
เดี๋ยวหาว่าไม่รักหนังไทยครับ มันต้องดูกันหน่อย
ส่วนดูแล้วจะต้องมาร้องไห้เสียดายตังค์ทีหลังก็ว่ากันอีกที
แว่บแรกที่เห็นโปสเตอร์นี่ ดงพญาไฟตามมาหลอกหลอนทันทีครับ
(ดูแล้วซึ้งใจ น้ำตาไหลพราก … ตังค์ผ้มมมมมมมมม) พอดูแล้วก็ไม่ได้ดีกว่ากันเท่าไหร่หรอกครับ
อ่านที่ผมเขียนถึงนี่หลายคนคงใจไม่ดีกับหนังเรื่องนี้แล้วล่ะนะครับ อิอิอิ 
เฮ่อ ไม่ได้อย่าจะบ่นหรอกครับ แต่ไหนๆ ก็ดูแล้วน่ะ ผมว่าถ้าไม่ดูแล้วมาบ่นนี่มันไม่ค่อยจะเหมาะนะครับ ประมาณว่าคาดโทษดูถูกหนังเรื่องโน้นเรื่องนี้ก่อนจะดูมันไม่ค่อยจะเข้าทีเท่าไหร่ เพราะเรายังไม่ได้ดู แต่กับเรื่องไหนถ้าดูแล้วก็ว่าไปอย่าง ก็เราเป็นผู้บริโภคนี่ครับ การจะคอมเม้นท์ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เหมือนเราบอกกับใครๆ ว่าอาหารเจ้านี้อร่อยหรือไม่อร่อยนั่นแหละ
แต่กับการคอมเม้นท์หรือรีวิวหนังนี่อาจจะต่างไปบ้างครับ เพราะเรื่องแบบนี้มันเป็นความชอบส่วนตัว ลางเนื้อชองลางยาอยู่แล้ว ดังนั้นก็ให้คิดซะว่านี่เป็นการแชร์ การเล่าสู่กันฟังแล้วกันนะครับผม
เฮ่อ ร่ายนาน พอสมควรแก่เนื้อที่แล้ว ก็รีวิวกันดีกว่า 
เรื่องเริ่มที่ตำนานของเขตป่าที่ชื่อว่า ป่าพญาเมฆ สถานที่ที่ว่ากันว่ามีอาถรรพ์และสิ่งลึกลับอาศัยอยู่ ใครเข้าไปไม่เคยได้ออกมา แต่แล้วก็อย่างที่รู้ครับ มันต้องมีคนเข้าไปจนได้ คือพอดีมีการตามล่าโจรร้ายครับ มันหนีมา นายตำรวจที่มาตามล่าก็คือ ผู้หมวดวุฒิ (วัชระ ตังคะประเสริฐ) ก็นำพวกมากลุ่มใหญ่ครับ มาตามจับโจรที่นำโดย นาซอ (ชลัฏ ณ สงขลา) แล้วพวกโจรบ้านี่ก็ดันหนีเข้าป่าที่ว่า ทำให้ตำรวจทั้งหลายจำใจต้องตามเข้าป่าไปล่ามันครับ
และแน่นอนครับ ในป่านั่นพวกเขาต้องเจอกับอาถรรพ์มากมาย แล้วใครจะรอดกันมาบ้างก็ลองเดากันดูนะครับ ส่วนจะเช่ามาดูมั้ยอันนี้ก็สุดแท้แต่จะพิจารณา แต่ถ้าถามผมล่ะ ขอแนะอย่างผู้หวังดีว่า อย่าดีกว่าครับ (ตรงไปมั้ยเนี่ย)
มันแปลกดีนะครับ อืมม์ คือจริงๆ เนื้อเรื่องการผจญภัยเนี่ยมันน่าสนใจ และหนังเข้าป่านั้นส่วนมากมักจะน่าดู เพราะป่ามันมีเสน่ห์บางอย่างที่ดึงดูดครับ มันลึกลับและสวยงามในเวลาเดียวกัน แต่ผมก็สังเกตมานานแล้วนะ ว่าหนังเมืองนอกที่มีเนื้อเรื่องเข้าป่าไปผจญภัยน่ะ มันมักให้ความรู้สึกว่าน่าดู แต่ทำไมพอเป็นหนังบ้านเราทีไร พอรู้ว่าเนื้อเรื่องมันเป็นการเข้าป่า ความอยากดูดันหดหายไปซะทุกทีซีเอ้า
