หนัง Shaw Brothers เรื่องนี้มาในสไตล์สายลับเจมส์ บอนด์ครับ
หนัง Shaw Brothers เรื่องนี้มาในสไตล์สายลับเจมส์ บอนด์ครับ
นายอำเภอเว่ยเหวยเหยิน (Lei Ming) ขูดรีดบังคับจ่ายส่วย จนเกาเป่าซื่อ (เทียนเฟิง, Tien Feng) ผู้ใหญ่บ้านหมู่บ้านหม่าถี่จวน ตัดสินใจลักพาตัวเว่ยเหวินเจิน (ฉินผิง, Chin Ping) ลูกสาวนายอำเภอมาเพื่อบังคับให้นายอำเภอเลิกพฤติกรรมขูดรีดซะ
อาจารย์ซ่งอู่หยาง (Ku Wen Chung) ได้ส่งให้ลูกศิษย์อย่างจ้าวจื้อหาว (หลอลี่, Lo Lieh) ไปฝึกวิชากับอาจารย์ซุนจินเฟย (Fang Mien) ศิษย์พี่ของอาจารย์ซ่งเพื่อพัฒนาฝีมือก่อนลงแข่งประลองชิงเจ้ายุทธภพ แต่พอเขาเดินทางไปถึงเมืองปลายทาง เขากลับต้องเผชิญกับผู้ทรงอิทธิพลนาม เมิ่งตงซาน (เทียนเฟิง, Tien Feng) และลูกชายจอมวายร้าย เมิ่งเทียนสง (Tung Lam) ที่หมายตาตำแหน่งเจ้ายุทธภพไว้เหมือนกัน
อีกหนึ่งหนังที่ดังสุดๆ ของ Shaw Brothers ครับ กับเรื่องราวความรักระหว่างฮ่องเต้เจิ้งเต๋อแห่งราชวงศ์หมิง (เจาหลุย, Zhao Lei) ที่ปลอมพระองค์เป็นสามัญชน แล้วก็ได้พบกับ หลี่ฟ่ง (หลินไต้, Lin Dai) สาวงามแห่งอำเภอเหม่ยหลง แล้วก็เกิดความรักต่อกัน
จากวรรณกรรมอมตะของจีนสู่เวอร์ชั่นภาพยนตร์ครับ กำกับโดย หลี่ฮั่นเซียง (Li Han Hsiang) ผู้คร่ำหมวดอีกคนของวงการ
สำนักชีซาคือแหล่งรวมวายร้ายที่กำเริบเสิบสาน สร้างความเดือดร้อนและฆ่าคนไปมากมาย จนทางวังหลวงได้มอบหมายให้เสนาบดีกรมราชทัณฑ์ หยางเจิ้นอวี่ (เฉาต๋าหัว, Walter Tso, Tso Tat Wah) หาทางปราบปรามสำนักนี้ให้จนได้ โดยใต้เท้าหยางได้ใช้แผนบ่อนทำลายจากภายในครับ โดยให้คนของเขาแทรกซึมเข้าไปเป็นไส้ศึกคอยรายงานความเคลื่อนไหว คอยให้ข่าวลวง และที่สำคัญที่สุดคือคอยยุแหย่ให้คนในสำนักหวาดระแวงซึ่งกันและกัน ว่าง่ายๆ คือให้พวกมันฆ่ากันเองนั่นแหละ – และสิ่งที่เราจะได้เห็นในหนังก็คือการล่มสลายของสำนักชีซาครับ
หัวหน้าใหญ่แห่งหุบเขาหูลู่ (Ti Tang) ต้องการชิงแผนที่สมบัติมาจากหมู่บ้านเหมย จึงได้ส่งลูกสาวฉายาแม่พริกขี้หนู จินจู (เจิ้งเพ่ยเพ่ย, Cheng Pei Pei) ไปชิงมันมา แต่เหตุการณ์กลับบานปลายทำให้ชาวบ้านล้มตายไปมาก และนั่นทำให้ เหมยเฟิงชุน (เฉินเหลียง, Chen Liang) เกิดความแค้นจึงได้วางแผนแฝงตัวแทรกซึมเข้าไปยังหุบเขาหูลู่เพื่อจะทำลายหุบเขาโจรนี้ลง
เป็นอีกหนึ่งหนังที่ผมคาดการณ์ผิดไปครับ ตอนแรกนึกว่าจะมาในแนวดราม่าประเภทตัวละครแรงๆ มาร้ายใส่กัน แต่ไปๆ มาๆ หนังดันเข้าข่าย “บอกเล่าช่วงหนึ่งของชีวิตคน” แบบที่ผมชอบไปซะงั้น
ก่อนดูนี่ผมมองข้ามหนังเรื่องนี้เลยครับ คือคิดว่ามันคงเป็นหนังต๊องๆ ฮาๆ ไม่เน้นสาระแบบที่ดูผ่านมาแล้วก็ผ่านไป แต่ที่ไหนได้ หนังเพลินเอาเรื่องเลยล่ะครับ
ภาคต่อที่มีการเปลี่ยนบทตัวเอกกันเล็กน้อยนะครับ ตอนแรกผมก็แอบกลัวว่าหนังจะดร็อปลงไหม แต่กลายเป็นว่าความสนุกของหนังนี่ใกล้ๆ กับภาคแรกเลย