโดย เคน 607 (Jason Scott Lee) ผงาดขึ้นมา โค่นท็อดด์ลงได้ ทางการเลยจัดการนำเอาท็อดด์ไปทิ้งยังดาวขยะรกร้างห่างไกล แต่ท็อดด์ยังไม่ตายครับ ได้รับการช่วยเหลือจากชาวบ้านที่รักสงบบนดาวนั้น ได้รับการดูแลจากซานดร้า (Connie Nielsen) ทีนี้ก็ตามสูตรครับ พี่แกค่อยๆ ซึมวับเอาความอ่อนโยนของมนุษย์ลงไปทีละน้อย ความเป็นคนเริ่มมาก ความเป็นหุ่นสังหารเริ่มลด

ส่วนไคลแม็กซ์ก็คือ พวกเคนกับนายพลจอมโฉด เมคัม (Jason Isaacs) ได้ยกทัพมาหวังจะกวาดล้างทุกชีวิตบนดาวขยะแห่งนี้ เพื่อจะได้เอาพื้นที่ไปทำประโยชน์อย่างอื่น ท็อดด์ก็เลยต้องออกโรงสู้เพื่อปกป้องทุกชีวิตบนดาวดวงนั้น

สมัยก่อนผมมีคำถามนะว่า ทำไมพี่ Paul W.S. Anderson ผู้กำกับที่ดังมาจากการเอาเกมมาทำเป็นหนังอย่าง Mortal Kombat และหนังสยองกลางอวกาศ Event Horizon แกถึงหันมาจับงานที่ดูไม่มีเนื้อไม่มีหนังอะไรเลย ก็คิดดูสิครับ สูตรนี้ผมว่าหนังเกรดบีนำไปใช้บ่อยมาก ให้พระเอกเป็นทหารยอดฝีมือ โดนฝึกจนขาดความเป็นคน แล้วก็มีเหตุให้ต้องไปคลุกคลีกับเด็ก ที่อ่อนโยน ซึ่งฟันธงเลยต้องเป็นเด็ก เป็นคนแคระก็ไม่ได้ เป็นกระเทยก็ไม่ได้ ต้องเด็กเท่านั้น จนพี่แกมีความอ่อนโยนตามมา แล้วตอนจบ ไม่รู้ทำไมพวกผู้ร้าย มีพื้นที่เป็นล้านไม่คิดจะยุ่ง เจือกต้องเดินไปป้วนเปี้ยนที่ๆ พระเอกอยู่อีก แล้วเป็นไงล่ะ ก็โดนสอยกันร่วงหมดพอดีน่ะสิ

เนี่ยครับ เนื้อหานิ่งมาก จนไม่เข้าใจว่าผู้กำกับแกจะจับมาทำเป็นหนังทุนสูงทำไม แล้วก็งงเตกเข้าไปอีก เมื่อดูชื่อคนเขียนบท เขาคือ David Webb Peoples ที่มีงานระดับยอดมาแล้วอย่าง Blade Runner และ Unforgiven ซึ่ง Peoples บอกไว้ตอนทำหนังว่าเขากะจะให้ Soldier นี่เป็นตอนต่อกลายๆ ของ Blade Runner เพราะเรื่องาวเกิดขึ้นในจักรวาลเดียวกัน โลกยุคสมัยเดียวกัน ขนาดยานสปินเนอร์ที่มีใช้ในหนังเรื่องนั้นก็ยังมาโผล่เป็นเศษขยะในหนังเลยครับ สภาพบรรยากาศก็พยายามจับเอาสไตล์ Blade Runner มาใส่เต็มที่ จนมีข่าวลือว่ามีคนอยากเอาฉากในหนังไปทำ Blade Runner 2 ดูซักตั้ง แต่ก็เป็นข่าวโคมลอย เพราะไม่เห็นมีตามออกมาเลย นี่ก็จะ 10 ปีแล้วนะ

ก็พอเข้าใจครับ โดยบรรยากาศน่ะไม่เถียงว่าให้อารมณ์ไซไฟได้ดี มีกลิ่นอาย Blade Runner พอเหมาะ แต่เนื้อเรื่องล่ะครับพี่ เล่นเอามาธรรมดามาก เดาได้ไม่ยากเย็น ความสนุกเลยหาได้มีไม่

ดาราส่วนใหญ่มาพร้อมฟอร์มที่ดี Russell ก็ประเดิมงานหนังเรื่องนี้ในฐานะหนังช่วงขาลงของเขาได้ล่ะครับ บทเป็นทหารเหี้ยม พูดน้อย น้อยมากๆ ได้ข่าวว่ามีคนนับ หนังยาว 90 นาที คุณพี่แกพูดแค่ 104 คำเท่านั้นเอง … ก็ไม่ใช่บทที่น่าจดจำล่ะครับ พี่แกเหมาะกับบทถ้าไม่ใช่พระเอกลุยๆ ก็ต้องคนแหกกฎอย่างนายสเน็ค พลิสเกนแห่ง Escape from New York โน่น ในเรื่องเลยไม่ใช่อะไรที่ประทับใจ ส่วนคนอื่นก็พอกันครับ ออกมาเรื่อยๆ ไม่ว่าจะ Scott Lee หรือ Nielsen นางเอกของเรื่อง

รายที่พอจะเป็นสีสันได้ก็มี Isaacs ที่ชั่วได้ที่ กับ Gary Busey ดารามือดีที่ไม่ทำให้เราผิดหวัง แต่ก็ช่วยหนังไม่ได้หรอกครับ เป็นแค่ดาราสมทบเท่านั้นเอง

อีกหนึ่งหนังล่มในขบวนหนังฉลอง Warner Bros. อายุ 75 ปี เป็นปีที่ WB น้ำตาตกบ่อยมากครับ หนังเข้าเป้าไม่กี่เรื่อง รู้สึกจะมีแค่ City of Angels, Lethal Weapon 4 แล้วก็ The Negotiator เท่านั้นเอง นอกนั้นน้ำตาคลอล้วนๆ

ก็เรื่อยๆ ไม่ได้สนุกสนานครับ เอา Rambo มาดูยังมันส์กว่าอีก แต่ถ้าท่านสนใจหนังไซไฟที่ได้บรรยากาศไซไฟล่ะไม่เถียงเลยครับ ได้อารมณ์ดีจริงๆ แต่ถ้าว่ากันถึงตัวหนังก็คงต้องบอกผ่าน

สองดาวจบ

Star21

(6/10)

Advertisements