ดูแล้วสมหวังจริงๆ ครับสำหรับ Pixels
ดูแล้วสมหวังจริงๆ ครับสำหรับ Pixels
ดู Haven มาถึงปี 4 แล้วครับ ซึ่งสงสัยผมจะถึงจุดอิ่มตัว เพราะความรู้สึกมันไม่ถึงกับชอบเหมือน 3 ปีแรก ซึ่งจริงๆ ปี 1 สนุกดี ปี 2 ก็ยังสนุก ส่วนปี 3 แม้หลายคนจะบอกว่ามันเริ่มออกทะเล แต่ผมก็ยังรู้สึกโอเคกับมันอยู่
โดยหน้าหนังถือว่าน่าสนใจนะครับ เอาเรื่องของพนักงานเงินเดือนมาผสมกับหนังฆาตกรรม ลึกลับ ระทึกขวัญ ถ้าทำออกมาเหมาะๆ นี่ก็น่าจะเป็นหนังระทึกผสมแง่คิดได้ไม่น้อยเลย
ได้ข่าวมาว่าภาคต่อไปของหนังชุด Divergent (อันจะเป็นภาคจบ) จะถูกหั่นงบลงครับ เนื่องจากภาคนี้ทำเงินไม่เข้าเป้าอย่างแรง ลงทุนไปประมาณ $110 ล้าน แต่เพิ่งทำเงินคืนมาได้เพียง $136 ล้าน นี่คือนับจากทั่วโลกแล้วนะครับ (ถ้าเฉพาะในอเมริกาก็ยังทำไปไม่ถึง $60 ล้านเลยครับ)
ภาคต่อของ Bruce Almighty ที่จับเอาตัวละคร อีวาน แบ็กซ์เตอร์ (Steve Carrell) ที่ขโมยซีนไปได้พอตัวในภาคแรกมารับบทนำครับ คราวนี้อีวานได้รับเลือกเป็นวุฒิสมาชิก แล้วเขาก็ตั้งมั่นจะทำงานเพื่อประชาชน อีกทั้งยังอธิษฐานต่อพระเจ้าว่าเขาขอโอกาสที่จะได้ช่วยเปลี่ยนแปลงโลกให้ดีขึ้นอีกสักหน่อยก็ยังดี
พอได้ดูจบแบบครบถ้วนแล้วก็พอเข้าใจว่าทำไมหนังถึงไปไม่ได้ไกลเท่าไรในอเมริกา ซ้ำยังถูกถอดกลางอากาศในบ้านเรา เล่นเอาแฟนเอ็กซ์ไฟล์สวดผู้นำเข้าเป็นการใหญ่ เพราะมันเสียความรู้สึกน่ะครับ เล่นโฆษณาทุกอย่างพร้อม ดันไม่ยอมฉายซะอย่างนั้น ส่วนประเด็นที่ว่าหนังดีหรือไม่ก็ให้คนดูเสียเงินไปตัดสินเองน่าจะดีกว่า
เรื่องนี้ดูแบบไม่คาดหวังครับ จริงๆ ไม่รู้อะไรเกียวกับเรื่องนี้เท่าไรด้วย แล้วผลที่ได้ก็คือ ไม่เลวครับ ดูได้เพลินๆ
หลังจากภาคแรกดังแบบเกินคาด (ลงทุน $18 ล้านเหรียญ แต่โกยไปได้กว่า $260 ล้านจากทั่วโลก) โปรเจคท์ภาคต่อเลยถูกดันขึ้นในทันใดครับ
ภาคที่ 3 ของ Never Back Down ซึ่งเมื่อพูดถึงหนังชุดนี้แล้วผมว่าสไตล์มันเปลี่ยนไปในแต่ละภาคนะครับ อย่างภาคแรกนี่ออกแนว The Karate Kid แบบผู้ใหญ่ พอมาภาค 2 ก็เป็นส่วนผสมระหว่างหนังภาคแรกกับหนังบู๊ที่มีโลกแห่งการต่อสู้แบบดิบๆ เข้ามาเกี่ยว
ภาคแรกดูเอามันส์และภาพสวยนะครับ พอมีภาค 2 ออกมาก็อีหรอบเดียวกันครับ ยังคงดูสนุกได้แบบไม่ต้องคิดมาก ดูเอาเพลิน เหมาะสำหรับจะใช้มันปลดปล่อยวิญญาณรักการผจญภัยในตัวคุณได้อย่างดีเลยล่ะครับ