ทีนี้เลยลองสังเกตตนเองครับ ว่าเพราะอะไรหนอเราถึงไม่ได้นึกอยากจะดูหนังแนวนี้ของไทยเลย (ที่ดูเรื่องนี้ก็เพราะอยากลองของน่ะครับ ไม่ใช่อะไรหรอก เพื่อนๆ มันโบกมือหยอยๆ ห้ามแทบตายตอนผมเช่ามาดูน่ะ)
ผมว่านะฮะ มันเป็นหลายๆ อย่างประกอบกัน จุดด้อยของหนังบ้านเรามีหลายอัน อย่างแรกเลยคือ Effect อันนี้คงต้องยอมน่ะ มันแต่ไหนแต่ไรแล้ว
แต่ผมว่าไอ้เรื่อง Effect นั้นยังไม่ใหญ่เท่าเรื่องบทและการผูกเรื่อง ตามด้วยความตื่นเต้น อ้า สำคัญนะครับทำเป็นเล่นไป บางคนบอกนี่ไม่ใช่หนังชีวิตนะ จะต้องมาให้ความสำคัญเรื่องบทอะไรอีก
ในความหมายผมที่บอกว่าบทสำคัญนี่ไม่ได้หมายถึงการมาปูปมชีวิตตัวละครหรืออะไร แต่ผมหมายถึงบทที่สร้างความมันส์น่ะ อย่างในหนังชีวิตบทที่ดี บทที่เข้มข้นจะสามารถทำให้หนังหนักแน่นได้ เช่นเดียวกันครับ ในหนังแอ๊คชั่นก็ต้องเขียนบทเขียนฉากที่สามารถทำให้คนดูตื่นเต้นและมีอารมณ์ร่วมไปกับมันได้เช่นกัน
และขณะเดียวกัน บทดีก็ต้องมาพร้อมการเซ็ทฉาก การวางกล้องที่ดีด้วย บางทีฉากไม่เลว แต่กล้องถ่ายออกมาแบบโมโนโทน ดูยังไงอารมณ์ก็ไม่ตาม
ในเบื้องต้นกล่าวคือ หนังควรมีบทที่น่าติดตาม แอ๊คชั่นก็ควรเร้าใจ และมุมกล้องก็ควรสร้างความมันส์
ประจวบเหมาะเหลือเกินที่หนังเรื่องนี้ไม่ใคร่จะพบอะไรที่ผมว่าเลยครับ
อย่างฉากแอ๊คชั่นทั้งหลาย ดูแล้วก็งั้นๆ ครับ ฉากยิงกันกลางป่าเงี้ย มันออกมาแบบธรรมดาเลยอ้ะ ยิงก็ยิงๆๆๆ กล้องก็วางไว้อย่างนั้น พระเอก – ผู้ร้ายอยู่คนละฟากก็ยิงกันแค่นั้น แล้วผู้ร้ายก็ล่าถอยไป จบ! มานั่งคิดดูตกลงฉากนี้ไม่ได้สำคัญอะไรกับเรื่องเท่าไหร่เลย แม้จะมีคนบาดเจ็บก็เถอะ แต่คนที่เจ็บนั่นเป็นใครก็ไม่รู้
นี่ก็เลยได้จุดด้อยมาอีกอัน ตัวละครครับไม่ได้คาแร็คเตอร์ให้คนดูรู้สึกผูกพันเลย … ไว้ค่อยย้อนมาพูดดีกว่า เดี๋ยวจะไปไกล กลับมาเรื่องฉากยิงนะครับ
