“นักการเมืองก็ล้วนแต่พูดดีทั้งนั้นแหละ แต่เขาจะทำคุณผิดหวังไม่ช้าก็เร็ว เชื่อสิ” ไอด้า โฮโรวิทซ์ (Marisa Tomei) เหยี่ยวข่าวสายการเมืองที่คร่ำหวอดในวงการนี้ได้เอ่ยกับสตีเฟ่น เมเยอร์ส (Ryan Gosling) ตัวเอกของเรื่อง
“นักการเมืองก็ล้วนแต่พูดดีทั้งนั้นแหละ แต่เขาจะทำคุณผิดหวังไม่ช้าก็เร็ว เชื่อสิ” ไอด้า โฮโรวิทซ์ (Marisa Tomei) เหยี่ยวข่าวสายการเมืองที่คร่ำหวอดในวงการนี้ได้เอ่ยกับสตีเฟ่น เมเยอร์ส (Ryan Gosling) ตัวเอกของเรื่อง
ออกตัวก่อนครับว่าชอบแจ็ค ไรอันมาก ดูหนังครบทุกภาค อ่านนิยายครบทุกเล่ม ซึ่งเรื่องราวของแจ็ค ไรอันนั้นมีเสน่ห์เฉพาะตัวนะครับ มันจะไม่เน้นแอ็กชันแบบเจมส์ บอนด์ แต่จะออกแนวกรองข่าว วิเคราะห์ข้อมูล ตีความการกระทำของบุคคลสำคัญในประเทศต่างๆ
ขอแบ่งการพูดถึง Taken 3 ออกเป็น 2 ช่วงนะครับ ช่วงแรกเป็น Softcore อ่านเบาๆ และช่วงหลังเป็น Hardcore ขอจัดเต็ม 555
การท่องคาถา “อย่าคาดหวังมากนะเออ” ถือเป็นเคล็ดที่ขาดไม่ได้ยามจะดูหนังภาคต่อสักเรื่อง โดยเฉพาะภาคต่อที่ภาคแรกดันทำไว้เทพมากๆ
ผมรู้มาว่าหนังเรื่องนี้มันส์… แต่ไม่นึกว่าจะมันส์ขนาดนี้
พ่อลูกคู่หนึ่ง (Viggo Mortensen และ Kodi Smit-McPhee) เดินท่อมๆ ผจญภัยไปในโลกหลังเกิดวิกฤตการณ์ครั้งใหญ่ จนโลกนี้แทบไร้ชีวิต เหลือแต่ความโหดร้ายและยากเข็ญ… ใช่ครับ นั่นคือเรื่องราวทั้งหมดของหนัง
ภาคแรกของหนังชุดนี้ถือว่าน่าสนใจ แต่ภาคที่ผมชอบมากสุดต้องยกให้ภาค 2 ครับ และสำหรับการกลับมาในภาค 3 ของหนังชุดนี้ ผมก็ทำใจแต่เนิ่นๆ ว่าคงดร็อปความสนุกลงไปตามสูตรนั่นแหละ
หลังจากภาคแรกฮิต ภาคต่อก็ปรากฏครับ กับเรื่องราวแนวหนังสยองรวมเรื่องสั้นโดยมีสื่อสยองเป็นม้วนวีดีโอที่แสนลึกลับ
หนังแนว Found Footage อีกเรื่องที่ได้รับการพูดถึงในช่วงหลายปีมานี้ แล้วมันก็ดังพอตัวด้วยครับ เพราะเขาทำออกมา 3 ภาคแล้ว
หลังๆ มานี่ผลงานป๋า John Travolta ก็เริ่มเงียบครับ (พอๆ กับพี่ Nicolas Cage นั่นแหละ)