ภาคนี้มีแนวทางคล้ายกับภาคก่อนครับ หลักๆ จะว่าด้วยเรื่องการเต้นที่คราวนี้มีการแข่งขันประลองฝีมือกันเป็นเรื่องเป็นราวไปเลย
ภาคนี้มีแนวทางคล้ายกับภาคก่อนครับ หลักๆ จะว่าด้วยเรื่องการเต้นที่คราวนี้มีการแข่งขันประลองฝีมือกันเป็นเรื่องเป็นราวไปเลย
Clash of the Titans ถือเป็นหนังที่ดูเพื่อเสพความบันเทิงเป็นสรณะ
ผมสนใจ Vanishing on 7th Street ตั้งแต่ดูตัวอย่างครับ และชื่อผู้กำกับ Brad Anderson (Session 9 และ The Machinist) ก็มาเสริมความน่าสนใจไปอีกดอกหนึ่ง
เบธ (Kristen Bell) สาวสวยน่ารักที่ยังไม่มีโชคในเรื่องความรักกับเขาสักที จนกระทั่งเธอต้องไปทำธุระที่กรุงโรม และมีโอกาสได้ลองโยนเหรียญในบ่ออธิษฐานที่ตำนานกล่าวว่าบ่อน้ำแห่งนี้อธิษฐานอะไรก็จะได้ตามใจปรารถนา เบธเลยอธิษฐานไปเล่นๆ ให้คนมีมารัก ที่นี้ล่ะครับมีหนุ่มๆ (และแก่ๆ) หันมาหลงรักเธอแบบล้อมหน้าล้อมหลังทีเดียว และหนึ่งในนั้นก็มีหนุ่มทรงเสน่ห์นามว่า นิค (Josh Duhamel) เข้ามาข้องแวะเธอด้วย
แอบหวังในหนังเรื่องนี้ด้วยชื่อของ Wes Craven ที่คราวนี้นอกจากกำกับแล้วยังควบหน้าที่เขียนบทให้หนังตัวเอง ซึ่งเรื่องล่าสุดที่เขาควบ 2 ตำแหน่งนี้ก็คือ Wes Craven’s New Nightmare ภาคสุดท้ายของหนังนิ้วเขมือบฉบับเก่าที่ถือว่าดีรองจากภาคแรก แต่ไปๆ มาๆ ผลที่ได้กลับไม่สมดังหวังสักเท่าไรครับ
Jack Black ถือเป็นดาราที่ผมชอบมากคนหนึ่งนะครับ แกไม่เหมือนใครดีทั้งหน้าตา ท่าทาง การแสดงออก มีคาแรคเตอร์เฉพาะ ไม่ว่าหนังที่พี่แกเล่นจะดีมากดีน้อย แต่ยังไงก็ไว้ใจในลีลาพี่ท่านได้
แรกเริ่มผมอยากดูหนังเรื่องนี้เพราะรู้สึกว่ามันน่าจะตอบโจทย์ที่อยู่ในใจผมครับ มันเป็นโจทย์แบบที่อาจเกิดกับคนมีอายุนิดๆ ได้ทุกเมื่อ
ผมเพิ่งดูซีรี่ส์ชุดนี้จนจบปี 9 ไปเมื่อกี้เองครับ… จริงๆ ผมชอบซีรี่ส์ชุดนี้มาก ตีคู่กับ The Big Bang Theory เลยก็ว่าได้ และเวลาดูผมก็จะดูแบบไล่ๆ กับอเมริกาไม่นานนัก เพราะชอบน่ะครับ เลยติดงอมแงม พยายามดูให้เร็วทันใจที่สุดเท่าที่ทำได้
ราวๆ เดือนก่อนมีคนขอให้แนะนำหนังที่มีพระเอกเก่งๆ, มีการหักเหลี่ยม, มีการหลบหนีแบบใช้สมอง ฯลฯ จึงอยากบอกว่าเรื่องนี้ตอบโจทย์เหล่านั้นได้ในระดับน่าพอใจเลยครับ
ยอมรับว่านึกเรื่องที่จะพูดเกี่ยวกับ องค์บาก 3 ไม่ค่อยออกครับ อันที่จริงก็ยังไม่ถึงกับประทับใจเท่าภาคแรก แต่หนังก็มีจุดที่รู้สึกว่าโอเคอยู่หลายอย่าง