ในนาทีที่ผมดู The Nanny จบนี่ผมก็นั่งนิ่งๆ อยู่พักหนึ่งครับ พลางคิดในใจว่า “นี่เราดู The Nanny จบแล้วหรือนี่?”
ในนาทีที่ผมดู The Nanny จบนี่ผมก็นั่งนิ่งๆ อยู่พักหนึ่งครับ พลางคิดในใจว่า “นี่เราดู The Nanny จบแล้วหรือนี่?”
นี่ก็เป็นหนังจีนชุดอายุรุ่นราวคราวเดียวกับ เดชคัมภีร์เทวดา ปี 96 น่ะครับ เรื่องราวก็เป็นแนวคุ้นเคย ว่าด้วยความรักความแค้นในยุทธภพ
ด้วยความที่ภาคแรกประสบความสำเร็จ ภาคต่อเลยถูกสร้างตามออกมาอย่างรวดเร็วครับ และหนนี้ก็มีการเพิ่มจำนวนตอนจากที่ภาคแรกมีแค่ 20 ตอน มาภาคนี้เพิ่มอีกเท่าตัวเป็น 40 ตอนจบครับ
หนังอำนวยการสร้างโดย Roger Corman เจ้าพ่อหนังเกรดบีระดับตำนานครับ และหนังเรื่องนี้ก็มีความเป็นเกรดบีทุนต่ำแบบเต็มตัวทีเดียว
ในปี 1898 ขณะนั้นอังกฤษกำลังแผ่ขยายอาณานิคมไปยังแอฟริกาโดยมีเยอรมันและฝรั่งเศสเป็นคู่แข่งสำคัญ ผู้พันจอห์น แพ็ตเตอร์สัน (Val Kilmer) เลยถูกส่งไปเพื่อคุมงานสร้างทางรถไฟที่ดินแดนซาโว แต่เมื่อเขาไปถึงก็ต้องพบกับอุปสรรคอันน่าสะพรึง เมื่อมีสิงโตคู่หนึ่งออกอาละวาด ฉายาของมันคือ มาร (The Ghost) และ ทมิฬ (The Darkness) มันเข่นฆ่าคนงานไปมากมายจนคนงานพากันหนีและไม่ยอมทำงานต่อ
ว่าตามจริงผมชอบ Escape From New York มากกว่าครับ แม้จะไม่ได้มันส์อะไรมากแต่มันมีความกลมกล่อมสำหรับหนังผจญภัยในโลกอนาคตที่เสื่อมทราม มีความลงตัวพอดีในแง่การเดินเรื่อง ในขณะที่ Escape From L.A. นี่ ความลงตัวค่อนข้างน้อยกว่า การเดินเรื่องมีช่วงอืดช้าและในแง่ความมันส์ก็ยังไม่ถึงเครื่อง
ริค โคแวน (Don ‘The Dragon’ Wilson) อดีตซีไอเอที่หันหลังให้กับชีวิตผาดโผนแล้วผันตัวมาปเนครูอยู่ที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง เขาพยายามเลี้ยงลูกชาย (John Patrick White) ให้ห่างไกลจากโลกแห่งความรุนแรงมากที่สุดเท่าที่จะทำได้
ถ้าตีความจากชื่อไทยแล้วอาจทำให้หลายคนเข้าใจผิดคิดว่านี่เป็นหนังแอ็กชันน่ะนะครับ แต่จริงๆ แล้วนี่คือหนังดราม่าเข้มข้นที่แม้จะไม่มีแอ็กชันมันส์ๆ แต่ก็มีเนื้อหาดีๆ และมีอะไรให้ลุ้นไม่น้อยเหมือนกัน
หนังเรื่องนี้ทำเอาผมอ้าปากค้างไปเลยครับ คือไม่คิดไม่ฝันว่าจะเจออะไรแบบนี้ นี่ขนาดว่าดูหนังของพี่ Steven Seagal มาแล้วทุกเรื่อง ทั้งดีและไม่ดีเจอมาทุกรูปแบบแล้ว แต่มาเจอเรื่องนี้ของป๋า Chuck Norris นี่ทำเอาอึ้งไปเลย
หลังจากฮากระจายทำรายได้ถล่มทลายมาแล้วใน พยัคฆ์(ไม่)ร้าย คั้งคั้งฉิก เฮียโจวซงฉือแกก็จัดแบบต่อเนื่องครับ เอาพล็อตเรื่องสไตล์สายลับสืบคดีมาทำอีก แต่คราวนี้ฉากหลังไปเกิดในยุคอดีตครับ โดยเฮียโจวก็รับบทนำเป็นสายลับแห่งวังหลวงนามว่า คั้งคั้งโป้ย (008) ซึ่งพี่แกก็เป็นสายลับที่ฮอ่งเต้ไม่ทรงพระปลื้มเท่าไร เพราะไร้วรยุทธ์ เก่งแต่ประดิษฐ์ของแปลกๆ ที่มักทำให้ชาวบ้านหน้าแหกอยู่เสมอ