เรื่องราวเกิด ณ บ้านเลขที่ 127 ถนนซีดาร์ ในเมืองแห่งหนึ่งของแคลิฟอร์เนีย ซึ่งบ้านหลังนี้เป็นที่เล่าขานกันว่าไม่มีใครอยู่ได้เกิน 21 วัน โดยถ้าหากผู้อาศัยไม่หนีออกไปก่อนก็จะหายไปอย่างลึกลับ หลังเวลาผ่านไป 21 วัน
เรื่องราวเกิด ณ บ้านเลขที่ 127 ถนนซีดาร์ ในเมืองแห่งหนึ่งของแคลิฟอร์เนีย ซึ่งบ้านหลังนี้เป็นที่เล่าขานกันว่าไม่มีใครอยู่ได้เกิน 21 วัน โดยถ้าหากผู้อาศัยไม่หนีออกไปก่อนก็จะหายไปอย่างลึกลับ หลังเวลาผ่านไป 21 วัน
เรื่องนี้ถือเป็นหนังลำดับที่ 3 (หากว่ากันตามลำดับการสร้าง) ของแฟรนไชส์ Mr.Vampire ครับ ประมาณว่าเป็นภาคแยกแตกเรื่องออกมา แต่จะไม่ได้นับเป็นภาคต่อของ Mr.Vampire ภาคหลักครับ
หลังจากนักพรตหนุ่มจากทิเบต (หยวนเปียว) และ คุจากุ (Hiroshi Abe) ร่วมมือกันอุดประตูนรกสำเร็จไปแล้ว แต่กระนั้นพระผู้ใหญ่ก็ยังเป็นห่วงว่าในอนาคตอาจมีปีศาจร้ายมาใช้พลังของอาซิวหลอ (เยี่ยหวิ่นอี้) ในทางชั่วอีก เลยได้ข้อสรุปว่าต้องสะกดให้อาซิวหลอหลับใหลไปจนตลอดกาล เธอจึงมีเวลาในโลกมนุษย์อีกเพียงหนึ่งสัปดาห์ และหนึ่งสัปดาห์สุดท้ายนี้เธอจึงอยากใช้ชีวิตให้คุ้มค่าที่สุด โดยการท่องเที่ยวท่องโลก สนุกให้เต็มที่
ส่าบาย ส่าบาย (สบายน่ะแหละครับ เขียนให้อ่านออกเสียงสนุกๆ หน่อย) ดูหนังเรื่องนี้ก็ด้วยอารมณ์ส่าบายครับ เอาบู๊ เอามันส์ ไม่คาดคิดจะได้ดูอะไรมีสาระอยู่แล้ว
อีกหนึ่งผลงานจากค่าย Full Moon Entertainment ของ Charles Band นักสร้างหนังทุนต่ำที่ขยันทำหนังสไตล์เทคนิคสต็อปโมชั่นออกมาป้อนตลาด ซึ่งทุกวันนี้เขาก็ยังทำอยู่ครับ ทั้งหนังใหม่ๆ แล้วก็สารพัดหนังภาคต่อจากผลงานที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งเรื่องนี้ก็ถือว่ามีชื่อพอสมควรตอนออกวีดีโอสมัยก่อน
หาดูต่อจนได้ครับสำหรับหนังชุด Bloodfist ที่อำนวยการสร้างโดย Roger Corman ราชาแห่งหนังเกรดบี และนำแสดงโดย Don ‘The Dragon’ Wilson เจ้าของตำแหน่งแชมป์คิกบ็อกซิ่งระดับโลก (World Kickboxing Champion) ที่เป็นพระเอกทุกภาค แต่จะเป็นคนละตัวละครครับ เหมือนใช้ชื่อเดิม พระเอกเดิม แต่เนื้อหาจริงๆ น่ะเป็นเรื่องใหม่ที่ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับภาคที่แล้ว ยกเว้นเป็นหนังต่อยตีมีตื้บเหมือนๆ กันเท่านั้นเอง
การดูหนังชุด Bloodfist นี่ทำให้ผมทึ่งเล็กๆ ครับ เพราะผมจำได้ว่าภาคแรกนั้นไม่ประทับใจผมเลย ภาคสองก็งั้นๆ แต่พอมาภาคสามเรื่องราวกลับดูดีมีทิศทางขึ้น แม้จะยังไม่ถึงขั้นดีแต่ก็พอไหว ครั้นพอดูมาถึงภาค 4 นี่ก็ทึ่งต่ออีกครับ เพราะภาคนี้สนุกกว่าสามภาคที่แล้วซะอีก
แม้ชื่อจะเป็นภาคต่อ และดารานำคนเดิมตามมาเล่น แต่เนื้อในนี่เป็นคนละเนื้อเรื่องกัน เป็นการเริ่มเรื่องใหม่โดยใช้ดาราเดิมและชื่อเรื่องเดิมนั่นเอง
บอกแต่เนิ่นๆ ว่าผมเป็นแฟนตัวยงของลุง John Carpenter ครับ ตามดูหนังลุงเขาทุกเรื่องตั้งแต่หนังเข้าท่าอย่าง Halloween, The Thing หรือ In the Mouth of Madness หรือหนังเข้ารกเข้าพงอย่าง Ghost of Mars ที่เป็นงานกำกับหนังโรงเรื่องล่าสุด ก่อนการมาของ The Ward เรื่องนี้
เข้าใจผิดไปหลายกิโลเลยครับ ตอนแรกนึกว่าเรื่องนี้มันจะเกี่ยวกับสัตว์ประหลาดอาละวาดกลางขั้วโลกที่เต็มไปด้วยพายุน้ำแข็ง (จินตนาการไปประมาณ The Thing น่ะครับ) แต่พอดูไปสักพักก็ถึงบางอ้าวครับ นี่มันหนังฆาตกรรมสืบสวนนี่หน่า