หนังสร้างจากเหตุการณ์จริงของเพื่อน 4 คนที่ไปล่องเรือเพื่อตกปลา แต่กลับต้องเจอพายุพัดกระหน่ำจนเรือคว่ำ 4 ชีวิตจึงตกอยู่ในอันตรายขั้นสุดที่กลางทะเลนั้น
หนังสร้างจากเหตุการณ์จริงของเพื่อน 4 คนที่ไปล่องเรือเพื่อตกปลา แต่กลับต้องเจอพายุพัดกระหน่ำจนเรือคว่ำ 4 ชีวิตจึงตกอยู่ในอันตรายขั้นสุดที่กลางทะเลนั้น
ก่อนดูนี่ก็แอบคิดลบกับหนังเหมือนกันครับ ประมาณว่ามาแล้วอีกแล้ว หนังเกรดรองพะยี่ห้อแอ็คชั่น ก็คิดเหมือนกันว่าคงจะอีหรอบเดียวกับอีกหลายๆ เรื่อง แต่พอดูไปดูมา อ้าวเฮ้ย ใช้ได้อยู่นั่น
เจเรมี โคลแมน (Josh Duhamel) นักดับเพลิงที่เป็นพยานในคดีฆาตกรรม เขาเห็นชายชื่อ เดวิด ฮาแกน (Vincent D’Onofrio) ลงมือสังหารคนอย่างโหดเหี้ยม และพอดีที่เดวิดคือคนที่ทางการต้องการตัว และเจเรมีก็ได้รับการคุ้มกันให้เป็นพยาน แต่เมื่ออิทธิพลของเดวิดมีมากกว่าที่คิด เลยทำให้เจเรมีต้องหาทางเอาตัวรอดและสู้กลับเพื่อหยุดยั้งความโหดของเดวิดให้ได้
เรื่องนี้หมายมั่นดูแบบเอามันส์และเอาฮาครับ ซึ่งหนังก็ตอบโจทย์ตามนั้นนะ ดังนั้นใครอยากดูหนังแอ็คชั่นเบาๆ แบบไม่คิดมากก็จัดได้เลยครับเรื่องนี้
สารภาพตามตรงว่าไม่ได้เป็นแฟนพันธุ์แท้หนังชุดนี้ครับ คือก็ตามดูทุกภาคนั่นแหละ แต่อาจไม่ได้ถูกจริตโดนใจอะไรขนาดนั้น ชื่อหุ่นในเรื่องก็จำได้แค่ อ็อปติมัส, บัมเบิลบี แล้วก็เมกาตรอนเท่านั้น (ยอมรับว่างงทุกทีเวลาหุ่นหลายๆ ตัวมาตีกัน ไม่รู้ใครเป็นใคร)
หนังเรื่องนี้ทำให้ผมหลุดปากออกมาระหว่างดูเลยครับว่า “อะไรของมันกันเนี่ย?”
Safe Haven คืออีกหนึ่งหนังที่ดัดแปลงจากงานของ Nicholas Sparks เจ้าพ่อนิยายโรแมนติกที่คอแนวนี้น่าจะเคยผ่านการอ่านงานของเขากันมาแล้ว
ดูแบบไม่คิดมาก แล้วก็เพลินแบบไม่คาดคิดครับสำหรับหนังเรื่องนี้ ซึ่งรีเมคมาจากซีรี่ส์ฮิตชื่อเดียวกันนี้เมื่อยุค 70 ครับ เคยเอามาฉายบ้านเราด้วยในชื่อ “ฉลามบก” นี่แหละ
เบธ (Kristen Bell) สาวสวยน่ารักที่ยังไม่มีโชคในเรื่องความรักกับเขาสักที จนกระทั่งเธอต้องไปทำธุระที่กรุงโรม และมีโอกาสได้ลองโยนเหรียญในบ่ออธิษฐานที่ตำนานกล่าวว่าบ่อน้ำแห่งนี้อธิษฐานอะไรก็จะได้ตามใจปรารถนา เบธเลยอธิษฐานไปเล่นๆ ให้คนมีมารัก ที่นี้ล่ะครับมีหนุ่มๆ (และแก่ๆ) หันมาหลงรักเธอแบบล้อมหน้าล้อมหลังทีเดียว และหนึ่งในนั้นก็มีหนุ่มทรงเสน่ห์นามว่า นิค (Josh Duhamel) เข้ามาข้องแวะเธอด้วย
ภาคก่อนถือว่าทำเอาใจคอแอ็กชันให้เพลิดเพลินแบบสาแก่ใจ พอมาภาคนี้ทีมงานก็มีข่าวออกมาตั้งแต่ตอนสร้างครับ หลังจากโดนแฟนๆ ส่วนหนึ่งบ่นในเรื่องบทของภาค 2 ที่ไม่ค่อยมีอะไรให้ติดตามนัก ภาค 3 นี่จึงเป็นการแก้มือโดยทีมงานสัญญาว่าจะใส่แอ็กชันและบทกับเรื่องราวให้พอเหมาะ มีสมดุลพอดีๆ ไม่เบาโหวงเกินไปอีก และผลที่ได้ก็ถือว่าทีมงานทำตามสัญญาได้ไม่เลวเลยครับ