รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Scary Movie 4 (2006) ยำหนังจี้ หวีดล้างโลก

scary4_00

ยังครับ ยังไม่จบ มันสร้างต่อมาอีกเยอะแหง๋ๆ นี่ได้ข่าวว่าภาค 5 ก็จ่อรอคิวสร้างอยู่ ก็จะไม่ให้สร้างได้ไงล่ะครับ หนังทำเงินทั่วโลกเป็นร้อยล้านอ้ะ คนไปดูเรื่อยๆ แบบนี้คงไม่หายไปง่ายๆ หรอกครับสำหรับหนังชุดเนี้ย แม้ว่าความสนุกจะไม่เท่าภาคแรกก็ตาม

ภาคนี้ก็เป็นการยำครับ ยำแบบมั่วสุดๆ เอา War of The Worlds มาบวกกับ Saw, The Village, Ju – On เรื่องหลักๆ ก็ยังคงเกี่ยวกับตัวเอกอย่าง ซินดี้ แคมป์เบลล์ (Anna Faris) ที่มากี่ภาคก็บ้องแบ้วตลอด งานนี้เธอก็เปลี่ยนอาชีพมาเป็นงานรับอาสาดูแลคนชราตามบ้าน แล้วเธอก็พบว่าบ้านหลังนั้น มีอะไรที่สยดสยองสิงอยู่!

ขณะเดียวกันข้างบ้านของหญิงชราที่ซินดี้ดูแล เธอก็ได้พบกับ ทอม ไรอัน (Craig Bierko) หนุ่มนิสัยเด็กที่หย่ากับเมีย แล้วต้องมาดูแลลูกอย่างไม่ค่อยจะเต็มใจนัก แต่พอทั้งคู่ได้สบตากัน ก็เกิดความรักต่อกันครับ

ทว่า จู่ๆ ก็มีมนุษย์ต่างดาวโผล่มาจากใต้โลก มากวาดล้างมนุษย์ชาติ เอาล่ะสิ แล้วทอมจะเอาตัวรอดจากพวกมันได้อย่างไร แล้วซินดี้จะแก้คำสาปผีดุในบ้านหลังนั้นได้มั้ย แล้ว Saw มันมาเกี่ยวบ้าอะไรด้วย อันนี้มีคำตอบรออยู่แล้วในหนังครับ

ในความหเ้นผมนะครับ หนังภาคแรกมันดีที่สุดแล้วล่ะครับ ฮาสุด มุขเยอะสุดๆ คงเพราะมันสดและทีมงานค่อนข้างตั้งใจ เป็นโปรเจคท์ที่พี่น้อง Wayans ระดมสมองและตั้งใจเขียนออกมา และมันเป็นภาคแรกด้วย เลยมีมุขจากหนังเยอะกว่า สดกว่า มาภาคหลังๆ นี่ก็ต้องหลีกจากภาคแรกครับ ซ้ำมุขไม่ได้เดี๋ยวฝืด ขณะเดียวกันหนังที่จะแซวได้ก็ลดลง รวมทั้งระยะเวลาในการคิดมุขก็น้อยลงด้วย เหมือนทำงานแบบเร่งๆ น่ะครับ ผลงานภาคหลังๆ เลยชักจะฝืดบ้าง ฮาบ้าง แต่ไม่เด็ดเท่าภาคแรกอีกต่อไป

ส่วนภาคนี้ ผมว่ามันก็โอเคนะครับ พอขำบ้าง มีแป๊กเยอะเหมือนกัน แต่ผมรู้สึกว่าจังหวะหนังมันลงล็อคมากขึ้นกว่าภาค 3 ที่หลายๆ อย่างยังยำไม่เนียนนัก และมุขแป๊กก็ไม่น้อยด้วย มาภาคนี้ผมว่าจุดเด่นที่ดีเลยคือการยำครับ มันยำหนังเรื่องต่างๆ ได้เนียนดี คือไม่ได้ยำแค่สถานการณ์นะครับ มันผูกเรื่องไปกับมันได้อ้ะ ยิ่งเรื่อง Saw นี่มายำกับ Ju – on แล้วก็ War of the Worlds ได้นี่บ้ามากๆ จุดนี้นับถือเลย

