โดราเอมอน ตอน ผจญภัยไดโนเสาร์ คือภาคพิเศษตอนแรกสุดที่สร้างออกมาเมื่อปี 1980 หรือ พ.ศ. 2523 ครับ
โดราเอมอน ตอน ผจญภัยไดโนเสาร์ คือภาคพิเศษตอนแรกสุดที่สร้างออกมาเมื่อปี 1980 หรือ พ.ศ. 2523 ครับ
ถ้าใครหมายมั่นว่าหนังเรื่องนี้จะออกแนวชีวิตว่าด้วยประวัติของผู้กำกับระดับตำนานอย่าง Alfred Hitchcock แล้วก็ดูด้วยความต้องการอยากรู้จัก Hitchcock อย่างลึกซึ้งมากขึ้น ก็อาจไม่รู้สึกสมหวังนักครับ หลังจากหนังเรื่องนี้จบ
ผมรู้สึกดีที่ระยะหลังๆ มีหนังสไตล์ How to สอนคนให้รู้จักใช้ชีวิตมาเรื่อยๆ อย่าง Yes Man ก็อีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งการดูหนังพวกนี้เมื่อมาผสมกับการคิดเพิ่มรอยหยักในสมองสักนิดก็จะทำให้เราเห็นแนวทางการใช้ชีวิตที่เหมาะควร รู้ทันใจตนและเข้าใจโลกมากขึ้น อะไรแบบนี้แหละครับถึงจะเรียกว่าคืนกำไรตอบแทนคนดู
ผมทำใจล่วงหน้าก่อนเข้าโรงแล้วว่าหนังของพี่ Jim Carrey เรื่องนี้คงไม่ฮาแตกเท่าสมัยเล่น Dumb and Dumber, Liar Liar หรือ Bruce Almighty พอดูจบก็พบคำตอบว่าเป็นแบบนั้นจริงๆ แหละครับ หนังขำบ้างแต่ก็ไม่มาก จึงขอสาธยายแจ้งไว้ในย่อหน้าแรกเลยนะครับว่าอย่าดูโดยคาดหวังความขำ
ช่วงนี้ยอมรับว่าแทบไม่มีเวลาดูหนังจีนชุดเลยครับ ขนาดหนังปกติสองชั่วโมงจบยังไม่ใคร่จะได้ดูกับเขาเลย
บอกตรงๆ ว่าภาคแรกไม่ค่อยสมหวังผมซักเท่าไหร่ในเรื่องความน่ากลัว หรือต่อให้หวังแค่ความบันเทิงก็ไม่ได้สนุกมากมายอยู่ดี ผมเลยไม่ค่อยจะหวังกับหนังชุดนี้อีกแล้ว… แต่ปรากฎว่า … ภาคนี้มันส์กว่าตอนแรกอีกหว่ะเฮ้ย
หลังจากเฉินเจียลั่ว (เจิ้นเส้าชิว) ประมุขพรรคดอกไม้แดงรับ ปึงซีเง็ก หรือ ฟงไสหยก (หลี่เหลี่ยนเจี๋ย) เป็นลูกบุญธรรมแล้วก็พาเข้าสู่พรรค แต่เมื่อได้เข้าพรรคแล้ว เขากลับพบว่าแม้แต่ในพรรคเองก็เต็มไปด้วยความขัดแย้ง มีคลื่นทั้งใต้น้ำและบนน้ำ จนในที่สุดเขาจึงต้องลงมือพิทักษ์ความถูกต้องบนแนวทางของตนเอง
ในแง่ความบันเทิง The Hunger Games ตอบโจทย์ได้ดี เพราะมีทั้งพล็อตชวนติดตาม มีแอ็กชันมีความตื่นเต้นชวนลุ้น และมีเรื่องให้สะเทือนใจแทรกเป็นพักๆ
ผมล่ะอยากรู้เป็นหนักหนาว่าทำไมหนังเรื่องนี้ปีนกระได Box Office ฮ่องกงแล้วทำเงินขึ้นอันดับหนึ่งประจำปีที่ออกฉายได้ ทั้งๆ ที่ดาราหน้าก็ไม่คุ้น (ในขณะนั้น) แต่พอดูแล้วบางอ้อก็มาจ่อตรงหน้าพอดี
ย้อนมาพูดถึงภาคแรกหน่อยดีกว่า เคยพูดถึงภาคสองไว้แล้ว และก็ไม่ค่อยประทับใจนัก แต่ผมชอบภาคแรกนะครับ เลยขอยกมาพูดถึงหน่อยแล้วกัน