รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Friday the 13th (2009) ศุกร์ 13 ฝันหวาน

Fridaythe13th1201

ท่าทางว่าจะไม่ได้ดูในโรงแล้วล่ะนะครับ สงสัยคงเพราะมันโหดและรุนแรงมากๆ ล่ะกระมัง… ซึ่งผมว่าก็จริงนะครับ หนังโหดมาก แรงมาก สยองเยอะตายกันแหวะสุดๆ ซ้ำยังมีฉากโป๊เปลือยที่หนักหนาไม่น้อยอีกต่างหาก

สำหรับศุกร์ 13 ภาคนี้ก็เป็นการรีเมกแบบกึ่ง Reboot น่ะครับ เอาตำนานภาคเก่าๆ มาผสมผสานกัน โดยหนังหยิบเอาพล็อตของเจสันภาค 1 – 3 มายำรวมกันในคราวเดียวเลย (แสดงให้เห็นว่าพล็อตของเจสันสมัยก่อนมันมีอะไรไม่มากจริงๆ ครับ คิดดู ยำสามภาครวมกันในหนึ่งเดียวได้ ) โดยเล่าถึงเหตุการณ์เมื่อ 30 ปีก่อน ที่นางพาเมล่า วอร์ฮีส์ (Nana Visitor) เกิดคุ้มคลั่งไล่สังหารพี่เลี้ยงประจำแคมป์คริสตัล เลค โทษฐานที่คนพวกนั้นไม่ดูแลลูกชายของเธอ จนทำให้เขาต้องจมน้ำไป…

จากนั้นหนังก็ตัดมาอีก 30 ปีให้หลังครับ เล่าถึงวัยรุ่นกลุ่มล่าสุดที่เดินทางไปเที่ยวแถบคริสตัล เลค พอตกกลางคืนก็มานั่งล้อมวงรอบกองไฟ แล้วตามสูตรครับ พวกเขาคนหนึ่งก็เล่าตำนานเจสันขึ้นมา แล้วก็มีคนเชื่อบ้างไม่เชื่อบ้าง… แต่ไม่ต้องห่วงครับ งานนี้พวกเขาได้เจอของจริงแน่นอน…

ถัดจากนั้นหนังก็แนะนำให้รู้จักกับพระเอกของเราครับ เคลย์ มิลเลอร์ (Jared Padalecki แห่งซีรี่ส์ Supernatural อันโด่งดังนั่นไง) ที่เดินทางออกตามหาน้องสาวที่หายตัวไป (Amanda Righetti) ซึ่งเธอก็มากับกลุ่มวัยรุ่นที่ผมเล่าไปข้างต้นนั่นแหละครับ…

ระหว่างการตามหา เคลย์ก็ได้พบกับวัยรุ่นอีกหนึ่งกลุ่มที่มาเที่ยวแถบนั้นเหมือนกัน แล้วก็ได้รู้จักกับเจนน่า (Danielle Panabaker) สาวสวยที่อาสาช่วยเขาตามหาน้องสาวด้วย…

ส่วนเนื้อหาถัดจากนี้ก็แทบไม่ต้องเล่าล่ะนะครับ เจสันมา ฆ่าๆๆๆ โหดๆๆๆๆ แล้วก็ลุ้นตอนจบว่าจะจัดการสยบมันได้อย่างไร ตามด้วยบทสรุปที่แง้มๆ แย้มๆ ว่าภาคต่อจะตามมาในไม่ช้า…

Fridaythe13th1202

หนังโหดครับท่านที่เคารพ โหดมากทีเดียว ฉากการฆ่าก็จะๆ ฉากโป๊เปลือยก็เยอะ ฉากอย่างว่านี่ก็หนักเลยล่ะครับ เรียกว่าหนังติดเรต R แบบชนเพดานกันไปเลย ซึ่งก็ขอเตือนไว้ก่อนว่าถ้าไม่ชอบรสชาติเลือดๆ ฆ่าๆ แบบนี้ก็ไม่จำเป็นต้องดูครับ หนังแรงอยู่ จัดว่าแรงกว่าศุกร์ 13 ภาคที่แล้วๆ มากจริงๆ ครับ ซึ่งก็ไม่แปลกใจนะ เพราะคนกำกับก็คือ Marcus Nispel ที่เคยเอา The Texas Chainsaw Massacre มารีเมกนั่นเอง พี่แกแรงเสมอต้นเสมอปลายครับเจ้านี้

