Action

Snakes on a Plane (2006) เลื้อยฉก เที่ยวบินระทึก

snakes-on-a-45

จริงๆ ท่านแทบจะไม่ต้องมาอ่านบทวิจารณ์ของผมหรือของใครทั้งสิ้นล่ะครับ เพราะเชื่อเถอะถ้าท่านอยากดูล่ะเป็นตรงรี่เข้าไปดูตั้งแต่วันที่มันเข้าแล้วจริงมั้ยครับ เห็นๆ อยู่หนังมันเกี่ยวกับงูไล่กัดคนน่ะ ลองว่าชอบแนวนี้ต่อให้มีอนาคอนด้ามาพันขาท่านก็คงต้องตามไปดูล่ะจริงมั้ยครับ

และลองมาพิจารณาดีๆ บ้านเราไม่รู้ถูกเส้นอะไรกับหนังสัตว์ร้าย เพราะเห็นทำเงินทำทองมาไม่รู้กี่เรื่อง อย่าง Anaconda ทั้งสองภาคก็โกยไปร่วมๆ ร้อยล้าน (ภาคล่ะร้อยล้านนะครับ) พวก Deep Rising ก็ครึ่งร้อยล้าน หรือแม้แต่หนังเกรดบีปลาซิวปลาสร้อยอย่าง Octopus, Crocodile ยังทะลึ่งทำเงินไปร่วมๆ 10 ล้าน

แล้วเท่าที่สังเกตมาหลายครั้งเลยครับวันไหนหนัง Vcd ออกนะ ปรากฎว่าหนังแนวสัตว์โลกน่ารักมักจะหายไปจากเชลฟ์ก่อนเพื่อน ในขณะที่หนังเรื่องอื่นๆ ต่อให้ดังและเป็นหนังรางวัลแค่ไหนก็ยังสงบเสงียมเจียมอยู่บนชั้นน่ะแหละ

มันน่าคิดเหมือนกันที่อะไรหนอดึงคนดูเข้าโรงหรือไม่ก็หยิบแผ่นหนังแนวสัตว์โลกน่ารักแบบนี้ติดไม้ติดมือกลับบ้านไปดูประจำ … ไม่ต้องถามใครหรอกครับ ผมถามตัวเองนี่แหละ (เพราะคนที่เอาเงินไปสุมให้พวก Crocodile หนึ่งในนั้นก็มีผมอยู่ด้วยน่ะแหละครับ

ถ้าลองหาคำตอบผมว่ามันเป็นเรื่องธรรมดานะ คนเราลึกๆ ก็ใฝ่หาความตื่นเต้นอยู่เหมือนกัน และการดูหนังแนวนี้ประเภทมีฉากโหด ฉากฆ่า เลือดสดๆ สาดเต็มฉากมันก็คืออะไรที่ทำให้ใจวาบได้ ก็เหมือนเรื่องผีน่ะแหละครับ แม้มันจะน่ากลัวจนฟังแล้วต้องฝันร้าย แต่ยังไง๊ยังไงถ้ามีโอกาสก็อยากขอลองฟังซักเรื่องสองเรื่อง

อีกอย่างเวลาดูหนังแบบนี้มันสบายใจตรงที่ เราดูไปอาจตกใจอาจวาบบ้าง แต่ก็นั่งดูแบบไม่คิดมาก เหมือนนั่งรถไฟเหาะน่ะครับ เอาเสียวอย่างเดียว ซึ่งก็พอจะเป็นคำตอบเหมือนกันว่าทำไมยอดเช่าหนังแนวสยอง แนวเบาสมองหรือเบาสาระทำไมมันมักจะมากอยู่ประจำ นั่นก็เพราะบางครั้งคนเราก็ต้องการความบันเทิงเพียวๆ ที่ไม่มีสาระมาเกี่ยว

