เข้าใจผิดไปหลายกิโลเลยครับ ตอนแรกนึกว่าเรื่องนี้มันจะเกี่ยวกับสัตว์ประหลาดอาละวาดกลางขั้วโลกที่เต็มไปด้วยพายุน้ำแข็ง (จินตนาการไปประมาณ The Thing น่ะครับ) แต่พอดูไปสักพักก็ถึงบางอ้าวครับ นี่มันหนังฆาตกรรมสืบสวนนี่หน่า
เข้าใจผิดไปหลายกิโลเลยครับ ตอนแรกนึกว่าเรื่องนี้มันจะเกี่ยวกับสัตว์ประหลาดอาละวาดกลางขั้วโลกที่เต็มไปด้วยพายุน้ำแข็ง (จินตนาการไปประมาณ The Thing น่ะครับ) แต่พอดูไปสักพักก็ถึงบางอ้าวครับ นี่มันหนังฆาตกรรมสืบสวนนี่หน่า
และนี่ก็คือภาคที่ 6 ใน หนังชุดซอมบี้ตระกูล of The Dead ของลุง George A. Romero ต้นตำรับผีลืมหลุมกินคนเจ้าเก่านะครับ
มาครับ เรื่องนี้จะเล่าง่ายๆ ร่ายสั้นๆ เพราะมันไม่ค่อยจะมีอะไรให้พูดถึงเท่าไร
โปรเจคท์หนัง Drag Me to Hell เรื่องนี้ อาจทำให้ใครหลายคนงงว่า ไหงผู้กำกับพันล้าน Sam Raimi แห่งหนังชุด Spider-Man ถึงลงมาจับงานหนังสยองเล็กๆ อย่างนี้ได้
ผมจำได้ว่าผมเคยเผา Street Fighter เวอร์ชั่นพี่ Jean-Claude Van Damme ซะจนแทบเป็นตอตะโกไปแล้วเมื่อหลายปีก่อน ใครจะนึกล่ะครับว่าประวัติศาสตร์มันจะกลับมาซ้ำรอยอีก…
อมีเลีย แอร์ฮาร์ท ชื่อนี้หลายท่านอาจจะคุ้นเคยนะครับ เพราะเคยมีการกล่าวถึงใน Night at the Museum: Battle of the Smithsonian ซึ่งเธอมีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ในฐานะนักบินหญิงคนแรกที่สามารถบินข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกได้สำเร็จ
ครอบครัวเพียร์สันเดินทางไปพักผ่อนช่วงวันหยุดที่บ้านริมหาดแถบมิชิแกน แต่วันหยุดแสนสนุกก็กลายเป็นวันหยุดสุดป่วนเมื่อมีพวกเอเลี่ยนตัวจิ๋วบุกมาหวังก่อความไม่สงบบนโลก เช่นนั้นแล้วเหล่าเด็กๆ แห่งครอบครัวเพียร์สันเลยต้องออกแรงปราบพวกมัน ให้รู้ซะบ้างว่าคนบนโลกใช่จะมาหาเรื่องกันง่ายๆ
เป็นหนังที่ผมนับถือในความกล้าเหมือนกันนะครับ เพราะตั้งแต่เริ่มทำออกมาก็โดนมองว่าเดินตามรอย X-Men แบบโต้งๆ
The Descent: Part 2 ทำให้นึกถึง Aliens ครับ โครงเรื่องมาเหมือนกันเด๊ะ
เคยดู Shaun of the Dead กันรึยังครับ หนังซอมบี้ปนฮาที่ทำได้ลื่นมากสุดๆ เรื่องหนึ่ง (ถ้ายังไม่ได้ดูก็ขอแนะนำให้ลองสักรอบนะครับ) ผมก็เอามาดูซ้ำอยู่หลายรอบล่ะครับ แล้วสมองก็คิดๆ ไปว่า “อืมม์ มันจะมีหนังแบบนี้ออกมาอีกไหมหว่า อยากดูอีกจัง”