“เมื่อไม่คาดหวัง ก็ไม่ผิดหวัง” คำพูดนี้ใช้บอกตัวเองได้เสมอครับ และผมก็มักจะเอามาเตือนตัวเองตลอดยามจะดูผลงานของพี่มาโนช (M. Night Shyamalan) ครับ
“เมื่อไม่คาดหวัง ก็ไม่ผิดหวัง” คำพูดนี้ใช้บอกตัวเองได้เสมอครับ และผมก็มักจะเอามาเตือนตัวเองตลอดยามจะดูผลงานของพี่มาโนช (M. Night Shyamalan) ครับ
จะว่าไปแล้ว Interceptor ก็คือหนังที่เอาสูตรสำเร็จสไตล์ Die Hard มาปรุงใหม่อีกรอบครับ (ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นรอบที่เท่าไรแล้ว) นั่นคือมีผู้ก่อการร้ายอะไรสักอย่าง บุกยึดอะไรสักอย่าง เพื่อทำอะไรสักอย่าง (ที่ไม่เป็นผลดีต่อผู้คน) แล้วก็จะต้องมีตัวเอกเก่งๆ สักคนหาทางทำอะไรสักอย่าง เพื่อต่อสู้ขัดขวางไม่ให้พวกมันทำได้ดั่งใจ
Don’t Breathe 2 ภาคต่อที่กะแล้วว่ายังไงก็ต้องเกิดขึ้น ลองว่าภาคแรกทำออกมาดี และรายได้ยังการันตีตั้ง $157 ล้านจากทั่วโลก (ส่วนทุนอยู่ที่ประมาณ $9.9 ล้าน) แบบนี้ภาคต่อย่อมต้องมาครับ
ทันทีที่ End Credits ของ Scream ภาคนี้โผล่ขึ้นมา ผมก็ค่อยๆ ถามตัวเองว่า “เราชอบภาคนี้ไหมเนี่ย?”
แม้จะใช้ชื่อว่า Shock Wave 2 และได้เฮียหลิวเต๋อหัวกับผู้กำกับ Herman Yau อีกทั้งดาราหน้าเดิมบางส่วนกลับมาร่วมงานกันก็ตาม แต่เนื้อเรื่องในภาคนี้กับภาคแรกไม่ได้เกี่ยวข้องกันครับ เรียกว่าคนละตัวละครคนละเรื่องกันเลย
Shock Wave ว่าด้วยเรื่องของ จางไจ้ซาน (หลิวเต๋อหัว) เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ระเบิดที่ปลอมตัวเข้าไปแทรกซึมอยู่ในแก๊งโจรที่มีหัวหน้าคือ หงจี้เผิง (Wu Jiang) หลังพวกโจรลงมือปล้นแล้วจางไจ้ซานก็เปิดเผยตัวตนเพื่อจับกุมครับ แต่เขาจับคนในแก๊งได้แค่บางส่วน ในขณะที่หงจี้เผิงหลบหนีไปได้
Mile 22 ถือว่ามีช่วงที่มันส์อยู่ครับ พอดูได้เพลินๆ เพียงแต่รู้สึกว่ายังไม่สุดเท่านั้นเอง ซึ่งพอดูไปจนจบก็พอจะเข้าใจน่ะนะครับว่าเพราะอะไรมันถึงยังไม่สุด
ดู Fast & Furious 9 ด้วยใจไร้คาดหวังตามเคยครับ ว่าตามจริงคือผมไม่ถึงกับเป็นแฟนหนังชุดนี้ คือดูทุกภาคได้แบบเพลินๆ มาชอบมากหน่อยก็ภาค 5 และ 6 ต่อด้วย 7
Great White อีกหนึ่งหนังสัตว์โลกน่ารักว่าด้วยฉลามกับกลุ่มคนที่มีวิบากกรรม ต้องไปเผชิญกับมันกลางทะเลครับ
มีคำกล่าวว่า มหาสมุทรอันกว้างใหญ่ ก็คือหยดน้ำเล็กๆ มากมายมารวมตัวกัน