แม็ดดี้ บาร์คเกอร์ (Jennifer Lawrence) สาวแซ่บที่กำลังประสบปัญหาทางการเงิน เลยรับงานอ่อยหนุ่มเนิร์ดละอ่อน เพอร์ซี เบคเกอร์ (Andrew Barth Feldman) แล้วเรื่องวุ่นๆ น่ารักปนห่ามก็เลยตามมา
แม็ดดี้ บาร์คเกอร์ (Jennifer Lawrence) สาวแซ่บที่กำลังประสบปัญหาทางการเงิน เลยรับงานอ่อยหนุ่มเนิร์ดละอ่อน เพอร์ซี เบคเกอร์ (Andrew Barth Feldman) แล้วเรื่องวุ่นๆ น่ารักปนห่ามก็เลยตามมา
Don’t Look Up ถือว่าอยู่ในหมวดหนังตลก
ระหว่างดู X-Men ภาคนี้ผมก็นึกถึงเรื่องๆ หนึ่งขึ้นมาในหัวครับ… ผมนึกถึงประเด็นที่ว่า “ข่าวๆ หนึ่ง มีรสชาติแตกต่างกันออกไปยามที่ทีวีแต่ละช่องรายงานข่าวนั้นๆ”
และแล้วเรื่องของ The Hunger Games ก็มาถึงบทสรุปครับ เมื่อแคทนิส (Jennifer Lawrence) และพรรคพวกต้องประจัญบานกับประธานาธิบดีสโนว์ (Donald Sutherland) ในขั้นเด็ดขาด ก็มีการต่อสู้ มีการล้มเจ็บล้มตายกันตามสูตร
The Hunger Games: Mockingjay – Part 1 คือภาคคั่นเวลาก่อนทุกอย่างจะไปสิ้นสุดใน Part 2 ซึ่งถ้าใหสรุปคร่าวๆ แล้วก็ถือเป็นภาคที่ดูได้เรื่อยๆ แต่ไม่ได้มีความอลังหรือความลุ้นเท่า 2 ภาคแรก
American Hustle เป็นหนังว่าด้วยการหลอก การตุ๋น แต่มันไม่ใช่หนังโจรกรรมแบบ Ocean’s Eleven ครับ แต่เป็นหนังว่าด้วยชีวิตนักตุ๋นกลุ่มหนึ่ง ที่ต่างคนต่างก็มีปมของตนเอง และปมเหล่านั้นก็ส่งผลต่อชีวิตและงานของพวกเขา อีกทั้งนำมาสู่เรื่องวุ่นวายสารพัด
“ความหวัง คือสิ่งเดียวที่แข็งแกร่งกว่าความกลัว”
ในแง่ความบันเทิง The Hunger Games ตอบโจทย์ได้ดี เพราะมีทั้งพล็อตชวนติดตาม มีแอ็กชันมีความตื่นเต้นชวนลุ้น และมีเรื่องให้สะเทือนใจแทรกเป็นพักๆ
การกลับมาของ X-Men ภาคนี้ก็เหมือนผู้ชมจะมีความคิดเห็นผสมๆ กันไปนะครับ มีทั้งที่โอและไม่โอกับภาคนี้ ซึ่งก็ถือเป็นเรื่องความชอบของแต่ละคนครับ คนเรามีสิทธิ์แสดงความชอบหรือไม่ชอบหนังที่เราดูได้อยู่แล้ว ^_^
X-Men: Days of Future Past ทำการแก้ลำเรื่องราวของหนังชุดนี้อย่างได้ผลครับ หลังจากที่หลายภาคที่ทำออกมาก่อนหน้า ทำแล้วมีจุดขัดกันเองหรือไม่กลมกลืนอยู่หลายอย่าง