ดาราในเรื่องก็วัยรุ่นหน้าใหม่เกือบหมดครับ นอกจาก Jared Padalecki ที่คอซีรี่ส์น่าจะคุ้นหน่อย ซึ่งพวกเขาก็แสดงแบบสบายๆ ครับ จริงๆ หนังเรื่องนี้ก็ไม่ได้ดูที่การแสดงหรอกเน้อะ แหะๆ ดูสยองมากกว่าว่าจะเป็นอย่างไร

ก็บอกได้เลยว่าสยองครับ ฉากฆ่ากันรุนแรง และ… หนุ่มๆ ครับ ฉากทำนองนั้นก็แรงครับ ซึ่งบางทีก็อดรูสึกไม่ได้ว่ามันเยอะจังแฮะ แล้วก็ได้ข่าวว่า Michael Bay ผู้อำนวยการสร้างหนังเรื่องนี้จะลุกออกจากโรงกลางคันตอนรอบพรีเมียร์ ด้วยเหตุผลว่า “หนังเรื่องนี้มีฉากเซ็กซ์ซีนเยอะเกินไป” เลยทนดูต่อไม่ไหว ออกจากโรงเป็นการประท้วงเล็กๆ ซะเลย

หนังเรื่องนี้เลยต้องใช้วิจารณญาณตอนดูสักหน่อยนะครับ หรือไม่ก็ดูแบบไม่ต้องคิดมาก ผ่านมาผ่านไป สยองชั่วครั้งชั่วคราวแล้วก็จบๆ กันไป แบบนั้นดีกว่า

หนังสยองมั้ย… ก็สยองอยู่… ถ้าจะดูหนังเชือดโหดๆ สักเรื่อง ผมว่าเรื่องนี้ผ่านเกณฑ์เลยล่ะครับ ใช้ได้ เร้าใจพอตัว สยองได้เรื่อง ถ้าพูดถึงตรงนี้นับว่าไม่ผิดหวังนัก

แต่ในฐานะที่ดูหนังชุดนี้มาตลอด มันก็รู้สึกขาดอะไรไปหน่อยน่ะครับ รู้สึกว่ารสชาติมันขาดความเป็นศุกร์ 13 ไปยังไงก็ไม่ทราบ ซึ่งอันนี้ถือว่าเป็นทุกข์ประการหนึ่งของคนที่ดูหนังศุกร์ 13 อย่างผมน่ะนะครับ

ส่วนหนึ่งอาจจะเพราะความแรงน่ะครับ หนังศุกร์ 13 ภาคแรกๆ มันไม่เน้นแรงขนาดนี้ (จริงๆ ก็จัดว่าแรง แต่ก็ยังมีเพดานอยู่บ้าง) หนังภาคแรกนั้นจะเน้นสยองแบบบรรยากาศ หนังจะค่อยๆ ทำให้แคมป์คริสตัล เลคที่ดูน่าไปเที่ยวพักแรม กลายเป็นลานประหารที่แสนสยอง ซึ่งอารมณ์มันจะกลมกล่อมพอดีๆ มันจะค่อยๆ ดึงเราน่ะครับ เหมือนเราเดินไปแคมป์หวังว่ามันจะมีความสนุกรออยู่ แล้วหนังก็ค่อยๆ โอมล้อมเราด้วยความน่ากลัว…

แต่กับเรื่องนี้กลายเป็นหนังโหดเต็มคราบไปเลย ไม่มีการมาสร้างอารมณ์อะไรทั้งนั้น เน้นฆ่าๆๆๆ เป็นหลัก ซึ่งจะว่าดีก็อาจจะดีครับสำหรับคนที่อยากได้ความสยอง เพราะมันตรงประเด็นเลยว่า ฆ่าแหลก แต่กับคนที่ดูหนังศุกร์ 13 มาเยอะก็อาจจะรู้สึกบางอย่างแบบผมก็ได้

