หนึ่งในหนังแนวแม่สาวผิวเข้มทะลวงแค้นที่ถูกสร้างขึ้นมาในยุค 70 สมัยที่กระแส Blaxploitation (หนังที่นำแสดงโดยคนผิวสี) กำลังมาแรงครับ ตัวเอกของเรื่องคือ ฟ็อกซี่ บราวน์ (Pam Grier) สาวสุดแกร่งที่ตั้งใจเปิดศึกกับแก๊งมาเฟียที่อยู่เบื้องหลังการตายของแฟนเธอ
หนึ่งในหนังแนวแม่สาวผิวเข้มทะลวงแค้นที่ถูกสร้างขึ้นมาในยุค 70 สมัยที่กระแส Blaxploitation (หนังที่นำแสดงโดยคนผิวสี) กำลังมาแรงครับ ตัวเอกของเรื่องคือ ฟ็อกซี่ บราวน์ (Pam Grier) สาวสุดแกร่งที่ตั้งใจเปิดศึกกับแก๊งมาเฟียที่อยู่เบื้องหลังการตายของแฟนเธอ
จุดหนึ่งที่จัดว่าน่าเสียดายในภาคนี้คือการที่ Donnie Yen ไม่กลับมารับบทซุนหงอคง ซึ่งคนที่มารับบทแทนก็คือ กั๊วฟู่เฉิง (ที่ภาคก่อนเล่นเป็นปีศาจกระทิง) ที่แม้ว่าพี่แกจะแสดงได้ดีอยู่ แต่ในแง่แอ็กชันลีลากังฟูแล้ว ยังไงป๋า Donnie ก็พริ้วกว่าครับ
ปัญหาประการหนึ่งของหนังจีนยุค CG คือ ถ้าเรื่องไหนเน้น CG มากๆ ล่ะก็ เนื้อหาและความแน่นของเรื่องมักจะโดนลดบทบาทลงครับ ส่วนจะโดนลดมากจนไม่เหลือเลยหรือยังพอกล้อมแกล้มดูสนุกอยู่บ้าง ก็ต้องแล้วแต่กรณี
ตามดูเรื่องนี้ก็เพราะเป็นหนังที่สร้างจากเรื่องของ Clive Barker เจ้าของเดียวกับที่ผลิตผลงานหนังสยอง (ที่ผมชอบมากๆ) อย่าง Hellraiser นั่นเองครับ โดยเรื่องนี้เขาก็ลงมือกำกับเองด้วย
เคยดูเรื่องนี้จาก Big Cinema ครับ สารภาพว่าไม่ได้คาดหวังอะไรเลย เพราะรายได้และคำชมก็ออกมาแบบกลางๆ ค่อนไปทางลบ แต่ครั้นพอได้ดูแล้วก็รู้สึกว่าหนังทำออกมาได้โอเคครับ เรื่อยๆ ดี
ภาคก่อนโกยเงินทั่วโลกเกือบพันล้านครับ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่จะต้องมีการทำภาคต่อออกมา ซึ่งภาคนี้ก็ถือว่าทำเงินไปน่าพอใจอีกเช่นกัน คือ $796 ล้าน แสดงว่ามีคนรอให้การต้อนรับอยู่เยอะทีเดียว
ดูแล้วสรุปใจความได้เลยครับว่ามันคือการเอา Superman มาบวกกับ The Omen ได้ออกมาเป็นหนังสยองที่ตั้งคำถามใส่หน้าเราว่า “หากซูเปอร์แมนไม่ใช่คนดีล่ะ?”
ตอนแรกตอนได้ข่าวว่าจะสร้างก็รู้สึกอยากดูอยู่ครับ ครั้นพอได้ดูตัวอย่างแรกก็เริ่มรู้สึกเฉยๆ รู้สึกเหมือนว่าหนังมันดูเรียบๆ เรื่อยๆ ยังไงพิกล (ดูไม่ค่อยมีสีสันหรือลูกเล่นน่ะครับ) แต่ของแบบนี้ก็ต้องดูแบบเต็มเรื่องถึงจะสรุปได้ว่าเราจะโอเคกับมันหรือไม่อย่างไร
ภาค 3 ของหนังชุด Mystery 101 ครับ
พออ่านจากชื่อเรื่องแล้ว ผมก็คิดไปว่าหนังน่าจะเกี่ยวกับคืนหนึ่งบนรถไฟที่ชายหญิงแปลกหน้าได้มารู้จักกันและแบ่งปันเรื่องราวในชีวิตแก่กัน (แบบ Before Sunrise) แต่พอได้ดูนี่ไปคนละเรื่องเลยครับ ไม่ใช่แบบที่คิดเลย