ในปี 1998 มีหนังว่าด้วยดาวหางพุ่งมาชนโลกถึง 2 เรื่อง เรื่องแรกคือ Deep Impact ที่ชูประเด็นดราม่าและเดินเรื่องอิงความสมจริง ส่วนเรื่องที่ 2 คือ Armageddon ที่แอ็กชันมันส์สะใจโม้สะบัดกันไป
ในปี 1998 มีหนังว่าด้วยดาวหางพุ่งมาชนโลกถึง 2 เรื่อง เรื่องแรกคือ Deep Impact ที่ชูประเด็นดราม่าและเดินเรื่องอิงความสมจริง ส่วนเรื่องที่ 2 คือ Armageddon ที่แอ็กชันมันส์สะใจโม้สะบัดกันไป
นี่คือหนังว่าด้วยความเร็วและความแรงรุ่นแรกๆ อีกเรื่องหนึ่งของฮอลลีวู้ดนะครับ อำนวยการสร้างโดย Don Simpson และ Jerry Bruckheimer คู่หูสร้างหนังที่ประสบความสำเร็จต่อเนื่องไปกับหนังชุด Beverly Hills Cop และ Top Gun แต่ความฮ็อตของพวกเขาก็มาชะลอลงเพราะหนังเรื่องนี้เอง
ในหนังเรื่อง Amistad ของผู้กำกับ Steven Spielberg มีอยู่ฉากหนึ่งที่กระแทกใจผมเต็มๆ นั่นคือตอนที่ท่านอดีตประธานาธิบดีจอห์น ควินซี อดัมส์พูดในศาลเพื่อแก้ต่างให้เหล่าทาสผิวดำว่า “I realized after much trial and error, that in the courtroom, whoever tells the best story wins”
Gone in Sixty Seconds หนังว่าด้วยการโจรกรรมรถและว่าด้วยความเร็วที่ถือว่ามาก่อน The Fast and the Furious 1 ปีครับ
เหตุผลที่ลุง Robert Altman ยอดผู้กำกับระดับตำนานผู้ล่วงลับ ตัดสินใจจับหนังเรื่องนี้มาทำก็ด้วยเหตุผลง่ายๆ ครับ เพราะเขานั้นอยากลองลิ้มทำหนังแนวทริลเลอร์แบบเต็มเม็ดเต็มหน่วยบ้าง ก็เลยตัดสินใจรับงานนี้ดูจะได้รู้ว่าตัวเองทำหนังทริลเลอร์ได้เข้าท่ามากน้อยแค่ไหน
อีกครั้งกับงานหนังไซไฟ – แอ๊คชั่น ของพี่บึ้ก Arnold Schwarzenegger ที่หลายๆ คนภาวนาว่าให้ออกมามันส์เหมือนกับ Total Recall (ผมนี่ตัวภาวนาเลยล่ะครับ) แต่ผลที่ได้กลับไม่เป็นเช่นนั้นแฮะ
ผลงานการกำกับของ Ron Howard ที่คราวนี้เขาทำได้ดีครับ กับเรื่องราวของเหล่านักข่าวหนังสือพิมพ์ นิวยอร์ก ซัน เริ่มตั้งแต่ เฮนรี่ ฮ้อคเกตต์ (Michael Keaton) นักข่าวที่กำลังจะย้ายไปทำงานที่ใหม่ แต่ก็ไม่วายเห็นการตามข่าวสำคัญกว่าการสมัครงาน