นั่นแหละครับ ยำได้ไม่เลว นี่พูดถึงเนื้อเรื่องนะ ส่วนความขำก็นั่นแหละ ยังไงก็ไม่มากเท่าภาคแรกอยู่ดี ซึ่งก็ต้องทำใจครับ เพราะพี่ผู้กำกับ David Zucker นั้น นอกจากหนังชุด The Naked Gun แล้ว เรื่องอื่นก็มาแบบกึ่งแป๊กกึ่งขำแบบนี้ตลอด แต่ผมว่ามุขได้ผลมีเยอะนะ อย่างไอ้ฉากฉายจุลชีพล้อ War of the Worlds เงี้ย ถ้าใครรู้จักเพลงที่เปิดล่ะฮะตายครับ เพราะเนื้อเพลงมันบ้าสุดๆ แต่ก็ฮิตกันสุดๆ เช่นกันในอเมริกา หรือมุขไวอากร้าก็สุดๆ ครับ ฮาแตกกันไปเลยล่ะ แต่มุขมันจะมาแบบตูมๆ ครับ มาเป็นพักๆ ไม่ได้ยิงกราดตลอด

อย่างน้อยความฮาของหนังถือว่ามากกว่าภาคสามครับ อาจเพราะมีเวลาคิดมุขมากกว่าก็ได้ (ราวๆ 3 ปี) แต่ถ้าพูดถึงเรื่องถ่อยนี่น้อยครับ ต้องเข้าใจว่า Zucker แกไม่ห่ามเท่าพี่น้อง Wayans ดังนั้นคนที่ชอบมุขถ่อยๆ แบบภาคแรกต้องทำใจนะครับ มุขมันจะถ่อยแบบละเมียดน่ะ หนังได้เรต PG – 13 น่ะครับ ฮาถ่อยแบบเบาๆ เท่านั้นเอง

แต่อยากบอกครับว่านี่เป็นหนัง Scary Movie ตอนแรกที่มีฉากน่ากลัวจริงๆ โผล่มาในหนัง คืออย่างนี้ครับหนังมันล้อ Ju-On ไงฮะ และมันก็มีหลายฉากที่ต้องมีไอ้ผีเด็กปะแป้งโผล่เข้ามา ปรากฎว่ารูปลักษณ์ของผีเด็กมันยังน่ากลัวอยู่นะครับ ดีไม่ดีน่ากลัวกว่าต้นฉบับซะอีก ยิ่งไอ้ตอนคลานลงบันไดนั่นผมว่าน่ากลัวเลยล่ะครับ (ดูท่าว่าพี่ Zucker แกน่าจะลองทำหนังผีนะ ผมว่ารุ่งอ้ะ) แม้จะหักมุมมาขำก็เถอะ แต่ตอนมันโผล่มาก็อดสยองไม่ได้อยู่ดี จุดนี้ผมก็ว่าไอเดียของทีมงานชุด Zucker นี่ยังไม่แจ่วเท่าพี่น้อง Wayans ครับ ถ้าจำกันได้ภาคแรกทีมงานจะสามารถทำให้ตัวฆาตกรกลายเป็นตัวตลกแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ (อย่างไอ้ฆาตกรตอนเมายาแล้วหน้ากากเปลี่ยนไงครับ นึกยังฮาเลย) แต่กับทีมของพี่ Zucker กลับยังไม่สามารถทำให้ไอ้ผีเด็กนี่เป็นตัวตลกได้ (มิหนำซ้ำมันดูน่ากลัวด้วยครับ)

หนังเลยตลก แต่ไม่สุดๆ อย่างที่ควรครับ ถ้าจะให้ฮาตายแบบภาคแรก ทีมงานควรเอาหนังมากลับเลยครับ กลับฟิล์ม กลับเรื่องราวแบบสุดๆ มันถึงจะสุดๆ

ตอนแรกได้ข่าวว่าจะมีการล้อ House of Wax ด้วยนะครับ จะให้ Paris Hilton กับ Elisha Cuthbert มารับเชิญแต่ก็ล้มเลิกไป ก็อยากรู้เหมือนกันครับว่ามันจะล้ออีท่าไหน

