ดีใจเสมอครับที่ได้ดูหนังแนวนี้ – หนังแนวดราม่าย้อนยุคไปวันวาน บอกเล่าถึงช่วงหนึ่งของชีวิตคน ได้รับรู้ความสุขความทุกข์ในชีวิตของพวกเขา พร้อมทั้งประสบการณ์อันจะกลายมาเป็นความทรงจำ นี่ล่ะครับถือเป็นแนวหนึ่งที่ผมโปรดปรานอย่างยิ่ง
ดีใจเสมอครับที่ได้ดูหนังแนวนี้ – หนังแนวดราม่าย้อนยุคไปวันวาน บอกเล่าถึงช่วงหนึ่งของชีวิตคน ได้รับรู้ความสุขความทุกข์ในชีวิตของพวกเขา พร้อมทั้งประสบการณ์อันจะกลายมาเป็นความทรงจำ นี่ล่ะครับถือเป็นแนวหนึ่งที่ผมโปรดปรานอย่างยิ่ง
The Boogeyman ถือเป็นหนังสยองระดับกลางๆ ครับ คือดูได้เรื่อยๆ มีเนือยอยู่หลายช่วงเหมือนกัน แต่ก็เข้าใจล่ะครับว่าคนทำคงอยากบอกเล่าเรื่องราวของตัวละครให้ครบถ้วนตามสิ่งที่อยากนำเสนอ ดังนั้นถ้าจะให้นิยามแนวของหนังเรื่องนี้ก็คงเป็นดราม่าผสมลึกลับสยองขวัญ – ว่าง่ายๆ คือดราม่าจัดว่าเยอะอยู่ครับ
Epic Exploring เป็นรายการสารคดีประเภทพาเราไปสำรวจยังสถานที่ร้างต่างๆ ครับ เช่น เมืองร้าง, สวนสนุกร้าง, โรงงานร้าง ฯลฯ แต่บอกก่อนว่าไม่ใช่รายการประเภทลองของสำรวจสิ่งลี้ลับนะครับ ประเภท “ตรงนั้นมีพลังงานบางอย่าง” หรือ “ตรงนี้มีผี ฉันสัมผัสได้นะ” มันไม่ใช่อะไรแบบนั้นครับ เป็นการสำรวจแบบผจญภัยทั่วๆ ไปนี่แหละ ไม่มีผีสางมาข้องเกี่ยว – ร้างอย่างเดียว แต่ไม่หลอน
History’s Greatest Mysteries เป็นซีรี่ส์สารคดีแนวไขปริศนาหาคำตอบครับ หลักๆ คือนำเอาเรื่องราวที่ยังคงเป็นปริศนาในประวัติศาสตร์มาบอกเล่าที่มาที่ไป จากนั้นก็ไล่เรียงทฤษฎีความเป็นไปได้ว่าเรื่องราวแท้จริงมันควรเป็นอย่างไร
Countdown หนังสยองขวัญที่มาในสไตล์คำสาปสั่งตายแบบ The Ring ครับ ว่าด้วยแอปมรณะที่สามารถทำนายวันตายของคนได้ บางคนก็อีกนานหลายสิบปีกว่าจะตาย แต่บางคนก็เหลือเวลาอีกแค่ไม่กี่วัน หรือไม่กี่ชั่วโมง
การดูหนังป๋า Liam Neeson ของผมในระยะหลังๆ นี่อารมณ์มันจะคล้ายๆ กับตอนดูหนังยุคหลังของพี่ Steven Seagal น่ะครับ (หมายถึงยุคหลัง Under Siege แต่ก่อนถึงยุคหนังลงแผ่นน่ะนะครับ) คือไม่คาดหวังว่ามันจะเจ๋งแจ๋วแหว๋วอะไร แต่ขอให้ดูเอามันส์ได้สักเพลินนึงก็ดีใจแล้ว และสำหรับ The Ice Road เรื่องนี้ก็ถือว่าพอจะได้สักหนึ่งเพลินครับ
การดูหนังเรื่อง The VVitch นี่ทำให้ตระหนักเลยครับ ถึงความต่างระหว่างหนังดูเอาบันเทิงกับหนังหนักๆ สายคุณภาพ
มุมมองของผมต่อการไปเที่ยวป่าอย่างแอฟริกานั้นง่ายมากครับ คือแถบนั้นเป็นถิ่นของพี่สิงโตและนักล่าอีกหลายสายพันธุ์ใช่ไหมครับ งั้นผมจะไม่ยุ่งครับ พี่อยู่ของพี่ ผมอยู่ของผม ง่ายๆ แบบนี้แล้วกัน สบายใจดี 555
นี่ผมจรดนิ้วเขียนหลังจากเพิ่งดูตอนสุดท้ายของซีซั่น 6 จบหมาดๆ เลยครับ เรียกว่าอารมณ์กำลังอินทีเดียว ยอมรับเลยครับว่าดูจบแล้วยัง Move On ไม่ได้ ในหัวยังคงคิดถึงซีรี่ส์นี้อยู่ ภาพเหตุการณ์ต่างๆ ตลอด 6 ซีซั่นผลัดกันครอบครองพื้นที่ในสมองท่ามกลางความรู้สึกดีๆ เหมือนถูกโอบกอดด้วยเรื่องราวสนุกๆ ที่ผสมกันอย่างพอเหมาะระหว่างความฮาแบบแสบๆ และความอบอุ่นกินใจ ซึ่งก็แน่นอนล่ะครับว่าลองพูดขนาดนี้แล้ว ย่อมบ่งบอกว่าผมตกหลุมรักซีรี่ส์นี้อย่างแน่นอน
ณ โมเมนต์ที่ผมกำลังเขียนถึง Meg 2: The Trench อยู่นี้ หนังโกยเงินทั่วโลกไปเฉียด $400 ล้านแล้วครับ (จากทุนสร้างประมาณ $130 ล้าน) แม้จะไม่มากเท่าที่ภาคแรกทำไว้ ($529 ล้าน) แต่ก็ต้องถือว่าหนังทำเงินในระดับน่าพอใจล่ะครับ กลายเป็นว่าหนังโกยไปมากกว่า The Flash ซะอีก