The Patriot เป็นหนังสงครามย้อนยุคที่ผมชอบมากเรื่องหนึ่งครับ คือมันอาจจะไม่ได้ลงตัวหรือขลังมากมาย แต่ในแง่ดราม่ากับความเป็นหนังแอ็กชันนี่ถือว่าน่าพอใจเอามากๆ ทีเดียว
The Patriot เป็นหนังสงครามย้อนยุคที่ผมชอบมากเรื่องหนึ่งครับ คือมันอาจจะไม่ได้ลงตัวหรือขลังมากมาย แต่ในแง่ดราม่ากับความเป็นหนังแอ็กชันนี่ถือว่าน่าพอใจเอามากๆ ทีเดียว
นักบินกองทัพนามว่าแดเนี่ยล แม็กคอมิค (Mel Gibson) อยู่ในสภาพใจสลายเมื่อรู้ว่าคนรักของตนประสบอุบัติเหตุจนถึงขั้นนอนโคม่า เป็นเจ้าหญิงนิทราที่ไร้สติและอาจจะเสียชีวิตในอีกไม่นาน ซึ่งพอดีว่าเพื่อนของเขากำลังจะทำการทดลองแช่แข็งมนุษย์ ทำให้แดเนี่ยลรับอาสาเป็นหนูทดลองให้ โดยเขาตกลงกับเพื่อนว่าให้แช่แข็งเขาไปเลย 1 ปี เพื่อที่เขาจะได้ไม่ต้องทนเห็นคนรักตายจากไปตามที่แพทย์ได้วินิจฉัยไว้
ตามปกติหนังที่มีข่าวลือว่าผู้กำกับกับนักแสดงไม่กินเส้นกันมักจะออกมาไม่ใคร่จะลงตัวอย่างที่เขาว่า เพราะจังหวะหนังจะขาดความกลมกล่อมไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ยิ่งหนังอันไหนที่นักแสดงเกิดมีอิทธิพลจนสามารถถีบผู้กำกับออกจากเก้าอี้แล้วเอาหนังมาตัดต่อเอง กรณีหลังนี่ยิ่งไปกันใหญ่เลยครับ เละเทะไปหลายเรื่องแล้ว… แต่กับ Payback คงเป็นข้อยกเว้นหนึ่ง
ผมมั่นใจได้เลยว่าฝันร้ายอย่างหนึ่งที่ไม่มีพ่อแม่คนไหนอยากให้เกิด คือ เรื่องร้ายๆ ที่จะมาแพ้วพาลลูกตนเอง
รู้มั้ยครับ อันตัวกระผ้มนี่มีหนังอยู่แนวหนึ่งที่รู้สึกว่าเบื่อในการเขียนถึงที่สุด … แนวสงครามนี่แหละครับ เพราะไม่ว่าจะขึ้นต้นลงท้ายยังไง บทสรุปที่หนังให้ก็มีสิ่งเดียว นั่นคือ สงครามเป็นสิ่งที่ไร้สาระที่สุดของพฤติกรรมมนุษย์
นี่ถือเป็นหนังที่มีอิทธิพลต่อชีวิตผมมากเรื่องหนึ่งเลยครับ เพราะมันเป็นหนังเรื่องแรกสุดที่ผมเริ่มดูเพื่อวิจารณ์อะไรอย่างจริงจัง ความเจ้าความคิดชอบหยิบโน่นหยิบนี่มาคิดก็เริ่มจากเรื่องนี้นี่แหละ เพราะเรื่องนี้มันว่าด้วยเรื่องของ Conspiracy Theory หรือ ทฤษฎีสมคบคิด
ในช่วงปี 1969 อันเป็นช่วงที่หมอกควันแห่งสงครามเวียดนามยังไม่ทันจางลงสักเท่าไหร่ ก็ได้มีคนของทางการอเมริกันกลุ่มหนึ่งลอบทำงานอยู่ในพรมแดนของประเทศลาว หน้าที่ของพวกเขาคือการลำเลียงเสบียงส่งไปให้กับชาวบ้านที่ทำการต่อต้านพวกคอมมิวนิสต์ โดยปฏิบัติการทั้งหลายเป็นไปอย่างลับๆ ทางการอเมริกาไม่ยอมรับว่าพวกเขามีตัวตน…
พวกเขาคือ แอร์อเมริกา
การได้ดูหนังเรื่องนี้เหมือนได้แวะไปเจอเพื่อนเก่ายังไงยังงั้นครับ เพราะอารมณ์ โทนหนัง จังหวะการเล่า และเนื้อหาสาระมันชวนให้นึกถึงหนังสมัยยุค 90 -2000 ขึ้นมาเลย
หนังเรื่องนี้ทำเงินไปเยอะ ทุนสร้างล่อไป 72 ล้าน (คาดว่าเหนาะๆ 20 ล้านก็คงตกเป็นของพี่ Mel Gibson) แต่กระแสของมันก็ยังคงเป็นสองทางตามเคยครับ ไม่ชอบก็บ่นแล้วแต่รสนิยมครับ
ภาคปิดท้ายไตรภาค ครั้งนี้แมดแม็กซ์ (Mel Gibson) ต้องไปเผชิญกับอานตี้ แอนติตี้ (Tina Turner) ผู้ครองอาณาจักรกลางทะเลทรายผู้ชั่วร้าย