คือมีสาระก็เป็นกำไรไป แต่ถ้าไม่มีก็ไม่ถือว่าขาดทุน เพราะมันไม่จำเป็นต้องมีอยู่แล้ว หนังแบบนี้ตัดสินให้ยุติธรรมก็คงต้องดูตรงความสนุกนี่แหละว่ามีหรือไม่มี ดูแล้วตื่นเต้นหรือไม่อะไรแบบนี้มากกว่า

และสำหรับหนังสยองเกรดบีๆ เอๆ เรื่องนี้ ในเรื่องความตื่นเต้น ผมเห็นจะต้องบอกว่า มันมีครับ

เนื้อเรื่องง่ายมากฮะ คือนายฌอน โจนส์ (Nathan Phillips) ไอ้หนุ่มคนหนึ่งระหว่างขับรถมอเตอร์ไซค์เล่นอยู่ดีๆ ก็ดันไปเห็นการฆาตกรรมอัยการเข้า และเขาเห็นหน้าฆาตกรเต็มๆ นั่นคือ เอ็ดดี้ คิม (Byron Lawson) มาเฟียตัวเอ้ที่กำลังต้องคดีมากมาย แต่เนื่องด้วยไร้หลักฐานพี่ท่านเลยรอดมาได้ แต่งานนี้ฌอนสามารถเล่นงานเขาได้ล่ะครับ หากได้ขึ้นเป็นพยานล่ะก็ ทำให้ FBI ต้องเข้ามาทำหน้าที่คุ้มกันพยานปากเอก และนำตัวเขาไปให้ถึง LA ให้ทันเวลาไต่สวน และเจ้าหน้าที่สองรายที่รับงานนี้ก็คือ เนวิลล์ ฟลินท์ (Samuel L. Jackson) กับ จอห์น แซนเดอร์ส (Mark Houghton) ซึ่งดูก็รู้ว่ามือเก๋าทั้งคู่

แต่แน่ล่ะครับ เจ้าพ่ออย่างเอ็ดดี้จะยอมเข้าซังเตได้ง่ายๆ เหรอ ทางเดียวที่เขาต้องทำคือปิดปากพยานรายนี้ไม่ให้พูดอีกต่อไป แต่ครั้นจะไปเอาปืนจ่อฆ่ามันก็ไม่เข้าท่านัก หรือจะเอาระเบิดไปถล่มเครื่องก็ไม่ได้ เพราะมันสาวถึงตัวเขาได้ ยิ่งตอนนี้ตำรวจกำลังเพ่งเล็งอยู่ พี่เอ็ดดี้เลยมาเหนือเมฆ โดยการสั่งงูใส่กล่องจัดส่งขึ้นไปบนเครื่องบิน แล้วก็ตั้งเวลาระเบิดไว้เปิดกรงครับ กะให้พอเครื่องบินไปถึงกลางทางแล้ว งูทั้งหลายก็จะออกมาเลื้อยพาเหรดไล่ฉกผู้โดยสารให้เครื่องมันตกตายทั้งลำ ทีนี้พยงพยานไม่ว่าจะคดีเก่าหรือคดีงูนี่ก็จะไม่เหลือครับ (คิดแผนได้เหลือกินพี่ )

snakes-on-a-plane-01-di-1

จากนั้นหนังก็แนะนำตัวละครหมอปากหอมคอ และพอถึงเวลาก็ตูม กรงเปิด งูเลื้อยออกมา แล้วมิหนำซ้ำงูพวกนี้ยังผ่านการฉีดฟีโรโมนมาด้วย (ซึ่งจะทำให้งูคลั่งกว่าปกติ) งานนี้เสร็จครับ พอมันออกมาถึงชั้นโดยสารก็จบกัน ผู้โดยสารกว่าครึ่งต้องมาโดนฉกตายอย่างสยดสยอง ส่วนที่เหลือก็ต้องมาหาทางเอาตัวรอดจากสถานการณ์ที่ปิดตายอย่างแท้จริง (เพราะจะเปิดประตูหนีไปนอกเครื่องก็ไม่ได้ครับ … ก็มันบินอยู่อ้ะ!)