โดยส่วนตัวแล้วนะครับ จุดแข็งของศุกร์ 13 สี่ภาคแรก คือ ความสยองแบบกินบรรยากาศ กับ ดราม่าของตัวละครครับ ซึ่งอย่างหลังนี่ผมถือว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้หนังศุกร์ 13 ไม่โล่งโถงจนเกินไป เพราะหนังไล่ฆ่าส่วนมาก (และหนังศุกร์ 13 ตั้งแต่ภาค 5 ลงมา) จะละเลย ไม่ค่อยสร้างมิติให้ตัวละครเท่าไร แต่กับศุกร์ 13 นี่ไม่ใช่ครับ มันจะมีฉากเล็กๆ น้อยๆ ทำให้เรารู้สึกผูกพันกับตัวละคร แล้วก็สลดใจยามพวกเขาต้องโดนเจสันสังหาร เช่น วัยรุ่นบางคู่ซึ่งเป็นคนดีน่ะนะครับ แล้วก็มาพบรักกันที่แคมป์ แต่ก็โดนฆ่า อะไรทำนองนี้น่ะครับ ซึ่งจะเป็นการทำให้เราเกลียดเจสันมากกว่าเดิมโดยปริยาย และอยากให้พี่แกโดนกำจดอย่างสาสม

แต่กับเวอร์ชั่นใหม่นี้ ตัวละครเยอะนะครับ ทว่าวัยรุ่นแต่ละรายไม่ค่อยมีมิติเป็นเรื่องเป็นราว มีแต่พวกกวนๆ เก๋าๆ อย่างหนุ่มเอเซียที่ชื่อ เชวี่ (Aaron Yoo) เป็นต้น ไม่ค่อยมีตัวละครรายไหนที่น่าเอาใจช่วยเลยครับ ไม่ค่อยผูกพัน แล้วบางอารมณ์ยังรู้สึกเลยว่าพวกนี้อะไรจะไร้สาระได้ขนาดนี้หว่า เลยไม่สะเทือนใจเท่าที่ควรตอนพวกเขาโดนเก็บ

กล่าวคือ สยองน่ะพอดี แต่สลดน่ะไม่มากเท่าไร (ยกเว้นคนที่โดนฆ่ารายท้ายสุดน่ะครับที่ช็อกและชวนสลดพอสมควร)

… แต่ดูๆ ไป หนังก็เหมือนกับจะสะท้อนความเป็นวัยรุ่นในยุคปัจจุบันเหมือนกันนะครับ ว่าค่อนข้างแรงขึ้น ห่ามขึ้น ฉากอย่างว่าก็เหมือนกันครับ มันไม่ได้โป๊อย่างเดียว แต่ยังแทรกพฤติกรรมแบบที่วัยรุ่นมะกันยุคนี้ชอบทำ (แม้แต่บ้านเราก็ยังทำครับ) เช่น ถ่ายวีดีโอไป มีเซ็กซ์กันไป เป็นต้น

… ก็น่าคิดเหมือนกันว่า Marcus Nispel เขาแทรกอะไรเหล่านี้ลงมาให้เราคิดตามหรือเปล่า… หรือแค่ใส่ลงมาอย่างเดียว อันนี้ก็ไม่ทราบได้

แต่เราลองคิดตามก็ดีล่ะครับ ว่า หนังสอนให้เราอยู่บนความไม่ประมาท… สังเกตไหมครับว่าในอเมริกาน่ะเขาจะมีตำนานพวก Urban Legends อยู่มากมาย โดยเฉพาะตำนานที่เล่าเพื่อเขย่าขวัญวุ่ยรุ่นที่ชอบชวนกันไปลองของในบ้านร้างหรือชวนกันไปตั้งแคมป์ในป่าเป็นต้น เขามักจะเล่าว่าให้ระวังนะ เดี๋ยวจะมีฆาตกรอำมหิตโผล่มาฆ่า

เรื่องเล่าพวกนี้มองได้สองมุมครับ มุมแรกคือหลอกเด็ก ให้เด็กกลัว จะได้ไม่ไปทำอะไรห่ามๆ ลับหลังผู้ใหญ่

อีกมุมก็คือเป็นการเล่าเพื่อกระตุ้นเตือนสติ ยามไปเที่ยวจะได้ไม่หลงระเริงกับความสนุกจนเกินเหตุ จะได้ลืมหูลืมตาระวังภัยเอาไว้บ้าง เพราะส่วนมากวัยรุ่นเวลาอารมณ์สนุกและคะนองมันครอบงำ ก็จะขาดสติล่ะครับ ยิ่งมีสุราเหล้ายามาเกี่ยวล่ะก็ แต่ละคนก็ได้ล้มพับ นอนแหม่บกันเป็นแถวแน่นอน

