พล็อตคุ้นเคยครับ ประมาณว่าคนกลุ่มหนึ่งต้องมารวมตัวกันเอาชีวิตรอดในพื้นที่ปิดตาย จะออกไปก็ไม่ได้ เพราะมีตัวประหลาด, สิ่งชั่วร้าย หรืออะไรต่อมิอะไรมารุมล้อมพร้อมจะกินโต๊ะพวกเขา
พล็อตคุ้นเคยครับ ประมาณว่าคนกลุ่มหนึ่งต้องมารวมตัวกันเอาชีวิตรอดในพื้นที่ปิดตาย จะออกไปก็ไม่ได้ เพราะมีตัวประหลาด, สิ่งชั่วร้าย หรืออะไรต่อมิอะไรมารุมล้อมพร้อมจะกินโต๊ะพวกเขา
ไม่รู้ว่าเพื่อนๆ เคยเป็นกันไหมครับ? อารมณ์ประมาณว่า พอห่างเหินไม่ได้ดูหนังแนวไหนไปนานๆ แล้วเมื่อได้คว้าหนังแนวนั้นมาดูสักเรื่อง เราจะรู้สึกว่าหนังเรื่องนั้นมันมีความสนุกและมันส์แบบ +1 (หรือไม่ก็ +5 ไปเลยอะไรเทือกนั้น)
ในบรรดาหนังที่พี่ Jim Carrey แสดงนำ ดูเหมือนผมจะขำกับเรื่องนี้น้อยครั้งที่สุดยังไงก็ไม่รู้ซี
นี่ก็เป็นอีกหนึ่งหนังช่วงน้ำขึ้นพยายามรีบตักของ John Hughes ผู้อยู่เบื้องหลังหนังเด็กโดดเดี่ยวแต่โด่งดังอย่าง Home Alone แล้วก็หนังเด็กอีกเพียบ แม้ตอนนี้ชื่อเสียงพี่แกจะนิ่งงันไปแล้วก็ตามทีเถอะ
โดยฟอร์มของหนังถือว่าแข็งปั๋งเอามากๆ นะครับ ดารานำมีชื่อทั้ง Matt Damon, Heath Ledger ซ้ำยังได้ Monica Bellucci ที่กำลังฮ็อตสุดๆ ในช่วงนั้นจากความดังของ The Matrix 2 ภาคหลัง
หลังจากคาร์ล เจมิสัน (Martin Sheen) ตำรวจนักจิตวิทยาสูญเสียภรรยาไปในอุบัติเหตุที่คาดไม่ถึง เขากับลูกชายที่ชื่อ คริส (Harley Cross) ก็ตัดสินใจย้ายมาอยู่นิวยอร์ค ที่ซึ่งมีคดีฆาตกรรมเด็กเกิดขึ้น และเป็นไปได้ว่านี่จะไม่ใช่แค่การฆาตกรรมธรรมดา แต่เป็นการฆ่าเพื่อบูชายัญตามความเชื่อของลัทธิโบราณ
ตอนเห็นตัวอย่างแว่บแรกผมคิดถึงหนังเรื่อง Anatomie ขึ้นมาทันที เพราะเนื้อหามันมาทางเดียวกันเลยครับ ว่าด้วยนักศึกษาแพทย์ที่ลงมือเชือดคนเพื่อการศึกษา (ผสมความสะใจ) แต่จะต่างกันแค่เรื่อง Anatomie นั้นเป็นหนังปี 2000 และมันสนุกกว่าเรื่อง Pathology ประมาณ 1 ดีกรี
โดยแกนหลักแล้ว นี่คือหนังคาวบอยครับ กลิ่นอายตะวันตกยิงปืน มีนายอำเภอเป็นตัวเอกอะไรประมาณนั้น แต่ส่วนที่แปลกคือหนังผสมเอาความเป็นหนังสยองขวัญใส่ลงไปด้วย
สมัยนี้หลายชายหรือหลายสาวมีกิ๊ก เห็นการมีคนรักทีละหลายคนเป็นเรื่องปกติที่พึงกระทำได้
การกลับมาคำรบ 2 ของ Percy Jackson นี่ถือเป็นการแก้มือครั้งสำคัญครับ เพราะถ้าแก้สำเร็จเราคงได้ดูภาค 3 – 4 – 5 และดีไม่ดีก็จะลากไปถึงชุดภาคต่อถัดไป (ที่แฟนนิยายน่าจะอ่านกันไปหมดแล้ว)