ต่อกับตอนที่ 6 ของฉบับภาพยนตร์ของพ่อยอดนักสืบจิ๋วที่ป่านนี้ก็ยังไม่มีวี่แววมาจะจบซะที เอโดงาวะ โคนัน แล้วตอนที่ว่านี่ก็ทำเงินสูงสุดในบรรดาตอนพิเศษที่ผ่านมาด้วย
ต่อกับตอนที่ 6 ของฉบับภาพยนตร์ของพ่อยอดนักสืบจิ๋วที่ป่านนี้ก็ยังไม่มีวี่แววมาจะจบซะที เอโดงาวะ โคนัน แล้วตอนที่ว่านี่ก็ทำเงินสูงสุดในบรรดาตอนพิเศษที่ผ่านมาด้วย
ใครเคยดู The Negotiator มา น่าจะเข้าใจความหมายของคำว่า เจรจาต่อรองดีนะครับ ส่วนใครยังไม่เข้าใจก็อธิบายสั้นๆ ว่า นักเจรจาคือ สายงานที่มีหน้าที่เกลี้ยกล่อม เจรจา ยามเกิดกรณีจับตัวประกันหรือมีคนคิดสั้นฆ่าตัวตาย พวกเขาก็จะถูกตามตัวมาพูดหว่านล้อมให้เป้าหมายอารมณ์เย็นลง และทำการช่วยเหลือในเวลาต่อมา
แล้วก็ได้เวลากล่าวถึงภาคแยกของซีรี่ส์ CSI แล้วล่ะนะครับ ซึ่งทำออกมาต่อจากปีสองของ CSI ภาค Vegas โดยทีมงานจากของเดิมนั่นแหละ เรื่องราวหลักๆ ก็เหมือนกันครับ เป็นการตามสืบคดีฆาตกรรมอะไรต่างๆ เหมือนกัน เพียงแต่ธีมหลักอาจจะต่างกันบ้าง แล้วตัวละครก็เป็นชุดของไมอามี่ทั้งหมด
ก่อนจะกล่าวอะไร ขอคารวะพี่กริสซั่มหนึ่งทีก่อนครับ เทพจริงๆ คนอะไรก็ไม่รู้
ตาซ้ายเห็นผี – My Left Eye Sees Ghosts เป็นหนังอีกเรื่องที่ผมไม่ได้คาดหวังอะไรเลยครับ คือเดาๆ ว่าคงเป็นหนังผีตลกอีกเรื่องหนึ่ง ครั้นพอได้ดูช่วงต้นๆ ก็รู้สึกเฉยๆ (ผสมหงุดหงิดกับบางประเด็น) จนแอบทำใจแล้วว่าสงสัยหนังเรื่องนี้กับเราจะไม่เหมาะกัน แต่พอดูจนถึงตอนจบก็ตระหนักครับว่า นี่เป็นหนังโรแมนติกสไตล์ฮ่องกงช่วงยุค 2000 ที่ทำออกมาได้ไม่เลวทีเดียว
เรื่องนี้จริงๆ ดูน่าสนใจเพราะเป็นการเอาหนังแนวเล่นไพ่ตัดเซียนมาผสมกับแนวไซไฟแบบเจาะเวลาหาอดีต
Sweet Home Alabama หนังรักเบาๆ ดูสบายว่าด้วยเรื่องของเมลานีย์ (Reese Witherspoon) ที่ถูกแฟนหนุ่มอย่าง แอนดรูว์ (Patrick Dempsey) แน่นอนว่าเธอดีใจมากมายครับ แต่ก็ดันมีปัญหาตรงที่จริงๆ เธอน่ะเคยแต่งงานกับเจค (Josh Lucas) รักเก่าที่บ้านเกิดของเธอ แล้วเขาก็ยังไม่ได้เซ็นต์ใบหย่าด้วย เธอเลยต้องรีบถ่อจากนิวยอร์คไปแอละแบมาเพื่อขอให้เขาเซ็นต์ใบหย่าซะให้มันจบๆ ไป
เรื่องนี้คงไม่ต้องบรรยายให้มากครับกับเรื่องราวการสืบสวนสุดตื่นเต้นและเร้าใจของ CSI ที่ประกอบไปด้วยหัวหน้าทีมระดับพระกาฬอย่างพี่กิล กริสซั่ม (William Petersen) ที่ยังคงนำลูกน้องทั้งกรมกองออกสืบคดีฆาตกรรมที่เกิดขึ้นแถบลาสเวกัสตามเคย
ปีแรกออกมาแล้วคนดูก็ถึงแก่ความมันส์ครับ เพราะซีรี่ส์นี้ทั้งเข้มข้นและแปลกใหม่เร้าใจ ด้วยการเดินเรื่องแบบ “เวลาจริง” เหตุการณ์ตามเวลาใน 1 วัน ซึ่งมีให้ลุ้นได้ทุกตอนครับ รวมไปถึงลีลาหักมุมและความตื่นเต้นที่ใส่ลงมาเป็นระยะๆ (โดยเฉพาะตอนที่เวลากำลังจะเป็นเลข “.00 น.”)
นี่คือซีรี่ส์อภิมหามันส์เรื่องเยี่ยมจากอเมริกา และนี่คือปีแรกของเรื่องราวทั้งหมด