Action

สงครามเทพเจ้า (2016) League Of Gods

14291654_1320738014623663_5586971586815789736_n

วันก่อนเพิ่งบอก (กึ่งบ่น) ไปหยกๆ ครับว่า สงสัยตัวผมนี้คงไม่เหมาะกับหนังจีนสมัยใหม่ที่เน้น Effect มากๆ หรือเน้นฮาแบบไม่เน้นเนื้อหาสักเท่าไร เพราะดูไปกี่เรื่องก็ยังเฉยอยู่น่ะครับ

แล้วเรื่องนี้ก็เข้าโรงมาให้ดูครับ จัดหนัก Effect กันแบบล้นจอไปเลย ก่อนดูก็ทำใจล่ะครับว่าคงไม่ชอบอะไรมากเหมือนเดิม และพยายามลดความคาดหวังแบบเต็มที่ เผื่อว่าการรับชมจะได้อรรถรสความสนุกมากขึ้นบ้าง

สำหรับเรื่องนี้ก็ดัดแปลงจากตำนานเรื่องดังของจีนที่มีหนังสือแปลไทยในชื่อ “ห้องสิน สถาปนาเทวดาจีน” ครับ ซึ่งเป็นตำนานทีเอามาทำเป็นหนังและซีรี่ส์บ่อยมากในระยะหลัง ไม่ว่าจะเรื่อง “เทพประยุทธ์พิชิตฟ้า” ที่ช่อง Mono29 เอามาฉาย หรือ “จงขุ่ย เทพยมบาลประหารผี” ก็ยังเอาเรื่องต๋าจี่กับเจียงจื่อหยามาเป็นพล็อตนำร่องของตอนแรกด้วย (แต่ก็ยอมรับครับว่า ผมเฉยกับทั้ง 2 เรื่องที่ว่านี่แฮะ)

เรื่องราวของหนังก็ว่าด้วยโจ้วอ๋อง (เหลียงเจียฮุย) กษัตริย์แห่งราชวงศ์ซางที่มัวเมาในความงามของ นางจิ้งจอกต๋าจี่ (ฟ่านปิงปิง) จนไม่เป็นอันบริหารราชกิจ ทำเอาประชาชนเดือดร้อนและบ้านเมืองถึงคราวต้องวิปโยค

เหตุการณ์ตลอดเรื่องก็ว่าด้วยการปะทะกันระหว่างพวกของโจ้วอ๋องและต๋าจี่ กับพวกของเจียงจื่อหย่าและชาวเมืองซีฉีที่ต้องการหยุดโค่นโจ้วอ๋องลงเสียที และแน่นอนครับว่าตลอดเรื่องหนังก็กระหน่ำ Effect กันแบบไม่อั้นเลยทีเดียว

ส่วนหนึ่งอาจเพราะผมเผื่อใจไว้แล้วน่ะครับ พอดูหนังจริงๆ ก็เลยรู้สึกว่าดูได้เพลินๆ คือในแง่เนื้อหามันไม่มีอะไรมากครับ ก็อย่างที่เล่านั่นแหละ แต่ดูก็รู้ว่าทีมงานไม่ได้จะเน้นเนื้อหาหรือกลยุทธ์การต่อสู้ระหว่างเมืองหรอกครับ แต่จะเน้นไปที่คิวบู๊กับฉากโชว์ CG มากกว่า

แต่ถ้าว่ากันถึง CG แล้ว อันนี้ยอมรับเลยนะว่าเนี๊ยบดีครับ สมเงินลงทุน 300 ล้านเหรียญฮ่องกง หลายฉากทำออกมาอลังการดี และ CG ก็ดูเนียน คือมีบ้างบางฉากล่ะครับที่อาจจะดูหลอกๆ แต่ส่วนใหญ่ออกมาเนียนและสวยงาม ดีกว่าหนัง Hollywood บางเรื่องด้วยซ้ำไป

อีกจุดหนึ่งที่ชอบมากกว่าที่คิดคือคิวบู๊ครับ ปกติหนังแฟนตาซีเน้น CG แบบนี้มักจะไม่เน้นคิวบู๊ หรือไม่ก็บู๊แบบเน้น Effect ไม่ค่อยมีการออกหมัดซัดจริงสักเท่าไร เลยทำให้ดีกรีความมันส์ที่พึงมีลดหายไปเยอะมาก

แต่กับเรื่องนี้มีหลายฉากครับที่นักแสดงได้โชว์คิวบู๊แบบเดิมๆ คือซัดกันนัว รัวหมัด กระโดดหมุนตัวหรือจระเข้ฟาดหางแบบจริงๆ ซึ่งฉากแบบนี้ก็ทำออกมาได้มันส์ไม่ใช่น้อย และอาจจะเพราะผมไม่ค่อยได้เจอฉากแบบนี้ในหนังจีนยุคใหม่สักเท่าไร เลยดีใจยามได้เห็นครับ แม้มันจะไม่ได้คลาสสิกมากมายเท่าหนังเก่าๆ ของเฉินหลงหรือหลี่เหลินเจี๋ยก็ตาม

ส่วนเนื้อหาก็เป็นไปตามคาดครับ เล่ากันง่ายๆ ช่วงต้นออกมาน่าติดตามหน่อย เพราะเปิดตัวด้วยภารกิจที่เจียงจื่อหย่ากับพวกยกทีมไปช่วยชาวเมืองที่โดนโจ้วอ๋องจับตัวไว้ ช่วงนี้ก็มีลุ้นในระดับหนึ่ง การเดินเรื่องถือว่าเล่าได้น่าติดตามพอสมควร

แต่พอหนังเลยช่วงนี้ไป เข้าสู่โซนผจญภัยตามหาดาบแห่งแสง หนังก็ออกแนวเรื่อยๆ ครับ จะมาน่าสนใจอีกทีก็ตอนไคลแม็กซ์ที่ต้องมีฉากสู้รบกัน ซึ่งก็ยิ่งใหญ่ดี แต่ก็แอบเสียดายหน่อยๆ ที่ไม่ค่อยมีฉากบู๊มันส์ๆ (แบบโชว์สตั้นท์) เหมือนตอนต้น

ดาราเล่นกันได้ดีครับ ฟ่านปิงปิงเหมาะมากกับบทนางจิ้งจอกต๋าจี่ที่สวยจริงและร้ายจริง ส่วนเหลียงเจียฮุยกับหลี่เหลียนเจี๋ยก็บทไม่มากเท่าไรครับ แต่พอโผล่มาก็เปล่งรัศมีได้ในระดับหนึ่ง (แม้จะแอบรู้สึกว่าหลี่เหลียนเจี๋ยจะเปล่งรัศมีได้ไม่มากก็เถอะ แต่ก็ได้ข่าวว่าเขามีปัญหาเรื่องสุขภาพน่ะครับ เลยอาจจะเล่นได้ไม่เยอะเท่าไร)

หนังจบแบบมีภาคต่อครับ ซึ่งถ้าใครชอบก็รอดูกันต่อได้ ส่วนผมนั้นก็โอเคนะ อาจจะไม่ได้ชอบอะไรมาก แต่อย่างน้อย CG ในเรื่องก็จัดเต็มและทำได้เนียนจนเตะตา ถือเป็นหนังที่ตอบโจทย์ความบันเทิงสายเอามันส์และเน้น CG ที่น่าพอใจครับ (แต่เนื้อเรื่องนี่ละไว้ในฐานที่เข้าใจนะ)

สองดาวครับ

Star21

(6/10)

 

Advertisements