ได้แต่ภาวนาครับ โชคดีท่านทั้งหลาย …

ครับ ผมรู้ ฟังเนื้อเรื่องแล้วมันไม่มีอะไรอ้ะ แค่งูขึ้นเครื่องมันจะยังไงอีกล่ะ อย่างมากก็แค่ตัวละครที่เหลือหาทางเอาตัวรอดแล้วก็สู้ๆ จนจบเรื่อง มันจะมีอะไรอีก ก็เหมือนหนังเกรดบีทั่วๆ ไปน่ะแหละ ซึ่งท่านก็ถูกครับ … แต่ในความเห็นผม ท่านถูกครึ่งเดียว

ที่ว่าท่านพูดถูกก็เพราะ มันจริงครับ เรื่องราวมันมีแค่งูไล่กัด แล้วด้วยความเป็นหนังฮอลลีวู้ดก็เลยพยายามสรรหาเหตุผลใส่ลงไปหน่อยว่างูมันไปโผล่บนเครื่องได้ยังไง ให้พอมีที่มาที่ไปแบบไม่น่าเกลียด (แต่มีเหตุผลยังไงมันก็ยังไร้เหตุผลอยู่ดีน่ะแหละ ฮ่าๆๆๆ

แล้วก็เข้าสูตรนิ่งก่อนจะเกิดเรื่อง นั่นคือให้เรารู้จักตัวละครในเรื่อง ให้เราผูกพันไปซักหน่อย แล้วพอได้ที่ก็ให้งูไล่ขยี้ทันที แล้วก็ต้องมีฉากวับๆ แวมๆ เป็นยาดำแทรกให้มันครบสูตร ก่อนจะมีฉากตายอีกมากมาย (มั่นใจได้อย่างหนึ่งสำหรับหนังแนวนี้ครับ ใครมี Sex ต้องซี้แหงแก๋ ประมาณว่าคนคู่นี้กำลังจะขึ้นสวรรค์ สุดท้ายพวกเขาเลยโดนส่งไปสวรรค์จริงๆ สมใจซะเลย 555 … ขำๆ ครับอย่าคิดมาก สัปดนวันละนิดจิตหมกมุ่น เอ้ย แจ่มใสๆ)

ฉากตายก็ต้องสยองครับ มีเลือดมีหน้าเละๆ เฟะๆ มีศพเกลื่อน สถานที่ก็ต้องจำกัด ไม่ได้ลงทุนมากมายอะไร ตามด้วยฉากเสียสละ และฉากหาทางเอาตัวรอดในวินาทีสุดท้าย ซึ่งเป็นสูตรสำเร็จขนานแท้จริงๆ อันนี้ผมเลยยอมรับโดยดุษฎีว่า Snakes เรื่องนี้ครบเครื่องเรื่องเกรดบี

แต่ขณะเดียวกันตัวหนังเองก็ไม่ได้เห่ยเฟยนะครับ เพราะจะว่าไป หนังเองได้ยำเอาจุดดีของหนังแนวนี้มาใส่ลงไปไม่ใช่น้อย เหมือนกับรู้ว่าตัวเองไม่มีความใหม่ เลยพยายามใส่สิ่งที่ดีๆ ลงไปเพื่ออุดรูให้มากที่สุด

