ป้ายกำกับ: Liam Neeson

The Chronicles of Narnia: Prince Caspian (2008) อภินิหารตำนานแห่งนาร์เนีย ตอน เจ้าชายแคสเปี้ยน

ผมไม่แน่ใจนะครับว่า The Chronicles of Narnia จะทำออกมาได้ครบเจ็ดเล่มตามหนังสือหรือไม่ เพราะเนื้อหามันก็จะค่อยๆ มีความหนักขึ้นตามลำดับ ยิ่งภาคสุดท้ายนี่คนทำต้องใช้กำลังภายในเยอะทีเดียว ที่จะสร้างมันออกมาให้กลมกล่อม เต็มอิ่มทางความรู้สึกและสรุปเรื่องราวอย่างบัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่น แต่นั่นก็เป็นเรื่องของอนาคตครับ มาว่ากันถึงปัจจุบันดีกว่า เพราะบัดนี้ตำนานแห่งนาร์เนียได้เข้าล่วงเข้าสู่บทที่สองแล้ว

The Chronicles of Narnia: The Lion, the Witch and the Wardrobe (2005)

ผมเพิ่งมานึกได้ว่าตัวเองยังไม่ได้เขียนถึง Narnia ภาคแรกเลยนี่หน่า แต่ดูภาคสองแล้วนะครับ ก็สนุกดีไว้จะมาเล่าตามระเบียบ ตอนนี้ขอย้อนไปที่ภาคแรกหน่อย จะได้ครบๆ

Before and After (1996) ใครว่าลูกเราฆ่าคน?

เด็กวัยรุ่นจำนวนไม่น้อย มีคำถามหนึ่งโผล่ขึ้นมาในสมอง ยามที่อารมณ์แปรปรวนหนักๆ หรือไม่ก็ยามที่เกิดเรื่องขัดใจกับพ่อแม่… สงสัยว่าพ่อแม่รักเราจริงหรือเปล่า?

The Next Three Days (2010) แผนอัจฉริยะ แหกด่านหนีนรก

ราวๆ เดือนก่อนมีคนขอให้แนะนำหนังที่มีพระเอกเก่งๆ, มีการหักเหลี่ยม, มีการหลบหนีแบบใช้สมอง ฯลฯ จึงอยากบอกว่าเรื่องนี้ตอบโจทย์เหล่านั้นได้ในระดับน่าพอใจเลยครับ

Battleship (2012) แบทเทิลชิป ยุทธการเรือรบพิฆาตเอเลี่ยน

ถือเป็นหนังแอ็กชันที่ดูเพื่อความมันส์เป็นหลักครับ พล็อตสร้างมาจากเกมกระดานสุดฮิตว่าด้วยกองทัพเอเลี่ยนเปิดสงครามกับมนุษย์โลกโดยมีทะเลเป็นสมรภูมิ และพระเอกของเราอย่างอเล็กซ์ ฮ็อปเปอร์ (Taylor Kitsch) ก็ต้องรับบบทฮีโร่ในการรับมือกับพวกมัน

The Commuter (2018) นรกใช้มาเกิด

ดูหนังเรื่องนี้แล้วผมบังเกิดความรู้สึก 2 อย่างพร้อมๆ กัน อย่างแรกคือดูได้สนุกเพลินดี ตามสไตล์หนังบู๊ที่มี Liam Neeson มาแสดงนำ ส่วนอีกอย่างก็คือ อดรู้สึกไม่ได้ว่าบทหนังมันมีช่องโหว่เยอะจัง

Leap of Faith (1992) อัศจรรย์ไม่เป็นใจ

Steve Martin รับบท โจนัส ไนทิงเกล ชายหนุ่มผู้มีความสามารถทางการพูดอย่างสุดยอด เขาสามารถเกลี้ยกล่อมคนให้เชื่อคำเขาได้ และงานของเขาคือตระเวนไปทั่วอเมริกา อ้างว่าตนคือผู้วิเศษ มีอำนาจมหาศาลในการรักษาโรคได้ หลอกเงินผู้คน แต่เมื่อเขาเดินทางมาถึงเมืองๆ หนึ่ง เขากลับได้พบกับคนและเหตุการณ์ที่จะเปลี่ยนแปลงเขาไปตลอดกาล