ครอบครัวหนึ่งเดินทางมาพักตากอากาศที่เวลส์ครับ พวกเขาเช่าบ้านหลังโตที่ตอนแรกมันก็ดูสวยดี แต่พออยู่ไปๆ พวกเขากลับเจอเรื่องแปลกๆ ตั้งแต่ฝันร้ายไปจนถึงใครก็ไม่รู้มาเขียนให้สมุดบันทึกบอกว่าพวกเขาควรไปจากที่นี่ซะ…บ้านหลังนี้มีอะไรซ่อนอยู่กันแน่
ครอบครัวหนึ่งเดินทางมาพักตากอากาศที่เวลส์ครับ พวกเขาเช่าบ้านหลังโตที่ตอนแรกมันก็ดูสวยดี แต่พออยู่ไปๆ พวกเขากลับเจอเรื่องแปลกๆ ตั้งแต่ฝันร้ายไปจนถึงใครก็ไม่รู้มาเขียนให้สมุดบันทึกบอกว่าพวกเขาควรไปจากที่นี่ซะ…บ้านหลังนี้มีอะไรซ่อนอยู่กันแน่
ถือเป็นหนังเรื่องแรกๆ ครับที่ทำให้ผมรู้จักกับคำว่าทฤษฎีสมคบคิด (Conspiracy Theory) ซึ่งนิยามง่ายๆ ได้ว่าเป็นเหมือนข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับเหตุการณ์หรือเรื่องราวต่างๆ ที่ยังหาข้อสรุปชี้ชัดไม่ได้ โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับภาครัฐ ภาคการเมือง ซึ่งก็จะมีคนสังเกตสังกาจับหลักฐานพยานและข้อมูลเท่าที่จะหาได้ เอามาประมวลเข้าด้วยกันแล้วคาดกันไปว่าเรื่องนี้อาจเกิดจากแบบนี้แบบนั้น…
ผมดูเรื่องนี้ผ่านทาง Big Cinema ครับ ตอนนั้นกำลังประทับใจหนังเกี่ยวกับคุก เพราะได้ดู The Shawshank Recemption และ The Green Mile มา
ผลงานของผู้กำกับ Paul Verhoeven ครับ หลังจากผลงานเรื่องก่อนอย่าง Starship Troopers ไม่ใคร่จะทำเงินนัก ซ้ำยังโดนวิจารณ์เรื่องความรุนแรงอีก Verhoeven เลยเลือกที่จะทำงานชิ้นต่อมาให้โทนเรื่องเซ็กซ์และความรุนแรงมันลดลงสักหน่อย แล้วก็กะจะทำหนังประเภทโดนใจคนดูเพื่อที่จะได้ทำเงินบน Box Office ผลที่ได้ก็เลยออกมาเป็นเรื่องนี้ครับ
ผมว่าภาคนี้โอเลยครับ เป็นการกลับมาที่น่าพอใจของเอ็กเซล โฟลี่ย์ (Eddie Murphy) ดูสนุก เพลินได้เรื่อยๆ มีบรรยากาศเก่าๆ ตัวละครเก่าๆ เพลงเก่าๆ ดนตรีเก่าๆ มาชวนให้รำลึกถึงวันวาน ถ้าถามว่าชอบนี่ผมจัดให้ภาคนี้อร่อยรองจากภาคแรกเลย
พูดแบบไม่อ้อมค้อม ว่าผมใช้ความอดทนสูงมากในการดูหนัง One Way ครับ แต่ที่เกริ่นแบบนี้ไม่ได้เป็นการสรุปว่าหนังดีหรือไม่ดีนะครับ เพราะมันมีรายละเอียดที่ต้องแจกแจงอยู่พอสมควร
วันนี้ (หมายถึง วันที่ผมเขียนนี่น่ะนะครับ) คือวันที่ 24 ธันวาคม 2563 ครับ เป็นประเพณีปกติของผมที่จะนำเอาหนังแนวฟีลกู้ดวันคริสต์มาสมาเปิดดูเพื่อเรียกรอยยิ้มและทำให้หัวใจอบอุ่นต้อนรับวันคริสต์มาส และหนังเรื่องแรกที่ผมคว้ามาดูก็คือเรื่องนี้ครับ
ถ้าตีความจากชื่อไทยแล้วอาจทำให้หลายคนเข้าใจผิดคิดว่านี่เป็นหนังแอ็กชันน่ะนะครับ แต่จริงๆ แล้วนี่คือหนังดราม่าเข้มข้นที่แม้จะไม่มีแอ็กชันมันส์ๆ แต่ก็มีเนื้อหาดีๆ และมีอะไรให้ลุ้นไม่น้อยเหมือนกัน
ถือเป็นหนังง่ายๆ ที่มีทั้งจุดเข้าท่าและจุดเรื่อยๆ ผสมปนเปกันไปครับ ผลที่ได้ออกมาก็เลยออกแนวเรื่อยๆ ดังว่านั่นเอง
แม้นี่จะเป็นหนังผี แต่ผมขอเล่าแบบขำๆ แล้วกันน่ะนะครับ (5555) สรุปแล้ว นี่คือการเอา The Exorcist มาเจอกับ Poltergeist ครับ คือลอกสูตรหนังพวกนั้นมาแบบเต็มๆ ดังนั้นใครคาดหวังอะไรสดใหม่ล่ะก็ ทำใจได้เลยครับ ^_^