ตอนผมดู The Age of Adaline นั้น ผมกำลังเพลินกับซีรี่ส์ Forever เลยครับ (ตอนนั้นยังไม่มีคำสั่งแคนเซิลให้เศร้าใจ 555)
ตอนผมดู The Age of Adaline นั้น ผมกำลังเพลินกับซีรี่ส์ Forever เลยครับ (ตอนนั้นยังไม่มีคำสั่งแคนเซิลให้เศร้าใจ 555)
จริงๆ พล็อตของ Unfinished Business มันน่าสนใจมากนะครับ ว่าด้วย 3 หนุ่ม (คือมีทั้งหนุ่มเล็ก หนุ่มกลาง และหนุ่มใหญ่ค่อนไปทางแก่) ร่วมเดินทางไปเจรจาทางธุรกิจกัน แล้วก็เดินทางครั้งนี้ก็เต็มไปด้วยเรื่องบ้าๆ ครับ และมันก็ทำให้พวกเขาได้เรียนรู้เกี่ยวกับชีวิตมากขึ้น
ผมชอบ Tomorrowland แม้มันจะไม่ได้สนุกมากมายดังที่หวังไว้ แต่สิ่งที่โดนใจคือ จินตนาการ และประเด็นสาระที่หนังต้องการสื่อครับ ^_^
ปกติเราจะได้เห็นหนังประเภทสามีไปมีชู้ แล้วชู้ก็ตามราวีครอบครัวของเขา แต่กับ Home Sweet Hell นี่สถานการณ์กลับกันเลยครับ
Big Game เป็นหนังมันส์ๆ โม้ๆ ที่ดูเอาเพลินก็ไม่เลวครับ ความยาวก็ไม่มาก แค่ชั่วโมงครึ่งเท่านั้นเอง (ถ้าเป็นตัวหนังอย่างเดียวน่าจะแค่ 80 นาที นอกนั้นเป็น End Credits)
The Boy Next Door คือหนังสูตรคู่รักโรคจิตตามหึงโหดแบบ Fatal Attraction และ Swimfan ครับ
Blackhat เป็นหนังที่ดูแล้วนิ่งอย่างคาดไม่ถึงครับ
The Wedding Ringer อาจเหมือนเป็นการเอา Hitch และ I Love You, Man มาเล่าใหม่นะครับ แต่ถ้ามองในแง่หนังฮาแล้วล่ะก็ หนังก็ถือว่าตอบโจทย์และคลาดเครียดได้อย่างน่าพอใจ (สำหรับผมก็ถึงขั้น “น่าพอใจมาก” เลยล่ะครับ)
สรุปคร่าวๆ แล้ว Focus มีส่วนที่ผมชอบมากกว่าส่วนที่ผมเฉยครับ ว่าง่ายๆ คือดูแล้วก็เพลินและบันเทิงในระดับหนึ่ง
มาอีกแล้วครับ หนังสยองสไตล์ Found Footage แต่สำหรับ The Atticus Institute เรื่องนี้ มันไม่ใช่แค่ Found Footage ธรรมดานะครับ มันมาเป็นสารคดีเลย