ดาราในเรื่องอย่าง Faris ที่ผมว่าเธอน่ารักนะครับ แม้จะมีอะไรบ้าๆ ทำอะไรต๊องๆ ตลอดก็ตาม แต่เธอยังดูอินโนเซ้นซ์เสมอต้นเสมอปลายจริงๆ อีกรายที่แม้จะเลยวัยอินโนเซนต์มานานปีแต่ยังฮาหน้าตายอยู่ก็คือ Leslie Nielsen ของผม ดูท่าว่าผู้กำกับ Zucker แกจะเห็นแก่ความสัมพันธ์เก่าๆ จาก The Naked Gun น่ะครับ เลยตามลุงแกมาโผล่ตั้งแต่ภาคสามแล้ว รายนี้ก็ยังพอฮาแบบมาตรฐานครับ แต่รายที่ฮาเต็มๆ ก็คือ Charlie Sheen ที่แม้จะโผล่แค่ต้นนิดหน่อย แต่บ้าครับ บอกได้เลยว่าบ้าจริงๆ

เอาเป็นว่าถ้าอยากดูหนังคลายเครียดก็พอได้นะครับ ภาคนี้สนุกไม่เลว หลายมุขก็ดี อย่างไอ้มุข Brokeback Mountain ก็เหมือนกัน เล่นได้ฮาเกินคาด เอาแค่เห็นหน้า Anthony Anderson โผล่ออกมาจากเต้นท์ก็ฮาโคตรๆ แล้วล่ะครับ ดูแล้วรู้แน่ว่าไอ้คู่นี้ตุ๋ยกันชัวร์ แต่ที่โดนใจผมสุดๆ หนีไม่พ้นมุขล้ออีตา Tom Cruise นี่แหละครับ บ้าได้ใจดี ฮาแตกไปเลยล่ะครับ แต่ก็นั่นแหละ กฎสำคัญของการดูหนังล้อเลียนคือ ท่านต้องรู้มุขที่หนังอ้างอิงมาก่อนครับ ไม่งั้นดูแล้วอาจจะเอ๋อๆ ดังนั้นท่านจะฮามากฮาน้อยส่วนหนึ่งก็มาจากว่าได้ดูหนังที่โดนล้อหรือเปล่านั่นแหละ ดูก็ฮา ถ้าไม่ดูก็อาจจะพอขำแต่ก็ไม่เข้าใจความหมายที่มันล้อเลียน

ดังนั้นคำถามง่ายๆ สำหรับท่านคือ ชอบหนังตลกล้อเลียนมั้ยล่ะครับ ถ้าชอบดู เรื่องนี้ก็ถือว่าพอเพลิน แต่ดูจบแล้วก็จบกัน ไม่ชวนดูซ้ำเท่าภาคแรก เพราะภาคแรกมันน่าเก็บรายละเอียดครับ มุขมันมีทุกฉากทุกตอนจริงๆ และมุขประทับใจจ๊อดด้วย กับภาคนี้ก็แค่ป็อบคอร์นน่ะครับ กินเสร็จก็ลุกออกจากโรงได้เลย ส่วนถ้าท่านไม่ชอบหนังชุดนี้เลยก็ไม่มีเหตุผลต้องดูครับ มันครือๆ กันน่ะแหละ

หนังพวกนี้ดูแบบไม่ต้องคิดมากครับ ไม่ต้องมีสาระน่ะ แค่พอเรียกเสียงหัวเราะได้ก็นับว่าสอบผ่านแล้วครับ มาคิดๆ ดูผมชอบภาคนี้รองจากภาคแรกเลยนะครับ (แต่ก็รองอยู่หลายขุม) อย่างน้อยมันก็พอลื่น พอฮาอยู่ ถือว่า้มุขได้ผลมากสุดในบรรดา Scary Movie ภาคต่อแล้วล่ะ เพียงแต่ผมเอาภาคแรกมาเป็นมาตรวัดไงครับ เลยออกจะบ่นเยอะอยู่ แต่ถ้าดูแบบสบายๆ มันก็คลายเครียดได้ (ถ้าคุณเก็ทมุขนะครับผม)

ไม่ถึงสองดาวครับ

Star12

(5.5/10)