หนังว่าด้วยวัยรุ่นแล้วก็เกี่ยวกับความตายเข้าโรงพร้อมกัน 2 เรื่อง ก็เป็นอะไรที่น่าสนใจดีครับว่าอีท่าไหนถึงพร้อมใจมาชนกันแบบนี้ และที่น่าสนใจกว่าคือมันจะทำให้เรารู้สึกเพลิดเพลินกับมันได้กี่มากน้อย
หนังว่าด้วยวัยรุ่นแล้วก็เกี่ยวกับความตายเข้าโรงพร้อมกัน 2 เรื่อง ก็เป็นอะไรที่น่าสนใจดีครับว่าอีท่าไหนถึงพร้อมใจมาชนกันแบบนี้ และที่น่าสนใจกว่าคือมันจะทำให้เรารู้สึกเพลิดเพลินกับมันได้กี่มากน้อย
แน่ใจว่าในบ้านเราคงมีคนรู้จักหนังชุดนี้อยู่ไม่มากครับ และคนที่ดูครบชุดก็น่าจะมีน้อยลงไปอีก (ภาคนี้จะมีแผ่นเข้าบ้านเราไหมก็ยังไม่แน่ใจเลยเนี่ย 555) ดังนั้นบทความนี่จะออกแนวเฉพาะกลุ่มหน่อยๆ ครับ เหมาะสำหรับแฟนๆ หนังชุดนี้ หรือไม่ก็คนที่อยากรู้จักหนังชุดนี้น่ะนะครับ
สิ่งแรกที่อยากจะบอกเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้ก็คือ Soundtrack แซ่บมากครับ แต่ละเพลงเลือกเอามาใช้ประกอบในหนังได้อย่างพอเหมาะ เสริมความลื่นให้กับหนังได้อย่างเด็ดเลย
หลังฝากผลงาน Into the Wild อันลื่อเลื่องไว้เมื่อ 10 ปีก่อน Sean Penn ก็ว่างเว้นจากการกำกับไปเลยครับ จนกระทั่งเมือปีกลาย (2016) เขาถึงกลับมากำกับอีกครั้งกับหนังชีวิตผสมโรแมนติกอิงสงครามและการเมืองเรื่องนี้
ถ้าจะคุยถึงหนังเรื่องนี้ก็ต้องขอบอกไว้ตรงนี้เลยครับว่ามีสปอยล์แน่นอน เพราะสิ่งที่อยากพูดมันสปอยล์เต็มๆ แต่เอาเข้าจริงจุดสปอยล์ของหนังมันก็ไม่ได้ซับซ้อนชวนอึ้งหรอกครับ แต่ในเมื่อมันเข้าข่ายสปอยล์ก็จั่วหัวไว้ก่อนว่ามีสปอยล์เพื่อความสบายใจ
จากนิยายลึกลับระทึกขวัญเรื่องดังสู่หนังจอเงินครับ พล็อตที่ควรรู้ก็มีแค่ว่า เรเชล (Emily Blunt) คือหญิงสาวที่ยังคงอยู่ในภาวะซึมเศร้าหลังจากต้องแยกทางกับคนรัก เธอค่อนข้างโทรมจนคนรอบตัวสัมผัสได้
ดูเรื่องนี้แล้วรู้สึกเหมือนดู Larry Crowne อีกรอบน่ะครับ (นำแสดงโดย Tom Hanks ทั้งคู่) คือมันรู้สึกเหมือนกันเลยว่าทั้งเรื่องนี้และเรื่องนั้นเป็นหนังชีวิตที่จริงๆ แล้วมีดี แต่การนำเสนอยังน่าติดตาม และสาระประเด็นดีๆ ก็ไม่ได้รับการบอกเล่าให้เข้าถึง
ยอมรับเลยครับว่าตอนดูหนังไปได้ครึ่งเรื่อง ความคิดที่ผุดขึ้นในใจคือ “สงสัยเราจะไม่เขียนอะไรเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้แฮะ” เพราะรู้สึกเฉยๆ น่ะครับ ถ้าให้จำกัดความก็คงต้องบอกว่าไม่แนว ไม่รู้สึกปิ๊งปั๊งอะไรกับตัวหนังเท่าไร
คำจำกัดความที่ผมมีให้หนังเรื่องนี้ก็คงเป็นว่า “หนังสนุก เนื้อเรื่องเล่าได้พอเหมาะ แต่อาจจะไม่ได้มันส์ระเบิดระเบ้ออะไร” ว่าง่ายๆ คือถ้าคาดหวังแอ็กชันมันส์ๆ เร้าๆ ล่ะก็ คงต้องขอให้เผื่อใจไว้บ้างครับ
ผมรู้สึกได้เลยว่าตอนนี้ อารมณ์ตัวเองกำลัง Down… ดูหนังจบประมาณบ่ายสองกว่าๆ จำได้ว่าออกจากโรงพร้อมความรู้สึก Down และรู้สึกเฮิร์ทนิดๆ ที่ใจ มาถึงตอนนี้จะห้าทุ่มแล้ว ผมก็ยังรู้สึกแบบนั้นอยู่… แน่นอนว่าที่ผมรู้สึกแบบนี้ก็เนื่องมาจาก Captain America: Civil War นี่แหละ