ป้ายกำกับ: Anna Kendrick

A Simple Favor (2018) เพื่อนหาย อย่าหา

เป็นหนังตลกร้ายซ่อนเงื่อนที่มันส์ใช้ได้เรื่องหนึ่งเลยครับ โดยส่วนตัวผมออกจะชอบมากพอสมควรเพราะรสชาติมันถูกปาก จังหวะการเดินเรื่องมันเร็วและมีความเจ็บแสบแทรกซึมอยู่ในเนื้อหา อีกทั้ง 2 ดารานำก็เล่นได้ลื่นมากจนน่าปรบมือเลยล่ะ

Trolls (2016) โทรลล์ส

ชอบมากกว่าที่คิดแฮะเรื่องนี้ สนุกดีครับ ตัวการ์ตูนออกแบบได้น่ารัก ดูเพลิน ความฮามาเรื่อยๆ เนื้อเรื่องแม้จะพอเดาได้แต่ก็น่าติดตาม และประเด็นสาระก็ถือว่าดีทีเดียว

Pitch Perfect 2 (2015) ชมรมเสียงใส ถือไมค์ตามฝัน 2

ภาคแรกทำผมประทับใจไว้เยอะครับ ดังนั้นก่อนดู Pitch Perfect 2 ผมก็แอบคาดหวังเป็นธรรมดา ไหนจะโกยเงินถล่มทลายซะขนาดนั้น (แต่โดยส่วนตัวคิดว่าที่ภาคนี้ทำเงินอย่างใหญ่ ก็เพราะบุญเก่าที่ภาคแรกสะสมไว้ส่วนหนึ่ง)

รีวิว Table 19 (2017) โต๊ะ 19

เป็นหนึ่งในหนังที่ผมสนใจตั้งแต่ทราบพล็อตเรื่องครับ และยิ่งได้ Anna Kendrick มานำแสดงอีกก็ยิ่งน่าสนใจไปกันใหญ่ แม้ตัวอย่างจะออกมาแบบเรื่อยๆ ไม่ได้มีพลังดึงดูดแบบเต็มๆ ก็ตาม

Into the Woods (2014) มหัศจรรย์คําสาปแห่งป่าพิศวง

Into the Woods ทำให้ผมนึกถึง Sweeney Todd โดยเฉพาะในส่วนของทำนองเพลง ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกครับ เพราะหนังทั้ง 2 เรื่องต่างก็มีคนประพันธ์เพลงชื่อ Stephen Sondheim เหมือนกัน

The Voices (2014) แผนจี๊ดๆ คิดได้ไง

The Voices เป็นหนังตลกร้ายที่อาจจะถูกปากใครหลายคนครับ ขณะเดียวกันมันก็อาจจะเป็นหนังที่ไม่ถูกเส้นกับใครอีกหลายคนเช่นกัน และสำหรับผมแล้ว หนังอาจไม่ใช่แนวของผมน่ะครับ ^_^

Cake (2014) ลุกขึ้นใหม่ ให้ใจลืมเจ็บ

อีกหนึ่งหนังดราม่าที่ Jennifer Aniston ฝากฝีมือการแสดงดีๆ เอาไว้ครับ (จนเธอได้เข้าชิงลูกโลกทองคำในปีนั้น แต่คนที่ได้รางวัลไปคือ Julianne Moore ที่เล่นได้ยอดเยี่ยมกว่าจาก Still Alice) ในบท แคลร์ เบนเนทท์ หญิงสาวที่ต้องทนทรมานจากอดีตและความเจ็บปวดในชีวิตของเธอ

Mr. Right (2015) คู่มหาประลัย นักฆ่าเลิฟเลิฟ

กลายเป็นว่าเรื่องนี้ออกมาโอแบบคาดไม่ถึงครับ เพราะพล็อตกับหน้าหนังแม้มันจะว่าใหม่ แต่ก็ไม่เชิงใหม่ซะทีเดียว แต่อย่างน้อยสำหรับ แค่มี Anna Kendrick แล้วบวกด้วย Tim Roth เข้าไป ความน่าสนใจก็ถือว่าเยอะพอตัวล่ะ

Mike and Dave Need Wedding Dates (2016) คู่เดทวิวาห์วายป่วง

หนังฮาเรื่องนี้ดูแล้วเหมือนแบ่งอารมณ์ออกเป็น 2 ครึ่งครับ คือครึ่งแรกก็รู้สึกแบบหนึ่ง พอไปถึงครึ่งหลังก็รู้สึกอีกแบบหนึ่ง แต่หากใครอยากดูหนังฮาแบบไม่คิดมาก ผมว่าก็พอจะโอเคอยู่ครับ