ผมเปิดหนังเรื่องนี้แบบดูเอามันส์ครับ ไม่ได้คิดอะไรก่อนดูเลย คือกะดูไปทำงานไป ไม่ได้อยากดูอะไรหนักๆ ซึ่งว่าตามจริงตัวหนังมันก็มาในโทนเบาๆ นี่แหละครับ แต่ยอมรับว่าระหว่างที่ผมดูเนี่ย ความสนุกของผมมันเหมือนถูกเบรคเป็นพักๆ
ผมเปิดหนังเรื่องนี้แบบดูเอามันส์ครับ ไม่ได้คิดอะไรก่อนดูเลย คือกะดูไปทำงานไป ไม่ได้อยากดูอะไรหนักๆ ซึ่งว่าตามจริงตัวหนังมันก็มาในโทนเบาๆ นี่แหละครับ แต่ยอมรับว่าระหว่างที่ผมดูเนี่ย ความสนุกของผมมันเหมือนถูกเบรคเป็นพักๆ
ช่างภาพสาว ดอนน่า วอร์ฮีส์ (Ariana Richards) ติดเชื้อมนุษย์หมาป่ามาแล้วเธอก็มาแปลงร่างตอนอยู่สนามบินในนิวยอร์กอันส่งผลให้มีคนอีกเพียบที่ติดเชื้อนี้ซึ่งทางการก็พยายามกักกันพวกเขาเอาไว้ แต่ประเด็นคือในขณะที่ผูพันไบรอัน ฮอฟฟ์แมน (Craig Sheffer) ต้องการจะรักษาคนกลุ่มนี้ แต่ท่านนายพลมอนนิ่ง (Dennis Haysbert) กลับอยากได้ตัวคนเหล่านี้เอาไว้ใช้ทางการทหาร งานนี้ก็เลยต้องมีงัดกันครับ
นิยามได้เลยครับว่าหนังเรื่องนี้ออกแนว “สยอง หลอน เมา” ซึ่งจริงๆ เข้าทางผมนะ แต่ขณะเดียวกันก็เผื่อใจเอาไว้นิดๆ ว่าพอดูแล้วอาจจะไม่ถึงกับชอบมากอย่างที่คาดก็ได้ (ว่าง่ายๆ คือลดความคาดหวังก่อนดูนั่นแหละครับ)
ตามปกติหนังที่มีข่าวลือว่าผู้กำกับกับนักแสดงไม่กินเส้นกันมักจะออกมาไม่ใคร่จะลงตัวอย่างที่เขาว่า เพราะจังหวะหนังจะขาดความกลมกล่อมไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ยิ่งหนังอันไหนที่นักแสดงเกิดมีอิทธิพลจนสามารถถีบผู้กำกับออกจากเก้าอี้แล้วเอาหนังมาตัดต่อเอง กรณีหลังนี่ยิ่งไปกันใหญ่เลยครับ เละเทะไปหลายเรื่องแล้ว… แต่กับ Payback คงเป็นข้อยกเว้นหนึ่ง
ภาคต่อครับ สร้างออกมาเพราะตอนแรกมันดัง โกยไปตั้ง 130 กว่าล้านแน่ะ กับตอนนี้โดโลริส (Whoopi Goldberg) ก็ต้องกลับมาปลอมเป็นแม่ชีอีกหน เพื่อช่วยเป็นครูสอนให้กับโรงเรียนวัดที่กำลังจะถูกสั่งปิด