อย่างฉากยิงนี่ ผมว่าควรทำให้มันรู้สึกว่าฉากนี้มีการเคลื่อนไหว ทำให้เนื้อเรื่องเดินต่อไป อย่างเช่นระหว่างยิงกัน อาจจะให้พระเอกวางแผนกับเพื่อนๆ ว่า “เฮ้ย เดี๋ยวกูจะดอดไปด้านหลังมันนะ คุ้มกันให้ด้วย” แล้วก็ให้พระเอกวิ่งเข้าไป หรือให้หลบไปทางน้ำก็ได้ การทำแบบนี้จะทำให้ฉากที่ว่ามีความหมายขึ้นครับ เช่น ให้คนดูได้รู้จักคาแร็คเตอร์พระเอกมากขึ้น หรือจะให้รู้จักคาแร็คเตอร์ผู้ร้ายมากขึ้นก็ได้ เช่น ถ้าไม่ให้พระเอกเป็นฝ่ายบุก ก็ให้ผู้ร้ายเป็นฝ่ายวางแผน อย่างเล็งปืนไปที่กิ่งไม้ แล้วยิงเพื่อให้กิ่งไม้ลงมาทับลูกน้องของพระเอกอะไรเงี้ย อีแบบนี้ช่วยเพิ่มดีกรีความชั่วร้ายและความมีสมองของผู้ร้ายได้อีกเยอะทีเดียว แล้วก็ให้มันมองตาแบบหยิ่งผยองกับพระเอกอีกช็อตหนึ่งก็ได้ แบบเนี้ย มันก็ได้อะไรขึ้นแล้ว ดีกว่ายิงเปล่าๆ ให้เปลืองกระสุน
ก็นั่นแหละครับ ตัวอย่างนะที่ผมว่าไป คือนอกนั้นทั้งเรื่อง ฉากแอ๊คชั่นก็ไม่ได้มีความมันส์เลยครับ มุมกล้องธรรมดา บางทีก็แคบไปด้วยซ้ำ ทั้งๆ ที่บางฉากควรเก็บรายละเอียดให้ครบๆ ก็ดันเล่นซะแคบเชียว
อืมม์ ว่าอะไรอีกดีล่ะ ก็แอ๊คชั่นไม่มีอะไรนะครับ ความน่าติดตามก็ไม่มี คือดูแล้วไม่รู้จะดูไปทำไมน่ะครับ ไม่ดึงดูดให้อยากดูต่อเลย จริงๆ หนังแบบนี้มันควรมีการสร้างปมนะครับ หรือไม่ก็มีการเล่าเรื่องลึกลับในป่าเป็นระยะเพื่อเรียกน้ำย่อยและดึงคนดูให้อยู่กับหนัง และเรื่องเล่านั้นก็ควรให้มีพลังด้วยครับ ให้รู้สึกเลยว่า “เฮ้ย พระเอกกำลังจะเข้าปากเสือแล้วนะเว้ยเฮ้ย”
แต่นี่ดูๆ ไป ไม่รู้สึกเลยครับว่าป่ามันจะมีอาถรรพ์อะไร มันก็ป่าเหมือนเดิมอ้ะ คือจริงๆ ประเด็นนี้นะครับ โจทย์ก็คือ ทำยังไงให้ป่าธรรมดามีกลิ่นอายสยองขึ้นมา ยกตัวอย่างก็เช่นพวก Anaconda น่ะครับ แม่น้ำที่เราเห็นในหนังทำไมมันจึงทำให้เรารู้สึกได้ว่า “มันต้องมีอะไรอยู่ใต้นั้น” ทั้งๆ ที่มันก็เป็นแม่น้ำสายหนึ่งเท่านั้นน่ะ
ซึ่งจุดนี้การปูพื้นเรื่องราวก็สำคัญน่ะครับ ปูการรับรู้คนดูว่า “แม่น้ำ” = “ตัวอะไรซ่อนอยู่” มันต้องทำให้คนดูเชื่อมตรงนี้ให้ได้ อาจจะโดยการเล่าหรือการให้เห็นภาพ แต่กับไพรีฯ หนังเล่าสะเปะสะปะครับ จับตำนานไม่ได้ซักอัน และตำนานที่เล่าก็ไม่ได้ดูน่ากลัวหรืออะไรเท่าไหร่เลย เรียกว่าไม่แรงพอในความรู้สึกของคนดู
