จริงๆ นี่คือตอนปิดท้ายไตรภาคน่ะนะครับ แต่ด้วยความที่ภาคนี้ไม่เวิร์กเท่าที่ควร พี่ Sylvester Stallone เลยจัดการทำภาค 4 ออกมา ซึ่งเป็นเรื่องดีครับ เพราะภาค 4 มันส์กว่าภาคนี้เยอะเลย
จริงๆ นี่คือตอนปิดท้ายไตรภาคน่ะนะครับ แต่ด้วยความที่ภาคนี้ไม่เวิร์กเท่าที่ควร พี่ Sylvester Stallone เลยจัดการทำภาค 4 ออกมา ซึ่งเป็นเรื่องดีครับ เพราะภาค 4 มันส์กว่าภาคนี้เยอะเลย
พอดีที่ผมนั่งดู Anchorman: The Legend of Ron Burgundy ไปเมื่อสามวันก่อน และจากนั้นก็ได้ดูเรื่องต่อกันในวันถัดมา ก็เป็นความบังเอิญดีครับ
มาต่อกันด้วยหนัง Action สไตล์พี่ Sylvester Stallone นะครับ ซึ่งที่มาที่ไปของหนังเรื่องนี้ก็ต้องย้อนไปเมื่อปี 1984 ตอนนั้นทาง Paramount Pictures ได้ทาบทามพี่สไลให้ไปเล่นเป็นพระเอกในหนังเรื่อง Beverly Hills Cop (เรื่องเดียวกับที่ Eddie Murphy เล่นจนดังนั้นแหละครับ) ซึ่งตอนแรกก็มีการเซ็นต์สัญญากันอย่างดี แล้วพี่สไลก็ขอทีมงานในการดัดแปลงบทภาพยนตร์เองตามใจชอบ
ตอนก่อนๆ ถ้าท่านอ่านกันน่ะนะครับ จะเห็นว่าผมชมในเรื่องการเขียนบทของพี่ Sylvester Stallone ในภาคแรกนั้น บทหนังมันสมบูรณ์ครับ เรียบง่ายแต่สมบูรณ์ ส่วนภาคสองก็ป็นส่วนเสริมจากภาคแรก พอมาภาคสามพี่แกก็ฉลาดพอที่จะเปลี่ยนแนวให้กับหนังโดยเพิ่มความมันส์ลงไป พอมาภาคสี่แกก็ผูกเรื่องจากภาคสามมาสร้างเงื่อนไขทางอารมณ์ให้กับคนดู ซึ่งถ้าดูจากสี่ภาคแรกนี่ ยอมรับว่าแกก็มีฝีมือนะครับ
แต่พอมาภาคห้าเท่านั้นแหละ ผมถึงแก่ความงงว่าเกิดอะไรขึ้นกับพี่สไลเนี่ย
Die Hard ภาคนี้ถือว่าจัดเต็มสำหรับองค์ประกอบเรียกลูกค้าหนังแอ็กชันบู๊ล้างผลาญ ตั้งแต่ต้นตำนานจอมผิดที่ผิดเวลา จอห์น แม็คเคลน (Bruce Willis) ที่ไปไหนก็เกิดเรื่องทุกที ขนาดอยู่ดีๆ เรื่องก็ยังพุ่งมาหาเลย ตามด้วยกระสุนปลิวว่อน ระเบิดไม่ยั้ง ตึกถล่ม กระจกกระจาย ขับรถไล่ล่าจนถนนพังยับ ลูกน้องตัวร้ายที่ขนมาเป็นโหล เฮลิคอปเตอร์ลุกเป็นไฟ และตัวร้ายที่มาพร้อมแผนระดับบิ๊ก
มันน่าจะมันส์นะ… แต่ไหงไม่มันส์เลย!
เรื่องราวการผจญภัยกลางอวกาศอีกอันนะครับ เป็นเรื่องราวการบุกสู่หลุมดำของดร.ฮานส์ ไรน์ฮาร์ด (Maximilian Schell) นักวิทยาศาสตร์ผู้บ้าคลั่งแห่งยานซิกนัสที่แม้จะรู้ทั้งรู้ว่าหลุมดำมันอันตรายแต่ก็ยังดึงดันจะฝ่าเข้าไปให้ได้
ภาคแรกเป็นอย่างไรผมก็ร่ายไปแล้วนะครับ และนี่คือภาคต่อ ที่เขาทำออกมาเป็นหนังลง VDO โดยเฉพาะ ซึ่งตอนนั้นนะครับ เป็นช่วงที่ทางค่าย Universal Pictures เขานิยมเอาหนังฮิตๆ ของตัวเองมาทำภาคต่อลง VDO ก็คงเป็นกลยุทธหนึ่งในการหาเงินหาทางเข้าบริษัทล่ะครับ แล้วก็อย่างที่เคยบอกไปนานแล้วว่า ตลาด VDO นั้นไม่ใช่กระจอกนะครับ หนังลง VDO เลยโดยไม่ผ่านโรงบางทียังทำเงินทำทองได้มากไม่แพ้หนังโรงด้วยซ้ำไป
หนังสร้างจากการ์ตูนช่อง แนวฮีโร่ปราบอธรรมของ Lee Falk ซึ่งก็ดังเอาการครับในยุคนั้น (ประมาณยุค 30 ซึ่งตอนนั้น Dick Tracy ก็กำลังดังเหมือนกัน) สำหรับตัวหนังก็เป็นเรื่องของ แฟนทั่ม หรือ “ผีเดินได้” (Billy Zane) ฮีโร่สวมหน้ากากที่คอยต่อสู้กับความชั่วร้ายทุกรูปแบบ และครั้งนี้เขาต้องเผชิญกับพลังอำนาจอันมหาศาลของ 3 หัวกะโหลก ที่ตอนนี้ แซนเดอร์ แดร๊กซ์ (Treat Williams) มหาเศรษฐีจอมชั่วร้ายกำลังรวบรวมอยู่ ด้วยจุดประสงค์ว่าจะเอาไปครองโลกน่ะแหละ ซึ่งแน่นอนว่าแฟนทั่มไม่ปล่อยให้เป็นอย่างนั้นแน่
ตามคำขอนะครับผม กับหนังแนวสยองขวัญที่สร้างจากนิยายขายดีของ Stephen King ราชานิยายสยองชื่อดังอ้ะนะครับ แล้วนี่ก็จัดเป็นหนังจากนิยายของ King เรื่องแรกๆ ด้วย
หลังจากเฮียเฉินหลงแกไปเล่นหนังฮอลลีวู้ดมาซะหลายเรื่อง ชื่อเสียงแกก็พอจะอยู่ตัวแล้วล่ะครับ เพราะส่วนมากหนังจะทำเงิน และดูจากเรื่องนี้ก็ดูท่าว่าจะเกิดขึ้นได้ด้วยมือเฮียแกนั่นแหละ เพราะทีมงานส่วนมากมาจากฮอ่องกง ตั้งแต่ผู้กำกับ Gordon Chan และผู้อำนวยการสร้างทั้งหลาย และแนวหนังก็เริ่มจะกลับไปคล้ายๆ กัยสไตล์หนังยุคก่อนเข้าฮอลลีวู้ดของเขา อย่างพวก First Strike หรือ Who Am I? แต่คราวนี้จะมีเรื่องเหนือธรรมชาติพ่วงเข้าไปด้วย