
หนังภาคแรกนี่ถือเป็นหนังแนวแวมไพร์ที่ผมรักและชอบเป็นอันดับต้นๆ เลยนะครับ เพราะออกมาสนุกลื่นไหลดีมากๆ การเดินเรื่องดี มีอารมณ์ขันและความสยองพอเหมาะ รวมไปถึงตอนท้ายก็ลุ้นกันตัวโก่ง นักแสดงก็มือดีสุดๆ คาแร็คเตอร์ในเรื่องนี่ก็ถือว่าสร้างมาได้ดีสุดๆ และแน่นอนว่าภาคแรกมันดังครับ โกยเงินไปเยอะเหมือนกัน นโยบายการสร้างภาคสองเลยต้องเกิดเป็นเรื่องปกติ
เรื่องราวภาคนี้ต่อเนื่องจากครั้งก่อนครับ หลังจากชาร์ลี บริวสเตอร์ (William Ragsdale) รอดชีวิตและพิชิตแวมไพร์อายุ 1,000 ปีนามว่าเจอร์รี่ แดนดริจด์ลงไปได้ เขาก็ดูเหมือนจะมีชีวิตใหม่ครับ ได้เรียนที่ใหม่ ได้เจอแฟนสาวคนใหม่นามว่าอเล็กซ์ (Traci Lind) และยังไปมาหาสู่กับปีเตอร์ วินเซนต์ (Roddy McDowall) นักแสดงหนังแวมไพร์ที่เคยร่วมกันปราบเจอร์รี่ในภาคที่แล้ว
แต่เรื่องราวยังไม่จบครับ เพราะได้มีผู้หญิงลึกลับนามว่า เรจีน (Julie Carmen) เข้ามาหว่านเสน่ห์ใส่ชาร์ลี และเขาเองก็หลงเธอหนักมาก มากจนปีเตอร์รู้สึกผิดสังเกต ทำให้เกิดการตามล่าหาความจริงขึ้น และสิ่งที่ปีเตอร์กลัวก็เป็นจริง เพราะเรจีนคือแวมไพร์สาวที่มาเพื่อจัดการกับชาร์ลีโดยเฉพาะ แล้วเธอคือใคร และงานนี้พวกชาร์ลีจะเอาตัวรอดได้อีกหรือไม่ก็ต้องลองติดตามครับ เพราะงวดนี้เรจีนมีองครักษ์มากันเพียบ
ผมว่าเนื้อเรื่องภาคนี้ไม่เลวนะ แต่การเดินเรื่อง ลีลาต่างๆ มันเบาไปหน่อย คือภาคก่อนมันออกแนวทึมๆ ชวนกดดันและให้อารมณ์ผวาๆ มันเลยทำให้น่าติดตามตลอดครับ แต่กับภาคนี้ช่วงต้นมันออกจะลอยไปหน่อย และบางอย่างก็ไม่สมเหตุสมผลเท่าไหร่ อย่างการที่ชาร์ลีต้องไปพบจิตแพทย์เพื่อลบล้างความเชื่อเกี่ยวกับแวมไพร์ คือผมไม่เข้าใจน่ะครับว่าชาร์ลีจะไปลบล้างทำไม พี่แกออกจะชอบเรื่องแวมไพร์จะตายไป หรือถ้าจะบอกว่าชาร์ลีจะเริ่มชีวิตใหม่เลยอยากลืมเรื่องเก่าๆ แล้วพี่แกจะไปมาหาสู่กับปีเตอร์อีกทำไมล่ะ ถ้าอยากลืมจริงก็น่าจะไม่ไปหาแล้ว

ดังนั้นช่วงแรกๆ เลยออกจะตะหงิดๆ ครับ แม้แต่ตอนที่เรจีนปรากฎตัวอารมณ์หนังก็ยังเบาเกินไป จนทำให้ตัวละครตัวนี้ไม่น่าสนใจเท่าเจอร์รี่ แดนดริจด์ในภาคที่แล้ว ภาคก่อนตัวเจอร์รี่จะเก๋าครับ ท่าทางดีและดูฉลาด มีมาดกำลังเหมาะ มาทีไรล่ะขโมยความเด่นไปได้ทุกที แต่กับเรจีนแม้หน้าตาเธอจะดูลึกลับ แต่รัศมีความน่าเกรงขามของเธอไม่มากเท่าเจอร์รี่ครับ อันนี้เลยออกจะเสียดายเหมือนกัน
