ปัญหาประการหนึ่งของหนังจีนยุค CG คือ ถ้าเรื่องไหนเน้น CG มากๆ ล่ะก็ เนื้อหาและความแน่นของเรื่องมักจะโดนลดบทบาทลงครับ ส่วนจะโดนลดมากจนไม่เหลือเลยหรือยังพอกล้อมแกล้มดูสนุกอยู่บ้าง ก็ต้องแล้วแต่กรณี
ปัญหาประการหนึ่งของหนังจีนยุค CG คือ ถ้าเรื่องไหนเน้น CG มากๆ ล่ะก็ เนื้อหาและความแน่นของเรื่องมักจะโดนลดบทบาทลงครับ ส่วนจะโดนลดมากจนไม่เหลือเลยหรือยังพอกล้อมแกล้มดูสนุกอยู่บ้าง ก็ต้องแล้วแต่กรณี
ตามดูเรื่องนี้ก็เพราะเป็นหนังที่สร้างจากเรื่องของ Clive Barker เจ้าของเดียวกับที่ผลิตผลงานหนังสยอง (ที่ผมชอบมากๆ) อย่าง Hellraiser นั่นเองครับ โดยเรื่องนี้เขาก็ลงมือกำกับเองด้วย
เคยดูเรื่องนี้จาก Big Cinema ครับ สารภาพว่าไม่ได้คาดหวังอะไรเลย เพราะรายได้และคำชมก็ออกมาแบบกลางๆ ค่อนไปทางลบ แต่ครั้นพอได้ดูแล้วก็รู้สึกว่าหนังทำออกมาได้โอเคครับ เรื่อยๆ ดี
ภาคก่อนโกยเงินทั่วโลกเกือบพันล้านครับ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่จะต้องมีการทำภาคต่อออกมา ซึ่งภาคนี้ก็ถือว่าทำเงินไปน่าพอใจอีกเช่นกัน คือ $796 ล้าน แสดงว่ามีคนรอให้การต้อนรับอยู่เยอะทีเดียว
ดูแล้วสรุปใจความได้เลยครับว่ามันคือการเอา Superman มาบวกกับ The Omen ได้ออกมาเป็นหนังสยองที่ตั้งคำถามใส่หน้าเราว่า “หากซูเปอร์แมนไม่ใช่คนดีล่ะ?”
ตอนแรกตอนได้ข่าวว่าจะสร้างก็รู้สึกอยากดูอยู่ครับ ครั้นพอได้ดูตัวอย่างแรกก็เริ่มรู้สึกเฉยๆ รู้สึกเหมือนว่าหนังมันดูเรียบๆ เรื่อยๆ ยังไงพิกล (ดูไม่ค่อยมีสีสันหรือลูกเล่นน่ะครับ) แต่ของแบบนี้ก็ต้องดูแบบเต็มเรื่องถึงจะสรุปได้ว่าเราจะโอเคกับมันหรือไม่อย่างไร
ภาค 3 ของหนังชุด Mystery 101 ครับ
พออ่านจากชื่อเรื่องแล้ว ผมก็คิดไปว่าหนังน่าจะเกี่ยวกับคืนหนึ่งบนรถไฟที่ชายหญิงแปลกหน้าได้มารู้จักกันและแบ่งปันเรื่องราวในชีวิตแก่กัน (แบบ Before Sunrise) แต่พอได้ดูนี่ไปคนละเรื่องเลยครับ ไม่ใช่แบบที่คิดเลย
ภาค 2 ของหนังชุด Mystery 101 ครับ หนนี้ศาสตราจารย์ผู้เชี่ยวชาญวรรณกรรมสืบสวน เอมี่ วินสโลว์ (Jill Wagner) มาร่วมงานกำกับละครเวทีครับ แต่แล้วเธอก็พบว่านักแสดงนำหญิงของเรื่องกำลังถูกปองร้ายหมายชีวิต เธอเลยต้องพลิกหลักฐานตามหาความจริง ก่อนที่คนร้ายจะลงมือก่อการฆาตกรรม
ไอด้า (Bailee Madison) หนูน้อยจอมแสบที่อาศัยอยู่กับแม่ (Alicia Witt) แต่ในใจเธอก็อยากจะเจอพ่อสักครั้งครับ เธอไม่รู้อะไรเกี่ยวกับพ่อมากนัก นอกจากว่าเขาน่าจะเป็นนักขี่ม้าโรดิโอ