ประการแรกคือความตื่นเต้นครับที่ยัดลงมาแบบต่อเนื่อง สถานการณ์บ้าๆ สารพัดหรืออุปสรคมากมายถาโถมมาตลอด ไม่จากงูก็จากเครื่องบิน ไม่งั้นก็คน หนังใส่ลงมาค่อนข้างพอเหมาะและแต่ละมุขก็ไม่ได้เลอะเทอะจนเกินไป จุดที่ผมชอบมากๆ คือหนังไม่มีมุขเสี่ยวๆ ประเภท ซีนแบบค่อยๆ แพนกล้องไปที่ตัวละครตัวหนึ่ง ค่อยๆ ซูมเข้าไป ทำท่าเหมือนกำลังมีอะไรจะทำร้ายตัวละครตัวนั้น แล้วก็มีดนตรีกดดัน จากนั้นกล้องก็จะฟุบซูมเข้าไป ฟรึ่บ! “อ้าว เธอเองเหรอ ทำอะไรเนี่ย ตกใจจังเยยยยยย ไอ้มุขหลอกเด็กอาร์ซีเอแบบนี้ไม่มีครับ คือถ้ากล้องซูมเล็งที่ใครนี่คืองูเลื้อยไปหามันแน่อ้ะ ฉากตอนงูไล่ฉากกัดผู้โดยสารก็ออกมาสยองดี จริงๆ แค่เราเห็นงูกัดคนนี่ก็ไม่ไหวแล้วนะครับ แต่หนังก็พยายามออกแบบฉากการกัดแบบหลากหลายสุดๆ ฉกตาบ้าง ฉกแบบสามตัวรุมบ้าง โอย ตายทรมานจริงๆ เลย ยิ่งตอนที่กล้องแพนไปตามที่นั่งที่เต็มไปด้วยศพผู้โดยสารนี่ให้อารมณ์สยองดีจริงๆ และยังพ่วงด้วยอารมณ์หดหู่อีกต่างหาก (ไม่รู้สิครับผมดูแล้วมันได้อารมณ์สะเทือนใจนะ ประมาณว่าไม่น่ามาตายกันเลยคนพวกนี้ ต่างก็ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ทั้งนั้น)

อีกอย่างคือหนังมีจุดช็อคความรู้สึกนะ คือตามปกติหนังแนวนี้หากแนะนำตัวละครตัวไหน ก็มักจะแปลว่าตัวนั้นจะเป็นหนึ่งในกลุ่มตัวเอกนะครับ และโอกาสจะตายก็น่าจะเป็นรายหลังๆ แต่นี่ปรากฎว่าตอนต้นมันแนะนำหลายคนนะ เราก็นึกว่าสงสัยนี่แหละกลุ่มตัวหลัก แต่ที่ไหนได้หลายเจ้าเลยครับเสียชีวิตตั้งแต่ตอนงูโผล่ออกมาตอนแรกน่ะแหละ โดยส่วนตัวผมว่าเป็นแนวทางที่ฉลาดนะ คือมันช็อคคนดูได้และจะทำให้คนดูไม่อาจคาดเดา คนที่จะตายอาจเป็นใครก็ได้อะไรอย่างเนี้ย ก็ถือว่าไม่เลว แต่เอาเข้าจริง ดูเหมือนจะช็อคแค่ตอนแรกครับ ตอนหลังจุดนี้ก็ไม่ค่อยได้เอามาเล่นเท่าไหร่

และหนังไม่เยิ่นเย้อครับ เล่าแต่เนื้อๆ เปิดมาเล่าเรื่องฌอมไปเห็นสิ่งที่ไม่ควรเห็น แล้วก็รีบๆๆ ขึ้นเครื่อง แล้วก็แนะนำๆๆๆ แล้วก็งูกัดเลย คือไม่มีฉากไหนที่ดูแล้วเสียเวลานะ มันออกมาเหมาะน่ะครับ พอดีพอเจาะ ไอ้การจะไปเพิ่มฉากดราม่าแบบให้ผู้โดยการมานั่งพูดคุยก็มีแบบพอดีๆ ไม่ไ่ด้ดูยัดเยียด หรือฉากการเสียสละแม้จะไม่มาก แต่หนังก็สื่อตรงนี้อย่างชัดเจนครับว่าสิ่งที่ผู้เสียสละทำมันมีคุณค่านะ แต่ถ้าหนังจะพร่องก็คงเป็นประเด็นดราม่ากับความเศร้าน่ะครับที่หนังออกจะรีบๆ ผ่านไปหน่อย แต่ก็นั่นแหละ ผมว่าหากจะไปเสริมเพิ่มมากไปมันจะเอียนได้น่ะครับ มันแนงสยองอ้ะ ใส่ซึ้งมากไปมันจะพาลเสี่ยวได้นะครับ