แต่ความน่าติดตามจะมาอยู่หลังจากตอนที่ปีเตอร์เล่นมุกกระจกไร้เงา ประมาณว่าแวมไพร์จะไม่มีเงาในกระจกครับ ภาคที่แล้วปีเตอร์รู้ว่าเจอร์รี่คือแวมไพร์ก็เพราะอันนี้นี่แหละ มาภาคนี้ก็เหมือนกัน พอหนังดำเนินมาถึงฉากที่ว่านี่ความน่าติดตามกระฉูดครับ แต่หลังจากนั้นผมว่าหนังก็กลับมาเบาอีกเดินเรื่องช้าๆ เชื่องๆ ตามเคย ไม่เหมือนภาคก่อนที่เร่งเร้าตลอด แม้จะเนิ่บแต่ก็จะมีความฉงนมีปมมาให้เราคิดตาม เหมือนกับที่หนังภาคแรกมันจะเนิ่บมันจะช้าลงเพื่อให้คนดูคิดตามน่ะครับ แต่ในภาคนี้มันเบาและไม่มีปมให้คนดูคิดอีก เพราะพอหนังเฉลยว่าเรจีนมาทำไมแล้ว คนดูก็รับรู้ได้ในทันทีครับว่าชาร์ลีและพวกโดนเล่นงานแน่ๆ แต่หนังดันยืดเวลาออกไปอีก เลยทำให้หนังดูอืดไปโดยปริยาย กว่าจะสนุกจริงๆ ก็ต้องรอให้เข้าช่วงท้ายเหมือนเดิมล่ะครับ ซึ่งก็ยังดีที่ฉากสู้กันตอนท้ายมันยังสนุกตีคะแนนนิยมขึ้นมาได้บ้าง
ดังนั้นภาคนี้ว่าตรงๆ เลยคืออ่อนกว่าภาคแรก แต่ก็ไม่ได้แปลว่าห่วยนะครับ แม้ผมจะบอกว่ามันอืดมันเฉื่อย แต่ก็ยังดูได้เรื่อยๆ ถือว่าพอดูได้สำหรับหนังแวมไพร์ซักเรื่อง เพราะอย่างน้อยดาราก็ดี Roddy McDowall ยังเป็นสุดยอดครับ แสดงได้น่ารักเหมือนเคย หนังคงจืดลงเยอะเลยล่ะครับถ้าไม่ได้พี่แกมาช่วยน่ะ ส่วน Ragsdale ก็กลางๆ ครับ ผมว่าแกจะมาเด่นจริงๆ ก็ตอนประกบกับ McDowall นี่แหละ ส่วน Carmen กับบทเรจีนก็บอกแล้วว่าเธอยังไม่ขลังเท่าที่ควร น่าจะร้ายกว่านี้มีอะไรมากกว่านี้หน่อย แต่ก็ไม่เลวครับ ไม่ถือว่าเลวร้าย ในขณะที่สาวสวย Traci Lind ก็น่ารักมากครับ บทเธอก็พอจะเด่นขึ้นในตอนท้ายของเรื่อง
จัดว่าพอไหวครับ หนังกำกับโดย Tommy Lee Wallace แห่ง Halloween III: Season of the Witch ขานี้ผมว่าทำหนังได้ไม่เลวนะ ดูได้เรื่อยๆ ส่วนเรื่องที่สุดยอดตลอดกาลของพี่แกก็คงหนีไม่พ้น Stephen King’s It ครับ ที่เข้มข้นตื่นเต้นได้ใจมากๆ สำหรับเรื่องนี้หนังจัดอยู่ในข่ายดูได้ตามสไตล์แกล่ะครับ แต่ไม่ได้ขึ้นแท่นจนต้องชมแต่อย่างใด
ก็ถือว่าเป็นภาคต่อที่พอทำเนาครับ อาจไม่สนุกเท่าภาคแรกนะ แต่คิดซะว่าได้มาดูบทดีๆ ของ McDowall แล้วกันครับ ก็ถือว่าโอเคสำหรับหนังแนวแวมไพร์
สองดาวครับ

(6.5/10)
หมวดหมู่:Horror, Movie Reviews, Vampire Movies










