เมื่อโลกไร้ซึ่งความหวัง “ความเชื่อ” นั่นเองที่มีค่าที่สุด
เมื่อโลกไร้ซึ่งความหวัง “ความเชื่อ” นั่นเองที่มีค่าที่สุด
ถ้าใครสนใจดูหนังฮาๆ สนุกๆ แบบดูได้ทั้งครอบครัวโดยไม่ลามกและไม่เลอะเทอะล่ะก็ ขอแนะนำหนังชุดนี้เลยครับ Diary of a Wimpy Kid ทำออกมา 3 ภาค สนุกดูเพลินทุกภาค
แล้วนาร์เนียก็มาถึงภาค 3 แล้วนะครับ ก็ต้องลุ้นกันต่อไปว่าภาค 4 จะมีหรือไม่ เพราะรายได้และคำวิจารณ์ภาคนี้หมิ่นเหม่เหลือเกินครับ โอกาส 50/50 แต่ก็อยากให้มีออกมาอีกนั่นแหละครับ ไหนๆ ทำออกมาตั้ง 3 ตอนแล้วนี่หน่า
ภาคนี้มีแนวทางคล้ายกับภาคก่อนครับ หลักๆ จะว่าด้วยเรื่องการเต้นที่คราวนี้มีการแข่งขันประลองฝีมือกันเป็นเรื่องเป็นราวไปเลย
Clash of the Titans ถือเป็นหนังที่ดูเพื่อเสพความบันเทิงเป็นสรณะ
ผมสนใจ Vanishing on 7th Street ตั้งแต่ดูตัวอย่างครับ และชื่อผู้กำกับ Brad Anderson (Session 9 และ The Machinist) ก็มาเสริมความน่าสนใจไปอีกดอกหนึ่ง
เบธ (Kristen Bell) สาวสวยน่ารักที่ยังไม่มีโชคในเรื่องความรักกับเขาสักที จนกระทั่งเธอต้องไปทำธุระที่กรุงโรม และมีโอกาสได้ลองโยนเหรียญในบ่ออธิษฐานที่ตำนานกล่าวว่าบ่อน้ำแห่งนี้อธิษฐานอะไรก็จะได้ตามใจปรารถนา เบธเลยอธิษฐานไปเล่นๆ ให้คนมีมารัก ที่นี้ล่ะครับมีหนุ่มๆ (และแก่ๆ) หันมาหลงรักเธอแบบล้อมหน้าล้อมหลังทีเดียว และหนึ่งในนั้นก็มีหนุ่มทรงเสน่ห์นามว่า นิค (Josh Duhamel) เข้ามาข้องแวะเธอด้วย
แอบหวังในหนังเรื่องนี้ด้วยชื่อของ Wes Craven ที่คราวนี้นอกจากกำกับแล้วยังควบหน้าที่เขียนบทให้หนังตัวเอง ซึ่งเรื่องล่าสุดที่เขาควบ 2 ตำแหน่งนี้ก็คือ Wes Craven’s New Nightmare ภาคสุดท้ายของหนังนิ้วเขมือบฉบับเก่าที่ถือว่าดีรองจากภาคแรก แต่ไปๆ มาๆ ผลที่ได้กลับไม่สมดังหวังสักเท่าไรครับ
Jack Black ถือเป็นดาราที่ผมชอบมากคนหนึ่งนะครับ แกไม่เหมือนใครดีทั้งหน้าตา ท่าทาง การแสดงออก มีคาแรคเตอร์เฉพาะ ไม่ว่าหนังที่พี่แกเล่นจะดีมากดีน้อย แต่ยังไงก็ไว้ใจในลีลาพี่ท่านได้
แรกเริ่มผมอยากดูหนังเรื่องนี้เพราะรู้สึกว่ามันน่าจะตอบโจทย์ที่อยู่ในใจผมครับ มันเป็นโจทย์แบบที่อาจเกิดกับคนมีอายุนิดๆ ได้ทุกเมื่อ