สิ่งแรกที่ต้องบอกเลยคือหนังไม่ได้เน้นในเรื่องความบันเทิงครับ แต่จะเน้นไปในแนวไซไฟ ตลกร้าย จิกกัดเสียดสีมนุษย์และสังคมอะไรทำนองนั้น – แต่ถ้าท่านคาดหวังความสนุกสนานหรือแอ็คชั่นล่ะก็ ไม่ใช่เรื่องนี้ครับ
สิ่งแรกที่ต้องบอกเลยคือหนังไม่ได้เน้นในเรื่องความบันเทิงครับ แต่จะเน้นไปในแนวไซไฟ ตลกร้าย จิกกัดเสียดสีมนุษย์และสังคมอะไรทำนองนั้น – แต่ถ้าท่านคาดหวังความสนุกสนานหรือแอ็คชั่นล่ะก็ ไม่ใช่เรื่องนี้ครับ
หน้าหนังจริงๆ น่าดูอยู่ไม่น้อยครับ กับการจับเอาเรื่องราวของ เกอร์ทรูด เบลล์ หญิงแกร่งที่มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ เธอคือหญิงสาวที่เลือกจะใช้ชีวิตเป็นนักสำรวจ จนทำให้เธอกลายเป็นผู้สร้างแผนที่ที่ขีดเส้นพรมแดนระหว่างจอร์แดนและอิรัก
แล้วมหากาพย์แวมไพร์ทไวไลท์ก็มาถึงบทสรุปครับ หลังจากเบลล่า (Kristen Stewart) ให้กำเนิดลูกสาวนามว่าเรเนสมี เด็กน้อยที่มีความพิเศษอย่างยิ่งครับ ทั้งเติบโตได้ไวเกินมนุษย์ และยังมีพลังจิตอีกด้วย ส่วนเบลล่าเองก็ได้กลายร่างเป็นแวมไพร์เต็มตัว มีทั้งชีวิตชีวาและพละกำลังมหาศาลจนเอ็ดเวิร์ด (Robert Pattinson) ยังประหลาดใจ ส่วนเจค็อบ แบล็ค (Taylor Lautner) หนุ่มหมาป่าเพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อของเบลล่า ก็ยังตั้งมั่นในการพิทักษ์ทั้งเบลล่าและเรเนสมีต่อไป
ในที่สุดแวมไพร์หนุ่ม เอ็ดเวิร์ด คัลเลน (Robert Pattinson) ก็ได้เข้าพิธีวิวาห์กับ เบลล่า สวอน (Kristen Stewart) พวกเขาก็ไม่รอช้าที่จะใช้เวลาให้คุ้มค่าครับ โดยการพากันไปฮันนีมูนอย่างมีความสุขที่เกาะอันแสนสวย แต่แล้วเพียงไม่ถึงเดือนเบลล่าก็พบว่าร่างกายของเธอมีความผิดปกติ…
บทที่ 3 ของเรื่องราวครับ ความรักระหว่างแวมไพร์นาม เอ็ดเวิร์ด คัลเลน (Robert Pattinson) และสาวน้อย เบลล่า สวอนน์ (Kristen Stewart) ยังคงดำเนินต่อไป โดยมีมนุษย์หมาป่าพันธุ์ซิกซ์แพ็คอย่างเจค็อบ แบล็ค (Taylor Lautner) คอยเฝ้าดูอยู่ไม่ห่าง
จริงๆ หนังเรื่องนี้แทบไม่จำเป็นต้องรีวิวเลยครับเพราะถ้าคนชอบก็จะชอบ ถ้าไม่ชอบก็จะเฉย และยิ่งไปกว่านั้นคนรีวิวก็ต้องยอมรับความเสี่ยงในระดับหนึ่งเป็นของแถมด้วย
ดูมาแล้วครับสำหรับแวมไพร์ ทไวไลท์ที่นำแสดงโดยคุณไตรภพ ฮ่าๆๆๆ
ใช่แล้วครับท่านทั้งหลาย ภาค 4 ขอ […]