และเอาเข้าจริง ไอ้อะไรที่เจอกันในป่าก็ไม่ได้ชวนลุ้นด้วยครับ เสนอออกมาอย่างงั้นๆ น่ะ
อีกอย่างที่นึกได้ คือป่าครับ ตามปกติป่ายิ่งลึกบรรยากาศต้องยิ่งอึมครึมเพื่อทำให้คนดูรู้สุกว่า “โอ้ นี่เข้าใกล้ไคลแม็กซ์แล้ว” แต่ในเรื่อง จะลึกแค่ไหนมันก็ป่าเดิมน่ะครับ ไม่ได้ทะมึนขึ้นเลย 
ส่วนไอ้งูยักษ์ที่เห็นตรงโปสเตอร์นั่นก็ไม่รู้จะโผล่มาทำไมล่ะครับ มาแป๊บๆ แล้วก็เสียชีวิต … ซะงั้นน่ะ
นี่ผมชักจะบ่นมากเลยนะครับ แต่ทำไงล่ะฮะ มันมีอะไรให้พูดถึงเยอะนี่หน่า แม้จะไม่ใช่แง่ดีก็เถอะ
บทไม่มีอะไรน่าจดจำ ความตื่นเต้น แอ๊คชั่นก็เท่านั้น ดารา อ้าใช่ เริ่มจากพี่แอนดี้ ดารานำ ไม่ทราบว่าพี่ท้องผูกหรือเปล่าครับ ปั้นหน้าหงุดหงิดโอเวอร์แอ็คทั้งเรื่อง อะไรมันจะหงุดหงิดได้ขนาดนั้น แล้วหงุดหงิดแบบน่าหมั่นไส้ด้วยนะครับ มันไม่ใช่แอนตี้ฮีโร่อ้ะ มันผู้ร้ายชัดๆ คือถ้าผมเป็นลูกน้องล่ะทิ้งให้แกไปลุยป่าคนเดียวเลยครับ ไล่ออกก็ยอมอ้ะ เพราะหัวหน้าแบบนี้มีแต่พาลูกน้องไปตายครับ เจ้าอารมณ์ ดุด่าเป็นว่าเล่น ไปๆ มาๆ ผมออกจะเชียร์ผู้ร้ายให้ยิงพี่แกทิ้งซะเลยครับ หมดเรื่อง 
เนี่ย พระเอกขาดเสน่ห์ ส่วนเจ้าอื่นๆ ก็ไ่ม่มีอะไรให้พูดถึงครับ สาวๆ ก็สวยดีครับ มีน่ารักด้วย แต่ก็ช่วยหนังไม่อยู่หรอกครับ หลายๆ ครั้งก็ไม่ค่อยเป็นธรรมชาติเท่าไหร่
สรุปเลยนะครับ (จะมีใครอ่านถึงตรงนี้มั้ยเนี่ย แล้วผมก็บ้าพิมพ์ด้วยวันนี้ เล่นซะหมดแม็กเลย) หนังไม่มีอะไรเลยจริงๆ แต่ถ้าถามว่าผมเสียดายตังค์มั้ย ในส่วนที่เป็นหนังน่ะผมเสียดายอยู่แล้วครับ แต่ถ้าเป็นส่วนอื่นๆ อย่างจุดพร่องของหนังที่ผมเอามานั่งคิดแตกหน่อนี่ผมกลับเห็นว่าผมกำไรนะ เออ เหมือนกับเราได้รู้ว่าหนังเขาพร่องตรงไหนและควรจะเพิ่มตรงไหนอย่างไร มันก็เป็นประโยชน์ครับ ในกรณีที่ท่านอยากจะทำหนังหรือแม้แต่เขียนนิยายก็เถอะ มันจะช่วยท่านได้ในการบอกว่า อันไหนไม่ควรทำ แต่อันไหนควรทำน่ะท่านต้องมาคิดเอง หรือไม่ก็ควรไปหาหนังดีๆ มาดูแล้วทำตามนั้น
แม้หนังจะไม่ดี แต่ผมก็หากำไรจากมันได้น่ะครับ
ดาวกว่าครับ

(4.5/10)
หมวดหมู่:Action, Adventure, Horror, Monster Movies, Movie Reviews, Thai Movies