โดยรวมๆ ต้องถือว่าหนังทำได้ดีครับ คือมีในสิ่งที่ควรมี และเอาเฉพาะสิ่งที่สร้างความบันเทิง และสยองและตกใจลงมา ไอ้ส่วนน่าเบื่อตัดทิ้งออกหมด หยอดมุขฮาลงมาหน่อย ผมเลยค่อนข้างพูดได้เต็มปากว่าหนังบันเทิงครบสูตรครับ ถ้าลองว่าชอบหนังแบบนี้ ก็ไม่น่าจะผิดหวังนะ ส่วนไอ้เรื่องเหตุผลน่ะลืมๆ ไปเถอะครับ คิดซะว่าเหมือนดูหนังกำลังภายในอ้ะ ไอ้พวกจะมาเหาะๆๆ ไต่กำแพงต้างแรงโน้มถ่วง หากมามัวคิดว่า “เอ๊ แต่เซอร์ไอแซค นิวตันกล่าวไว้ว่า …” แบบนั้นก็ไม่ต้องทำมาหากินกันล่ะครับ หนังขายบันเทิงนะพี่ ไม่ได้มาสอนฟิสิกส์ เช่นกัน ผมมั่นใจว่า Snakes ไม่ได้มีเจตนามาเป็นสื่อประกอบการสอนวิชาสัตววิทยาอย่างแน่นอน

พอดูหนังจบก์ทำความเข้าใจได้ไม่ยากว่าทำไมพี่ Samuel L. Jackson ถึงยินดีรับเล่นเมื่ออ่านบท ก็เพราะพี่แกหวังเล่นเอามันส์เต็มที่ บางคนบอกว่าชื่อหนังเสี่ยวจัง แต่ขอโทษครับเพราะชื่อเสี่ยวๆ นี่แหละพี่ท่านถึงเอาตามาชายมอง และบทหนังที่ไม่มีอะไร แต่ผมว่าตอนถ่ายทำตอนซ้อมบทคงจะสนุกกันน่าดู เอาแค่ตอนเล่นกะงูนี่ก็ตื่นเต้นเหลือหลายแล้ว ประสบการณ์แบบนี้ไม่มีวางจำหน่ายตามร้านขายยาทั่วไปครับ คงเป็นครั้งหนึ่งในชีวิตที่พี่แกอยากลองลิ้มให้เป็นเกียรติประวัติว่าครั้งหนึ่งตูเล่นกะงูในหนังที่ชื่อมีเสี่ยวๆ มาแล้ว ได้ข่าวว่าทีมงานจะเปลี่ยนชื่อให้ดูดีกว่านี้ครับ แต่พี่ Samuel นี่แหละบอกกเลยว่า ผมเล่นหนังเรื่องนี้เพราะชื่อดั้งเดิมนี้นะ ขืนเปลี่ยนมีเรื่อง ทำให้ชื่อนี้ยังอยู่รอดปลอดภัยมาได้

และไม่ว่าจะอย่างไรผมว่าการใช้ชื่อนี้ ถูกต้องครับ โอเคมันเสี่ยว มันฟังไร้กึ๋น แต่อยากให้ท่านลองช้าลงสักนิดแล้วคิดซักหน่อยว่า … มันทำให้ท่านจำชื่อหนังเรื่องนี้ได้จริงมั้ยล่ะครับ

ไม่รู้จะด้วยความตั้งใจหรือแผนการตลาดหรือไม่ แต่หากใช่ล่ะก็คงต้องบอกว่าคนคิดนี่โคตรเยี่ยมวรยุทธ ทำการโปรโมตหนังโดยที่แทบจะไม่ต้องเปลืองแรงเสียค่าป้ายให้มากมาย แค่เอาชื่อที่สามารถทำให้คนดูเอามาพูดปากต่อปากเป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์ได้แค่นี้ก็สบายแฮไปไม่รู้เท่าไหร่ต่อเท่าไหร่

