โดยส่วนตัวแล้ว ผมมองว่า Chappie คือหนังที่มีแก่นหลักว่าด้วย “พลังแห่งการเปลี่ยนแปลง”
โดยส่วนตัวแล้ว ผมมองว่า Chappie คือหนังที่มีแก่นหลักว่าด้วย “พลังแห่งการเปลี่ยนแปลง”
มีอยู่วันหนึ่งคุณอาสุวิทย์ ขาวปลอดโทรมาบอกว่าอยากให้ผมดูหนังเรื่องหนึ่ง แต่มีข้อแม้ว่าระหว่างดูพยายามอย่าเดาเรื่อง แค่ดูไปเรื่อยๆ ก็พอ… หนังเรื่องนั้นก็คือ Predestination
Europa Report มาในแนวหนังไซไฟแบบ Found Footage ว่าด้วยกลุ่มนักบินอวกาศที่ออกไปสำรวจดวงจันทร์ดวงที่ 4 ของดาวพฤหัสที่อาจมีร่องรอยของสิ่งมีชีวิต
กะอยู่แล้วครับว่า Robot Overlords จะมีผลออกมาประมาณนี้ ^_^
สำหรับผมแล้ว Absolutely Anything น่าสนใจเพราะหนังกำกับโดย Terry Jones หนึ่งในดาวตลกอังกฤษคณะ Monty Python ที่พี่แกมีจินตนาการสนุกๆ และเพี้ยนๆ เอามาบอกเล่าให้แก่คนดูอยู่เรื่อยๆ
Young Ones มาพร้อมพล็อตที่น่าสนใจไม่น้อยครับ เรื่องของโลกอนาคตที่ “น้ำ” กลายเป็นของหายาก แผ่นดินแห้งแล้งไร้ชีวิต ผู้คนจึงพากันแย่งชิงครอบครอง “น้ำ” ซึ่งมีค่ากว่าทองคำซะอีก (เพราะขาดทองยังอยู่ได้ แต่ขาดน้ำก็ถึงตายน่ะครับ ^_^)
Elysium ถือเป็นก้าวต่อมาที่ใหญ่พอตัวของผู้กำกับ Neill Blomkamp หลังจากเกิดเต็มๆ ไปกับ District 9
ผมชอบ Tomorrowland แม้มันจะไม่ได้สนุกมากมายดังที่หวังไว้ แต่สิ่งที่โดนใจคือ จินตนาการ และประเด็นสาระที่หนังต้องการสื่อครับ ^_^
ผมดู Crawlspace เพราะนึกว่ามันจะให้อารมณ์ประมาณ Cube หนังไซไฟสยองลึกลับที่แสนจะคลาสสิก คือไม่ได้คาดหวังว่ามันจะคลาสสิกหรอกครับ แต่อย่างน้อยให้มันได้อารมณ์ลึกลับบ้างก็ยังดี
จำได้ว่ายุคหนึ่งที่ Sylvester Stallone ถึงขาลง เขาก็เริ่มเล่นหันมาเล่นหนังทุนไม่สูง ในขณะที่ Bruce Willis ตอนนั้นยังมีหนังใหญ่ๆ เล่นอยู่เรื่อยๆ