Action

The Jungle Book (2016) เมาคลีลูกหมาป่า

junglebook2016-payoff_19bb43bf

หลังจากดูจบแล้วรู้สึกนึกขอบคุณพี่ Jon Favreau ขึ้นมาในบัดดลเลยครับ ขอบคุณจริงๆ ที่ทำหนังสนุกๆ เพลินๆ และบันเทิงมากมายมาให้ชมกัน ^_^

หนังพูดได้เต็มปากเลยครับว่าสนุก เป็นการเอาเรื่องราวเมาคลีลูกหมาป่าของ Rudyard Kipling มาเล่าได้อย่างออกรส คือจริงๆ เนื้อเรื่องไม่ได้มีอะไรซับซ้อนเลยครับ หลักๆ คือเมาคลี เด็กน้อยที่ถูกเลี้ยงโดยหมาป่า เกิดโดนหมายหัวโดยเสือโหด เชียร์ คาน ทำให้ต้องหลบลี้ออกจากฝูงไป

แต่เชื่อว่าหลายคนคงเดาได้ล่ะครับว่าสุดท้ายชะตากรรมของเมาคลีและเชียร์ คานก็ต้องโคจรมาเจอกันอีกจนได้ (สำหรับบทสรุปนั้น ถือว่าพี่โน้ส อุดม เขาสปอยล์ตั้งแต่เดี่ยวก่อนๆ แล้วครับ 555)

อารมณ์เหมือนหนังการ์ตูนผจญภัยครับ เพียงแต่ใช้คนแสดงจริงมาผนวกเข้ากับ CG ที่ถือว่าเนียนน่าพอใจ คือมันอาจจะไม่ได้เนียนโคตรๆ หรอกครับ เพราะลึกๆ ระหว่างที่เราดูก็รู้สึกอยู่ว่ารอบๆ ตัวของเมาคลีมันคือ CG แทบทั้งสิ้น แต่ด้วยความลื่นของการเล่าเรื่อง ก็ทำให้เราพร้อมจะเพลินไปกับเหตุการณ์ต่างๆ ที่หนังนำมาบอกเล่า โดยลืมไปเลยว่ามันเป็น CG

ผมว่าการทำหนังที่ใช้ CG นั้น เคล็ดลับคงไม่ได้อยู่ที่ว่า จะเนรมิต CG ออกมาได้เนียนแค่ไหนหรอกครับ แต่มันอยู่ที่ว่าหนังออกมาสนุกลื่นไหลจนทำให้คนดูเพลินและคล้อยตามได้หรือไม่ ขอเพียงสนุกน่ะครับ อะไรๆ ที่ปรากฏในหนังมันก็จะดูดีได้หมดนั่นเอง

ผมรู้สึกเหมือนกลับไปเป็นเด็กอีกครั้งเลยนะ คือแม้จะรู้เรื่องราวเมาคลีแล้วก็ตาม แต่หนังเล่าได้สนุกดี น่าติดตามตลอดตั้งแต่ต้นจนจบ และหนังก็มีหลายอารมณ์ครับ ครบทั้งผจญภัย สนุก ตื่นเต้น ระทึก เศร้า ขำขัน ฯลฯ ซึ่งแต่ละอารมณ์นั้นก็โผล่มาแบบพอเหมาะ กำลังดี ไม่ค่อยมีอะไรที่ดูขาดหรือเกินสักเท่าไร

คนที่ขอยกนิ้วให้คนแรกเลยคือ Favreau ครับ แกทำได้จริงๆ แกเล่าเรื่องได้สนุก ทำให้การผจญภัยของเมาคลีดูมีชีวิตขึ้นมา และยังสอดแทรกแง่คิดปรัชญาน่าสนใจใส่ลงมาเป็นระยะ แน่นอนครับว่ามันไม่ได้ลึกซึ้งมากมาย แต่ก็ถือว่าเป็นใจความสำคัญของเรื่องราวเมาคลี ที่สอนให้เราได้คิดใคร่ครวญถึงการใช้ชีวิต, การเอาตัวรอด, การอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับสัตว์, สมดุลย์แห่งธรรมชาติ และผลแห่งการกระทำของตนเอง

โดยส่วนตัวแล้วผมว่า Favreau แกถนัดเล่าหนังที่พล็อตไม่ซับซ้อน ทิศทางไม่ซับซ้อน คือเล่าพล็อตหลักไปเรื่อยๆ แล้วระหว่างทางพี่แกก็จะสอดแทรกลูกเล่นหรือสาระใส่ลงมาเอง ตามที่เขาเห็นสมควร

หนังเรื่องนี้แล้วชวนให้นึกถึง Iron Man ภาคแรก ที่พล็อตไม่ได้เยอะอะไรมาก แต่หนังออกมาหนักแน่นและน่าจดจำ ดูพอเหมาะลงตัวในแบบของมัน

คนต่อมาที่ต้องชมคือ Neel Sethi ครับ เจ้าหนูคนนี้เล่นกับ CG ตลอดเรื่อง ว่าง่ายๆ คือเขาไม่ได้เห็นงูเห็นเสือเป็นตัวๆ แบบที่เราเห็นหรอก ส่วนมากเล่นกับจอสกรีนต่างๆ ว่าง่ายๆ คือเล่นคนเดียวน่ะครับ จินตนาการเป็นหลัก แล้วก็มีทีมงานช่วยเป็นพักๆ ซึ่งผลที่ได้ถือว่าน่าพอใจจริงๆ Sethi ทำให้เมาคลีดูมีชีวิตชีวา มีคาแรคเตอร์ชัดทีเดียว

ถือเป็นผลงานที่เด็กดูได้ ผู้ใหญ่ก็ดูเพลินครับ ไม่แปลกใจเลยที่หลายคนจะชอบกัน และมีการประกาศว่าจะทำภาคต่อเรียบร้อย (และผมเชื่อว่ามันมีผลทำให้ Favreau แกได้แตะเท้ากลับเข้าไปยัง Marvel อีกหนด้วย)

สรุปว่าไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลงครับ ถือเป็นตัวเลือกที่เวิร์กสุดแล้วสำหรับตอนนี้ ดูได้เลยครับ

สองดาวกับสามส่วนสี่ดวงครับ

Star22

(7.5/10)