และแทบจะเป็นเรื่องปกติ เหมือนคนคิดแผนจะรู้สันดานมนุษย์เราว่า คนเราไอ้เรื่องดีๆ ไอ้สิ่งเท่ห์ๆ น่ะไม่ค่อยเอามาถกกันหรอก แต่การกระทำไหนที่มันโง่ๆ หรือไม่เข้าท่า สภากาแฟมักยินดีเปิดต้อนรับเอามาลงเป็นองก์ปาถกเสมอ

ไม่ต้องอื่นไกลระหว่างเรื่องคนทำดีช่วยคนต่างชาติ กับนักการเมืองบางคนทำอะไรเลอะเทอะ อะไรหนอที่เรานิยมเอามาพูดกันแบบยาวนานมากกว่า

ทำมาหากินเรื่องสื่อนี่บอกตามตรงว่าหากฉลาดสังเกตสังกาธรรมดาวิสัยของคนให้ทะลุปรุโปร่งล่ะ รบร้อยครั้งย่อมชนะไม่ต่ำกว่าครึ่งล่ะน่า

ดังนั้น ชื่อไร้กึ๋นแบบนี้ ในความคิดผม แมร่งแฝงกึ๋นแฝงดี แฝงเซี่ยงจี๊ตับไตไว้ไม่ใช้น้อย เพราะหากลองมาคิดเป็นแผนภูมิดู

ชื่อหนังเสี่ยว —> เราเอาไปบ่น = ดูเหมือนเราจะเป็นฝ่ายฉลาดที่เอาเรื่องเสี่ยวๆ มาพูด
แต่ที่ไหนได้ … เราเอาไปบ่น —> ทำให้หนังดัง = เราโปรโมตให้มันโดยปริยาย

ใครฉลาดกว่าใครกันแน่หนอ?

ชี้ชวนให้คิดแบบขำๆ นะครับผม อ้ะ กลับมาที่พี่ Samuel ซึ่งรายนี้เล่นหนังเรื่องไหนเป็นตัวอะไรก็ไม่ต้องห่วงแกหรอกครับ แกทำได้หมด ยิ่งเรื่องนี้ก็เล่นเป็นบุคลิกประจำแกอยู่แล้ว ใส่เสื้อหนังดำ ผิวดำ ออกห้าวๆ ลุยๆ อารมณ์รุนแรง สบถถี่ยิบ ทำหน้าเข้มทั้งเรื่อง (นี่ผมยังแอบคิดเลยนะ ทำไมไม่ทำเป็น Shaft ตอนต่อเลยหมดเรื่อง มีตีกับเจ้าพ่อด้วยเนี่ย) ก็สบายแกล่ะครับ เหมือนมาพักร้อนแบบไ้ดตังค์มากกว่า (แค่ต้องฝ่าดงงูนิดหน่อย)

ในขณะที่ดาราเจ้าอื่นก็พอเสมอตัวล่ะครับ อย่างเจ๊นางเอกแคลร์ มิลเลอร์ แอร์สาวที่ทำหน้าที่ให้เที่ยวบินนี้เป็นวันสุดท้ายก่อนจะลาออกไปเป็นทนายความ (เห็นความเป็นสูตรชัดมั้ยครับ ทำงานวันสุดท้ายแล้วมาเจอเรื่องเนี่ย ไม่สู้ตรแล้วจะเรียกว่าไง) ก็รับบทโดย Julianna Margulies อดีตดารา ER ที่พอตบเท้าออกมาจากห้องคุณหมอก็ยังไม่มีอะไรแจ้งเกิดในระดับเมเจอร์ซะที ในเรื่องเธอก็ไม่ได้เด่นอะไรหรอกครับ เจอความดำของพี่ Samuel ข่มไปเยอะเหมือนกัน แต่ก็ไม่เสียหายอะไร ได้ตังค์อยู่แล้วนี่เน้อะ

