ป้ายกำกับ: Laura Dern

Lonely Planet (2024) ที่หมายใจโดดเดี่ยว

เมื่อ Netflix มีหนังรักออกมาผมก็พร้อมตามดูเสมอครับ ส่วนหนึ่งก็เพราะชอบหนังแนวนี้ ดูสบายๆ ดี แล้วไหนจะวิวสวยๆ อีก ของแบบนี้ถือว่าเข้าทางเลยครับ

Cold Pursuit (2019) แค้นลั่นนรก

เคยดู Cold Pursuit รอบหนึ่งแล้วไม่ได้ติดใจอะไรมาก แต่นี่เอามาดูอีกสักรอบเผื่อจะรู้สึกดีขึ้นครับ เพราะระยะหลังนี่หนังของป๋า Liam Neeson ดูสนุกน้อยลงเรื่อยๆ

When the Game Stands Tall (2014) เกมวัดใจเพื่อชัยชนะ

สำหรับผมแล้ว หนังแนวกีฬาที่สร้างโดยอ้างอิงจากเรื่องจริงนี่เป็นอะไรที่เข้าทางมากๆ ครับ ดูแล้วมักถูกใจและได้อะไรติดหัวกลับมาเสมอ จะมากจะน้อยก็ว่ากันไป และสำหรับ When the Game Stands Tall เรื่องนี้ ก็อยู่ในข่ายหนังดีที่อยากแนะนำให้ลองดูกัน

Little Fockers (2010) เขยซ่าส์ หลานเฟี้ยว ขอเปรี้ยวพ่อตา

ว่ากันแบบไม่ยืดยาวเลยนะครับ สำหรับการกลับมารอบ 3 ของพ่อตาแสบและเขยซ่าส์ครั้งนี้ ว่าผลที่ได้ออกมานั้น ไม่ใคร่จะน่าประทับใจเท่ากับ 2 คราวก่อนสักเท่าไร ไม่ว่าจะด้านเสียงฮาหรือความสนุก

The Fault in Our Stars (2014) ดาวบันดาล

ทุกวันนี้เราใช้ชีวิตกันอยู่แบบมีข้อจำกัดกันไม่มากก็น้อย ไม่ว่าจะข้อจำกัดทางสังคม ทางฐานะ หรือเพราะเรามีอนาคตให้ต้องรับผิดชอบอีกเยอะ ดังนั้นการใช้ชีวิตแต่ละนาทีก็ต้องคำนึงถึงอนาคตอยู่บ่อยๆ และนั่นเองที่ใครหลายคนอาจเรียกว่ามันคือข้อจำกัด

Wilson (2017)

หนังตลกร้ายแสบๆ คันๆ ที่ดัดแปลงจากนิยายภาพของ Daniel Clowes ที่เขามาลงมือดัดแปลงเป็นบทภาพยนตร์ด้วยตนเองครับ เนื้อหาออกแนวตลกผสมเสียดสีชีวิต สังคม และอะไรอีกหลายๆ อย่างที่สะท้อนความซับซ้อนของมนุษย์

Dr. T and the Women (2000) คุณหมอสูติฯ หัวใจจุ๊กกรู

หนังรวมดาราโดยผู้กำกับจอมระดมดารา Robert Altman ครับ กับเรื่องราวชีวิตอันยุ่งเหยิงของคุณหมอซัลลิแวน เทรวิส หรือ ด็อกเตอร์ที (Richard Gere) คุณหมอสูติฯ ผู้เป็นที่หมายปองของสาวๆ น้อยใหญ่ทั่วเมือง และชีวิตของเขาก็มีผู้หญิงเข้ามาพัวพันหรือไม่ก็สร้างความวุ่นมากมายครับ

Jurassic Park (1993) จูราสสิค พาร์ค กำเนิดใหม่ไดโนเสาร์

ผมดูหนังเรื่องนี้อีกรอบเมื่อเช้าเองครับ ดูจบแล้วก็ไม่มีข้อกังขาใดๆ ขอยกตำแหน่งยอดหนังไดโนเสาร์ตลอดกาลในดวงใจให้ Jurassic Park ไปเลย

Star Wars: Episode VIII – The Last Jedi (2017) สตาร์ วอร์ส เอพพิโซด 8 ปัจฉิมบทแห่งเจได

หาก Star Wars ภาค The Force Awakens คืองานบูชาครูที่ทำให้คนดูรู้สึกถึงบรรยากาศเก่าๆ พร้อมด้วยกลิ่นอายเดิมๆ แล้วล่ะก็ The Last Jedi นี่ก็คงถือเป็นการเดินไปบนเส้นทางสายใหม่ ตรงกับที่ลุคบอกไว้ในตัวอย่างว่า “มันจะไม่ได้จบลง เช่่นที่เจ้าคาดคิด”