ภาคแรกน่าจะทำยอดพอได้ครับ เลยมีการเข็นภาคต่อตามออกมา
ภาคแรกน่าจะทำยอดพอได้ครับ เลยมีการเข็นภาคต่อตามออกมา
แฮร์รี่ กอร์ดีนี (Antonio Sabato Jr.) อดีตหน่วยซีลที่ต้องกลับมากระโจนสู่ความระห่ำ เมื่อกระเป๋าเดินทางของเขาสลับกับกระเป๋าของพวกค้ายา ทำให้เขาและลูกเมียตกเป็นเป้าการตามล่า
เมื่อคนรักของแฟรงค์ กิ๊บสัน (Roddy Piper) โดนพวกเมาแล้วขับขับรถพุ่งชนจนเสียชีวิต เขาเลยพลั้งมือทำให้คนขับถึงแก่ความตาย ศาลเลยตัดสินจำคุก
นี่ก็เป็นหนังแอ็คชั่นเกรดบีสไตล์ Die Hard ครับ ขนาดตอนถ่ายทำคนในกองยังเรียกหนังด้วยชื่อเล่นว่า Die Hard on a Submarine
แจ็ค คัตเตอร์ (Don Wilson) คือมือล่าแวมไพร์ที่หมายจะกวาดล้างสิ่งชั่วร้ายเหล่านี้ให้หมดไป แต่ก็แน่นอนครับว่ามันย่อมไม่ง่ายเพราะพวกแวมไพร์ก็ร้ายกาจใช่ย่อยเหมือนกัน
เอาจริงๆ ผมอาจไม่ถึงขั้นเป็นแฟนพันธุ์แท้ของ Frasier นะครับ คือดูครบหมดทั้ง 11 ปีนั่นแหละ เพียงแต่ระดับความชอบความปลื่มอาจไม่มาก คือดูได้ เพลินๆ สนุกดี แต่ไม่ถึงขั้นประทับใจ
นิโคล (Reese Witherspoon) สาวน้อยที่พบรักกับเดวิด (Mark Wahlberg) หนุ่มหล่อล่ำเสน่ห์ร้ายเหลือ แล้วความรักของพวกเขาก็เจริญงอกงามดีล่ะครับ แต่ทว่าสตีฟ (William Petersen) พ่อของนิโคลนั้นไม่ค่อยเห็นด้วยการกับคบหาครั้งนี้สักเท่าไหร่ ในขณะที่ลอร่า (Amy Brenneman) แม่ใหม่ของเธอก็ไม่ได้ว่าอะไร
ผมดูหนังเรื่องนี้ครั้งแรกเมื่อ 24 ปีก่อนครับ ครั้นพอดูจบหัวผมก็คิดขึ้นมาเลยว่า “หนังอะไรกันเนี่ย?” ซึ่งไม่ใช่ในแง่ลบนะครับ แต่เป็นความคิดในแง่บวก เพราะก่อนหน้านั้นผมไม่เคยดูหนังทำนองนี้มาก่อน แล้วมันก็เลยรู้สึกประทับใจเล็กๆ ว่ามีหนังแบบนี้ให้ดูด้วยหรือเนี่ย
เมื่อโลกอยู่ยากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยสารพัดภัยธรรมชาติ (ที่ก็เกิดจากน้ำมือมนุษย์นั่นเอง) ดร.โนอาห์ ฟอล์คเนอร์ (William Atherton) จึงได้สร้างสถานที่ที่ชื่อ ไบโอ-โดมขึ้นมาเพื่อให้เหล่านักวิทยาศาสตร์ชั้นหัวกะทิมารวมตัวกัน โดยพวกเขาจะกักตนอยู่ในนั้น 1 ปีเพื่อหาทางออกให้มนุษยชาติ
ผมเพิ่งรู้ครับว่าหนังเรื่องนี้มันมี 2 เวอร์ชั่น