Nathan Phillips ในบท ฌอน พยานปากซวยที่ต้องมาเจอไล่ฆ่าแล้วเจองูไล่ล่าอีก นี่ก็เป็นอีกรายที่โดนรัศมีความดำข่มไปเยอะ (จริงๆ พี่ Samuel แกข่มรัศมีทั้งลำน่ะแหละครับ คนอะไรฟะน่ากลัวกว่างูอีก) แต่ก็มีช่วงตีตื้นตีคะแนนเหมือนกันตอนที่ออกโรงช่วยผู้โดยสารที่กำลังจะหมดทางเนื่องจากงูทะลักเข้ามา และตอนจบก็มีอะไรให้ใจหายอีกนิดหน่อย แต่สารภาพนะครับว่าผมยังจำหน้าแกไม่ได้เท่าไหร่จำได้แค่บทที่แกเล่นนี่แหละ

และตามสูตรครับผม ต้องมีสาวๆ อุดมสมบูรณ์และมันก็ถูกต้องนะคร้าบบบบบบบบ โฮ่ๆๆๆๆ ก็เริ่มจาก Rachel Blanchard ในบทเมอร์เซเดส สาวนักธุรกิจสุดสวยที่มาพร้อมหมาตัวหน้อย เธอก็มาสวยเป็นหลักครับ น่ารักไม่มีตก แต่รายที่ได้ใจผมไปนานนมกาเลแล้วก็คือ Sunny Mabrey สาวสวยน่ารักที่เคยโผล่ใน XXX ภาค 2 แล้วก็เป็นตัวเอกในหนัง Species ภาค 3 (ซึ่งใช้เธอไม่คุ้มอย่างแรง! แค้นนะเนี่ย) มาเรื่องนี้เธอก็ยังน่ารักไม่มีตกครับ แสดงเป็นทิฟฟานี่ แอร์ผมทองที่ทำงานคู่กับแคลร์ เอาแค่ตอนเล่นหูเล่นตากับฌอนนี่ก็เหลือกินแล้วล่ะจ้ะ ฮุๆๆๆ และยังมี Elsa Pataky เธอคนนี้บางท่านอาจไม่รู้จัก แต่เผอิญผมปลื้มเธอมานานเหมือนกันครับ เธอเป็นนางเอก Beyond Re-Animator แล้วก็ Romasanta ซึ่งโดยส่วนตัวผมว่าเธอไม่ได้สวยอย่างเดียวนะ ฝีมือเธอก็มีครับ อย่างในเรื่องก็เล่นเป็นมาเรีย คุณแม่ที่กระเตงลูกน้อยขึ้นเครื่อง ตอนคุณเธอร้องไห้หรือตกใจนี่น่าสงสารจริงๆ คอยเอาใจช่วยลุ้นทั้งเรื่องน่ะครับ (จริงๆ ผมเอาใจช่วยทั้งสามสาวน่ะแหละ แฮะๆๆๆ … เอกลักษณ์ของเอกบุรุษอีกแล้วเรา) แต่จริงๆ ครับ Elsa เล่นได้ดีจริงๆ

และดาราอีกรายที่หากไม่พูดถึงคงหยาบคายก็คือ Lin Shaye ดาราเก๋าที่มาเล่นเป็นเกรซ แอร์รุ่นดึกที่เสี่ยงตายช่วยมาเรียกับลูก รายนี้ถือเป็นดาราขาเจิมของค่าย New Line Cinema (ผู้สร้างเรื่อง Snakes นี่แหละ) คือเธอมักโผล่ไปในหนังแทบทุกเรื่องที่หลุดมาจากค่าย NL น่ะครับ (คอหนังเฟรดดี้หรือพวกกลิ้งงับงับๆ น่าจะจำเจ๊แกได้ดี) สำหรับฝีมือผมคงไม่ต้องสาธยายครับ ตลกก็ได้ ในหนังสยองก็ไหลลื่น หรือแม้แต่บทชวนสะเทือนใจเธอก็ไม่เป็นรองใครเช่นกัน

