ผมดูรายการนี้ย้อนหลังทาง TrueID ครับ ดูวันที่ 31 มกราคม 2568 อันเป็นวันสุดท้ายที่จะมีเรื่องนี้อยู่ในระบบ ก็เลยตะบันดูจบ 6 ตอนในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ก็เป็นการดูที่แข่งกับเวลาดีครับ
ผมดูรายการนี้ย้อนหลังทาง TrueID ครับ ดูวันที่ 31 มกราคม 2568 อันเป็นวันสุดท้ายที่จะมีเรื่องนี้อยู่ในระบบ ก็เลยตะบันดูจบ 6 ตอนในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ก็เป็นการดูที่แข่งกับเวลาดีครับ
อย่างที่หลายๆ ท่านทราบว่าผมเป็นคนชอบหนังวันคริสต์มาสครับ คือต้องหามาดูตลอดทุกปีๆ แต่ก็ต้องว่าตามจริงว่าหนังคริสต์มาสยุคใหม่ๆ ส่วนใหญ่มันไม่จับใจผมเท่าสมัยก่อน พูดแบบตรงๆ เลยคือหนังคริสต์มาสยุคใหม่ส่วนใหญ่ทำออกมาเพื่อป้อนตลาด แล้วทำแบบเน้นจำนวน อารมณ์เหมือนขนมหรืออาหารที่บริษัทใหญ่ๆ ผลิตออกมาคราวละมากๆ แล้วหน้าตาก็เหมือนๆ กันไปหมด สูตรที่ใช้ทำก็เหมือนๆ กัน จนขาดความหลากหลาย
ลอเรน บรูเนลล์ (Candace Cameron Bure) คุณหมอสาวจากซานฟรานซิสโกที่ไม่ได้รับเลือกไปทำงานยังโรงพยาบาลที่เธอหวังไว้ เธอเลยหันเหชีวิตไปทำงานที่อื่นครับ และที่แห่งนั้นก็คือ การ์แลนด์ เจนเนอรัล โรงพยาบาลเล็กๆ ในเมืองการ์แลนด์ อะแลสกา ซึ่งก็แน่นอนว่าตอนแรกเธอเองก็ยังไม่ชินกับการทำงานในที่ไกลปืนเที่ยงเช่นนี้ แต่แล้วเมื่อเวลาผ่านไป เมื่อเธอได้สัมผัสกับน้ำใจไมตรีของผู้คน เธอก็เริ่มผูกพันกับที่นี่
ตากล้องชื่อแอรอน (Patrick Brice) รับจ้างมาถ่ายวีดีโอให้ชายชื่อโจเซฟ (Mark Duplass) โดยโจเซฟเล่าว่าเขานั้นเป็นมะเร็งครับ น่าจะอยู่ได้อีกไม่นาน แต่เขากำลังจะมีลูก เขาเลยอยากบันทึกวีดีโอไว้เพื่อให้ลูกได้ดูในยามที่เขาจากไปแล้ว
นี่คือ แฟ้มคดีพิศวงของนักประเมินอัจฉริยะ Q ฉบับภาพยนตร์ครับ โดยหลักๆ ก็คือเอาเล่ม 9 มาสร้างกับคดีว่าด้วยปริศนาภาพโมนาลิซ่า
ฮิคคัพและเจ้ามังกรเขี้ยวกุดกลับมาอีกครั้ง หนนี้พวกเขาได้เจอกับใครบางคนที่พวกเขาไม่คาดคิด และยังต้องเผชิญกับดราโก้ นักรบสุดแกร่งผู้สามารถควบคุมมังกรได้ เรียกว่าเป็นการสานต่อการผจญภัยที่ทำได้สนุกไม่แพ้ภาคแรกครับ
Night at the Museum: Secret of the Tomb ทำให้นึกถึงเกมลุยด่านของเครื่อง Famicom สมัยก่อนน่ะครับ
ทุกวันนี้ผมยังตามดู CSI เวกัสอยู่เสมอครับ ออกมากี่ปีก็ตามดูกัน หรือพอช่อง Mono29 เอามาฉายผมก็ยังตามดู โดยเฉพาะปีแรกๆ ที่มีกริสซั่มอยู่ แม้จะดูครบทุกตอนแล้วก็เถอะ แต่พอเอาดูอีกก็ยังสนุก
หลังดูเรื่องนี้จบผมบังเกิดคำถามขึ้นในใจว่าทำไมผมถึงรู้สึกรักหนังเรื่องนี้เหลือเกิน ทั้งๆ ที่จะว่าไปแล้วพล็อตก็ไม่ได้ใหม่อะไรขนาดนั้นน่ะครับ คือมันรู้สึกเลยว่าพล็อตแบบที่เกิดในหนัง มีหลายเรื่อง หลายชาติ และหลายภาษาเคยเล่นกันมาแล้ว
สำหรับ Iryu: Team Medical Dragon Season 4 นั้น ความรู้สึกเบื้องต้นคือ 5 ตอนแรกดูได้เรื่อยๆ จริงๆ มันก็เพลินอยู่ครับ เพียงแต่อาจเพราะลีลาของเรื่องราวมันซ้ำทางกับ 3 ปีแรก นั่นคือพวกอาซาดะ (Kenji Sakaguchi) เจอเคสยากๆ แต่พวกพี่แกก็เอาอยู่ทุกรอบ ก่อนจะเขม่นกับหมอปลามังกรโนงุจิ (Ittoku Kishibe) เป็นพักๆ และเคสสุดท้ายของปี ต้องเป็นการผ่าตัดครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้