ดูจบแล้วครับ สำหรับซีรี่ส์เรื่องเด่นของ Netflix แล้วก็ต้องขอออกตัวก่อนว่าที่ท่านกำลังจะได้อ่านนี้ มันจะออกแนวบันทึกความรู้สึกมากกว่าเป็นการรีวิวครับ
ดูจบแล้วครับ สำหรับซีรี่ส์เรื่องเด่นของ Netflix แล้วก็ต้องขอออกตัวก่อนว่าที่ท่านกำลังจะได้อ่านนี้ มันจะออกแนวบันทึกความรู้สึกมากกว่าเป็นการรีวิวครับ
หลายปีกว่าจะมีภาคต่อ ผมนี่ก็รอจนเงกเหมือนกันนะครับ เพราะมีข่าวแพลมออกมาเรื่อยๆ จนผมเองก็ทำใจแล้วล่ะว่าอาจไม่มีการทำภาคต่อออกมา แต่ในที่สุดวันนั้นก็มาถึงครับ แล้วหนังยังทำเงินแบบสาแก่ใจ โกยไป $451 ล้านจากทั่วโลก ซึ่งก็โคตรคุ้มทุนสร้าง $100 ล้านเป็นอย่างยิ่ง
นั่งดู Stranger Things ปี 4 จบตั้งแต่เย็นวันศุกร์ที่ลงสตรีม 2 ตอนสุดท้ายครับ ตอนแรกกะดูจบแล้วจะร่ายเลยแบบที่ทำทุกปี แต่พอดูจบปีนี้แล้วก็บังเกิดความรู้สึกหลากหลายผสมอยู่ในใจ จนผมตัดสินใจทิ้งความรู้สึกไว้หนึ่งคืน ให้ความคิดตกตะกอนเรียงตัวว่าตกลงแล้วผมรู้สึกอย่างไรกับซีซั่นนี้บ้าง
ถ้าฟังจากเรื่องย่อก็ชวนให้คิดว่าหนังจะมาในแนว Before Sunrise แต่พอดูตัวอย่างแล้วก็รู้สึกว่าหนังน่าจะมาในโทน Woody Allen ที่ให้ตัวละครมาต่อปากต่อคำกันมากกว่า
หนังชีวิตผสมตลกของผู้กำกับ Jim Jarmusch ที่มาในแนว 5 เรื่องสั้น in 1 ครับ แต่ละเรื่องเหตุก็จะไปเกิดบนรถแท็กซี่ต่างสถานที่แต่เวลาเดียวกัน
Homefront จัดเป็นหนังแอ็กชันดราม่าที่เวิร์กไม่เลวของพี่ Jason Statham ครับ
ผมจำชื่อคุณพี่ Tim Burton ได้แบบจั๋งๆ ก็ด้วยหนังเรื่องนี้นี่แหละ!
หนังรักโรแมนติกกำกับโดย Joan Chen ดาราสาวจาก The Last Emperor พล็อตเรื่องก็พิมพ์นิยมสำหรับแนวหนังรักรันทดเลยครับ
เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา บอกเลยแล้วกันครับว่าถ้าใครชอบปีแรก ต้องตามดูต่อปี 2 โดยพลัน ไม่ต้องรออ่านอะไรแล้ว ส่วนใครไม่เคยดูมาก่อนก็ขอให้ลองทำเช็คลิสต์กับตัวเองก่อนครับ ว่าท่านนั้นชอบหนังลึกลับ+สยอง+ไซไฟที่มาพร้อมอารมณ์ Retro หรือเปล่า?
ในช่วงเวลาที่โลกกำลังเปลี่ยนสหัสวรรษนะครับ หนังว่าด้วยการสิ้นโลกก็ผุดพรึ่บพรั่บเต็มไปหมด และแนวที่ฮิตมากๆ ก็คืออะไรก็ตามที่ว่าด้วยซาตานกลับมาครองโลก