เรื่องเล่าพวกนี้จึงมีขึ้นให้เด็กทำอะไรอย่าห่ามเกินไป พอดีๆ จะดื่มจะคึกก็พอให้รู้สติ เพราะในความจริงแล้ว เรื่องเล่าพวกนี้ก็มีเค้ามูลความจริงอยู่บ้างล่ะครับ ประเภทว่าคนไปตั้งแคมป์แล้วก็โดยทำร้าย หรือโดนฆ่า ซึ่งก็มีกรณีแบบนี้เกิดขึ้นเสมอ ซึ่งส่วนมากคนที่ตกเป็นเหยื่อก็เมามาก หรือไม่ก็ขาดสติ ไม่มีความระวัง ก็เลยพบเข้ากับเรื่องเลวร้ายแบบนี้

เจสันก็เป็นเหมือนตัวแทนของอันตรายชนิดหนึ่งยามที่เราไปเที่ยว ไปสนุก ไปเฮ้ว นั่นแหละครับ มันมาได้ทุกเมื่อโดยที่เราไม่รู้ตัว เราก็ควรตระหนักไว้ครับ ยามไปเที่ยวไปไหน มันอาจมาได้เสมอ… ไม่ได้หมายถึงเจสันนะครับ หมายถึง โจร ขโมย อันธพาล หรืออุบัติเหตุ… เราจึงควรประคองสติพร้อมรับมือครับ ไม่ใช่คิดว่ามาสนุกก็เลยเมาเต็มคราบ จนไม่มีแรงป้องกันตัวเองหรือช่วยเหลือผู้อื่นยามเกิดภัย

ดูหนังพวกนี้จะว่าไปก็ใช่ว่าจะได้แต่ความสยองนะครับ มันก็มีมุมให้เก็บไปคิด ให้เอาไว้ระวังตัว เตือนสติตนอยู่เหมือนกัน

แต่ก็นั่นแหละครับ ผมนั้นออกจะชอบต้นฉบับมากกว่า ทั้งๆ ที่ปริมาณเลือดและฉากโหดๆ อาจน้อยกว่ากันมาก แต่ความน่ากลัวมันเยอะกว่าครับ มันสร้างบรรยากาศได้ดีกว่า และตัวละครก็มีมิติกว่าด้วย อันนี้ก็ความชอบส่วนตัวน่ะนะครับ

เอาล่ะ สรุปว่าหนังก็โหด น่ากลัว สยองอยู่ครับ ได้เห็นเจสันเวอร์ชั่นสยองโหดแบบเต็มที่ก็น่ากลัวประมาณหนึ่ง เป็นหนังศุกร์ 13 ยุคใหม่ครับ แรง เร็ว โหด เข้ากับความชอบของตลาดในปัจจุบัน แต่จุดเด่นในตัวนั้นไม่ใคร่จะมีนะ คือถ้าถอดเอาตัวเจสันออกไป หนังก็จะไม่ต่างอะไรจากหนังสยองไล่ฆ่าทั่วๆ ไปน่ะครับ ไม่เหมือน The Texas Chainsaw Massacre ที่ดูแล้วมันรู้สึกว่า มันมีความเด่นเฉพาะตัวอยู่

แฟนศุกร์ 13 ก็ตามไปดูกันได้นะครับ ดูแบบเพลินๆ สยองๆ ซึ่งหนังก็ตอบสนองได้ดีครับ อ้อ แถมเกร็ดนิดหน่อยนะครับ ว่ากันว่าตอนแรกผู้สร้างกะจะเปิดตัว ทอมมี่ จาร์วิส ในภาคนี้ ซึ่งแฟนศุกร์ 13 เจ้าเก่าน่าจะจำได้ครับว่าเขาคนนี้เป็นตัวเอกที่เด่นมากในหนังชุดนี้ เนื่องจากพี่แกเป็นคนที่ลงมือเล่นงานเจสันจนถึงตายได้ แต่โครงการนี้ก็พับไปครับ เพราะทีมงานและ Nispel ตั้งใจจะเดินเรื่องตามแบบฉบับของตนเอง โดยไม่อิงกับฉบับเก่าให้มากเกินไป ก็เลยขึ้นตำนานใหม่แบบนี้แหละครับ

สองดาวครับ

Star21

(6/10)