เคยดู Cold Pursuit รอบหนึ่งแล้วไม่ได้ติดใจอะไรมาก แต่นี่เอามาดูอีกสักรอบเผื่อจะรู้สึกดีขึ้นครับ เพราะระยะหลังนี่หนังของป๋า Liam Neeson ดูสนุกน้อยลงเรื่อยๆ
เคยดู Cold Pursuit รอบหนึ่งแล้วไม่ได้ติดใจอะไรมาก แต่นี่เอามาดูอีกสักรอบเผื่อจะรู้สึกดีขึ้นครับ เพราะระยะหลังนี่หนังของป๋า Liam Neeson ดูสนุกน้อยลงเรื่อยๆ
บอกแบบไม่อ้อมค้อม ตอนจบของ No One Will Save You นี่มันโดนเส้นผมซะจริงๆ ทำเอาผมรู้สึกชอบหนังเรื่องนี้ไปเลย
The Protege เป็นหนังแอ็คชั่นทริลเลอร์ว่าด้วยโลกของนักฆ่าที่น่าสนใจพอตัวในครึ่งแรกครับ ก่อนที่อะไรๆ จะดูธรรมดาขึ้นตามลำดับในครึ่งหลัง
ว่าตามจริง Last Night in Soho คือหนังแนวตามสืบคดีฆาตกรรมและหาตัวฆาตกรแบบที่เราเคยเห็นกันมานักต่อนักแล้วนะครับ แต่จุดที่ทำให้หนังมีความสดขึ้นมาหน่อยก็คือลีลาลูกเล่นในการเล่าเรื่องและการนำเสนอของผู้กำกับ Edgar Wright
ไม่รู้ผมเป็นอยู่คนเดียวไหมน่ะนะครับ แต่ตลอดการดู The Pope’s Exorcist เนี่ย ใจผมมันนึกแต่จะฮาครับ เหมือนในหัวมันคันยิกๆ มันอยากจะขำเป็นระยะๆ
เอมิลี่ เจนกินส์ (Renee Zellweger) นักสังคมสงเคราะห์สาวที่ขยันทำงานช่วยเหลือครอบครัวที่มีปัญหา อยู่มาวันหนึ่งเธอได้รับหน้าที่ให้ไปดูแลครอบครัวซัลลิแวนที่ดูเหมือนว่าคนเป็นพ่อและแม่ของครอบครัวนี้ จะดูแลลูกสาวที่ชื่อลิลิธ (Jodelle Ferland) ได้ไม่ดีสักเท่าไร แล้วเมื่อถึงจุดหนึ่งเธอก็ตัดสินใจยื่นมือเข้าช่วยลิลี่ให้พ้นจากมือพ่อแม่ แต่เธอไม่รู้เลยครับว่านั่นแหละคือจุดเริ่มของความสยองที่กำลังจะเกิดขึ้นกับเธอและคนรอบตัว
พอดูหนังที่สร้างโดย Netflix บ่อยๆ มันก็ทำให้จับทางได้น่ะครับว่าหนังของที่นี่มันน่าจะประมาณนี้แหละ โทนแบบนี้ สเกลประมาณนี้ อย่างหนังแอ็คชั่นมันก็จะใหญ่ประมาณหนึ่ง ความลุ้นก็ประมาณหนึ่ง แต่มันจะไม่ถึงกับบิ๊กเบิ้มอลังการแบบหนังเข้าโรง เรียกว่ามันจะมีเพดานของมันอยู่
8 ดาบทรมาน 6 ดาบสังหาร – 14 Blades เล่าเรื่องของแม่ทัพชิงหลง (เจิ้นจื่อตัน, Donnie Yen) หัวหน้าหน่วยองค์รักษ์จินหยีเว่ยที่มีหน้าที่กำจัดใครก็ตามที่มีแววแข็งข้อกับทางการ และล่าสุดชิงหลงก็ได้รับคำสั่งให้ไปจับกุมเสนาเฉิ่นเหย่น (หลิวสงเหยิน, Damian Lau) แต่กลายเป็นว่าขันทีเจี่ยจิงจุง (Kar-Ying Law) คิดการใหญ่ วางแผนหมายจะกำจัดชิงหลงและพรรคพวกเพื่อที่ตนจะได้ครอบครองอำนาจของหน่วยจินหยีเว่ยแทน
Smile นี่ก็เป็นอีกเรื่องครับที่ตอนแรกทำขึ้นสำหรับลงฉายทางสตรีมมิ่งของ Paramount+ แต่ปรากฏว่าตอนฉายรอบทดลองได้รับการตอบรับดีมาก เลยมีการโยกหนังมาฉายจอใหญ่ แล้วผลลัพธ์ก็สวยงามมากมายครับ หนังโกยในอเมริกาไป $105 ล่้าน ถ้ารวมทั่วโลกก็ $217 ล้าน (จากทุนสร้างประมาณ $17 ล้านครับ)
โหดทะลุแดด หนังแอ็คชั่นตำรวจคู่หูที่ผสมลีลาบู๊เข้ากับเรื่องเบาสมองได้ลงตัวพอสมควรครับ