หนังการ์ตูนของ Disney ที่ลงสูตร Princess Story ตามแบบฉบับของค่ายนี้ครับ ถ้าว่ากันถึงแก่นแล้วมันอาจไม่มีอะไรแปลกใหม่แหวกไปจากเดิม แต่ถ้าว่ากันถึงการเล่าเรื่องแล้ว ก็ถือว่ามีพัฒนาการที่น่าสนใจเหมือนกัน
หนังการ์ตูนของ Disney ที่ลงสูตร Princess Story ตามแบบฉบับของค่ายนี้ครับ ถ้าว่ากันถึงแก่นแล้วมันอาจไม่มีอะไรแปลกใหม่แหวกไปจากเดิม แต่ถ้าว่ากันถึงการเล่าเรื่องแล้ว ก็ถือว่ามีพัฒนาการที่น่าสนใจเหมือนกัน
ภาคก่อนโกยเงินทั่วโลกเกือบพันล้านครับ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่จะต้องมีการทำภาคต่อออกมา ซึ่งภาคนี้ก็ถือว่าทำเงินไปน่าพอใจอีกเช่นกัน คือ $796 ล้าน แสดงว่ามีคนรอให้การต้อนรับอยู่เยอะทีเดียว
ไม่ว่าจะก่อนดู ระหว่างดู หรือหลังดูหนังเรื่องนี้เสร็จ ความคิดที่อยู่ในหัวผมตลอดๆ ก็คือ “นี่มัน Die Hard นี่ครับ” 555
ภาคแรกดูเอามันส์และภาพสวยนะครับ พอมีภาค 2 ออกมาก็อีหรอบเดียวกันครับ ยังคงดูสนุกได้แบบไม่ต้องคิดมาก ดูเอาเพลิน เหมาะสำหรับจะใช้มันปลดปล่อยวิญญาณรักการผจญภัยในตัวคุณได้อย่างดีเลยล่ะครับ
เท่าที่นึกออกปีที่แล้วมี Hercules ออกมา 3 ฉบับ เริ่มจากฉบับ The Legend of Hercules ของ Renny Harlin ที่พยายามจะเดินตามรอย 300 แต่เหมือนแค่สไตล์ภาพครับ ในแง่รสชาติถือว่าธรรมดา
ปกติถ้าเป็นหนังฟอร์มยักษ์ฟอร์มบิ๊กผมมักจะพยายามร่ายยาวกว่าหนังทั่วไป แต่กับเรื่องนี้สารภาพว่าไม่มีอะไรจะร่ายจริงๆ ครับ
ดูตัวอย่างแล้วก็เตรียมใจเข้าไปเสพความเว่อร์วังแบบเต็มขั้นครับ ยิ่งทุนสร้างตั้ง $250 ล้าน มันก็ต้องจัดเต็มแอ็กชันและฉากทำลายล้างแบบระเบิดระเบ้อแน่นอน (พูดถึงรายได้ ตอนนี้ทั่วโลกโกยไปแล้ว $531 ล้าน ถึงจุดคุ้มทุนแล้วครับ ไม่เกินสัปดาห์นี้ก็จะได้งบโฆษณาคืน และเข้าสู่โซนกำไรแน่นอน)
ฉากที่ผมอยากดูที่สุดใน Fast and Furious 7 คือฉากสรุปส่งท้ายบทของ Paul Walker ครับ
หนังชุดนี้กลายเป็นหลักไมล์แห่งความมันส์ไปแล้วครับ คือมั่นใจได้เลยว่าภาคต่อๆ มาต้องทำเงินและต้องออกมาน่าพอใจ ดูเอามันส์ก็ได้ ดูเอาลุ้นหรือดูรถสวยก็ได้ ดาราในเรื่องก็คัดฝีมือกันมาทั้งนั้น
คงไม่ต้องสาธยายยาวกับหนังเรื่องนี้ครับ นอกจากประเด็นหลักๆ ว่าผมดูหนังเรื่องนี้แล้ว และผลลงเอยก็คือ “ชอบ”