โดยรวมๆ ทีมดารานับว่าดีล่ะครับ แสดงได้ดี แต่ก็ไม่มีใครเด่นเกินพี่ Samuel ส่วนตัวหนังก็กำกับโดย David R. Ellis แห่ง Final Destination 2 และ Cellular ซึ่งเรื่องก่อนๆ ก็ไม่ถึงกับชอบนะ แต่ก็ไม่เลว และสำหรับเรื่องนี้ดูเหมือนฝีมือแกจะสุกงอมพอตัวครับ ทำออกมาไหลดีมาก มีอะไรยัดลงไปแบบไม่เกินควร คุมหนังได้อยู่น่ะครับ เพราะบทหนังที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไรนี่ต้องอาศัยลูกเล่นและการพลิกแพลงของผู้กำกับกันเยอะเลยทีเดียว และเขาก็ทำได้ไม่ผิดหวัง แม้จะไม่สดใหม่มาก แต่ก็แน่พอจะเอาไปเทียบกับหนังแนวสัตว์ๆ เก่าได้แบบไม่อายเค้า

แต่ที่แปลกคือดนตรีครับ ของ Trevor Rabin ที่ปกติขานี้โอเค ทำหนังเร้าๆ ได้โอเค แต่ในเรื่องต้องบอกว่าจำดนตรีติดหูแทบไม่ได้เลย ส่วนมากจะไปเน้นซาวน์เสียงงูและเสียงเครื่องบิน เสียงคนกรีดร้องมากกว่าครับ

เอาล่ะท่านทั้งหลาย ชอบหนังตื่นเต้นมั้ยครับถ้าชอบล่ะก็ไปดูกันเลย แต่ใครกลัวงูก็ระวังหัวใจจะวายไว้หน่อยล่ะครับ มันมาเป็นฝูงเลยจริงๆ แต่ถ้าท่านชอบแนวนี้เชื่อเถอะครับ มันดีกว่าหนังเกรดบีที่เราคุ้นเคยในรูปแบบ VCD กันเยอะมากๆ แต่ถ้าถามว่าเทียบกับ Anaconda หรือ Deep Rising ล่ะก็ คงตอบยากล่ะครับมันคนละอันกันน่ะ อันนั้นมันผจญภัยบวกเข้าไปด้วย แต่นี่มันมาแนว Air Force One ภาคที่มีงูมาแทนที่ประธานาธิบดี เอาเป็นว่าถ้าชอบก็ดูได้เลยครับ ไม่ผิดหวังหรอกน่า หรือจะรอดูแผ่นก็สุดแท้แต่ท่าน แต่เชื่อเถอะครับ ดูในโรงมันได้อารมณ์ได้ซาวน์นา

อีกอย่าง อันนี้ขอแนะนำท่านสุภาพบุรุษทั้งหลาย (สุภาพสตรีกรุณาข้ามไปครับ ไม่งั้นท่านจะรู้แกว) ฮ่าๆๆ ชวนแฟนไปดูเลย เชื่อผมเถอะ ได้กรี๊ดแหงๆ (ส่วนนี้นอกเหนือคำวิจารณ์ครับ คิดซะว่าร่วมด้วยช่วยกัน … )

และขอเถอะครับ หนังเรื่องนี้ไม่มีสาระจ้า บอกก่อนเลย มันมีแค่พื้นๆ ไอ้เรื่องการเสียสละ การเอาตัวรอด สันดานดิบของอะไรทำนองนั้น ก็อย่าไปคาดหวังสาระเลยนะครับผม ดูเอาบันเทิงล้วนๆ

สองดาวครับ

Star21

(6/10)

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.