หนังแนวพิศวาสฆาตกรรมแบบที่ฮิตทำกันออกมาในช่วงยุค 90 ว่าด้วยหญิงสาวใช้เสน่ห์ของตนลวงให้ชายซื่อๆ กระทำการฆาตกรรม หรือไม่ก็ยอมทำสิ่งผิดกฎหมายเพื่อเธอ
หนังแนวพิศวาสฆาตกรรมแบบที่ฮิตทำกันออกมาในช่วงยุค 90 ว่าด้วยหญิงสาวใช้เสน่ห์ของตนลวงให้ชายซื่อๆ กระทำการฆาตกรรม หรือไม่ก็ยอมทำสิ่งผิดกฎหมายเพื่อเธอ
ผลออสการ์ปีที่ผ่านมานั้นผมว่าผมโอเคกับมันนะ คือหนังที่ได้ไปก็ถือว่าควรค่าแก่การได้รางวัล อย่าง Mad Max นี่ก็ถึงเครื่องมากในเรื่องการทุ่มทุนถ่ายทำ ทีมงานต้องใช้แรงกันหนักโคตรๆ จนรู้สึกว่าหนังคู่ควรกับรางวัลเกี่ยวกับงานสร้างภาพยนตร์ทุกสาขาเลย
ระหว่างดูหนังเรื่องนี้นี่ผมนึกถึง Battle Royale ตลอดเลยครับ เพราะพล็อตมันมาแนวเดียวกันเลย ประเภทให้คนไปอยู่รวมในที่เดียวแล้วก็ไล่ฆ่ากันให้ตายให้หมด ทุกคนก็ต้องหาทางเอาชีวิตรอดกันแบบจ้าละหวั่น
“ความหวัง คือสิ่งเดียวที่แข็งแกร่งกว่าความกลัว”
ในแง่ความบันเทิง The Hunger Games ตอบโจทย์ได้ดี เพราะมีทั้งพล็อตชวนติดตาม มีแอ็กชันมีความตื่นเต้นชวนลุ้น และมีเรื่องให้สะเทือนใจแทรกเป็นพักๆ
ถือเป็นการรีเมกที่ว่องไวมากครับ เพราะ REC หนังต้นฉบับจากสเปนออกฉายเมื่อปี 2007 พอมันออกมาดังก็เลยเป็นที่สนใจครับ แล้วไหนจะได้กระแสหนังแฮนด์เฮลด์แบบ Cloverfield มาช่วยกระพืออีก เลยมีเสือปืนไวไปซื้อลิขสิทธิ์มาทำเป็นเวอร์ชั่นมะกันทันที… สมัยนี้ใครดีใครได้จริงๆ แฮะ
เนื่องจากภาค 4 จะมา เลยเอาภาค 3 ที่ดองไว้มาดูน่ะครับ 5555
[Rec] 2 สานต่อเรื่องราวจากภาคแรกซึ่งเกิดเหตุสยองในตึกแห่งหนึ่งจนทางการต้องมาปิดตายครับ ทีนี้เรื่องก็เล่าต่อมาว่ามีวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งนึกสนุกเข้าไปลองของในนั้น (เฮ่อ สงสารแทนเลยน้องเอ๋ย หาเรื่องตายแต๊ๆ) แล้วก็ยังมีคนอีกกลุ่มหนึ่งเข้าไปแจมความสยองในตึกนั้นด้วย แต่จะเป็นใครบ้างลองติดตามในหนังนะครับ
ผมล่ะอยากรู้เป็นหนักหนาว่าทำไมหนังเรื่องนี้ปีนกระได Box Office ฮ่องกงแล้วทำเงินขึ้นอันดับหนึ่งประจำปีที่ออกฉายได้ ทั้งๆ ที่ดาราหน้าก็ไม่คุ้น (ในขณะนั้น) แต่พอดูแล้วบางอ้อก็มาจ่อตรงหน้าพอดี
ย้อนมาพูดถึงภาคแรกหน่อยดีกว่า เคยพูดถึงภาคสองไว้แล้ว และก็ไม่ค่อยประทับใจนัก แต่ผมชอบภาคแรกนะครับ เลยขอยกมาพูดถึงหน่อยแล้วกัน