อารมณ์ตอนผมดูหนังเรื่องนี้นี่เหมือนตอนผมดู Dirty Harry เป็นครั้งแรกเลยครับ คือมันมีความรู้สึกว่าหนังน่าติดตาม ดูแล้วมันอยากดูต่อ อยากรู้ว่าเรื่องมันจะไปทางไหนต่อ
อารมณ์ตอนผมดูหนังเรื่องนี้นี่เหมือนตอนผมดู Dirty Harry เป็นครั้งแรกเลยครับ คือมันมีความรู้สึกว่าหนังน่าติดตาม ดูแล้วมันอยากดูต่อ อยากรู้ว่าเรื่องมันจะไปทางไหนต่อ
หนังแนวสร้างจากชีวิตจริงของนักกีฬาที่ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตานี่เป็นอะไรที่ผมโปรดมากอีกแนวหนึ่งครับ เพราะดูแล้วมันเพิ่มพลังใจให้เราก้าวเดินต่อไปในโลกใบนี้ (ที่มีทั้งวันฟ้าใสและวันฟ่้ามืด) ได้เสมอ
ภาคสามปิดท้ายไตรภาคครับ คราวนี้แอมเบอร์ (Rose McIver) กับกษัตริย์ริชาร์ด (Ben Lamb) แห่งอาณาจักรอัลโดเวียกำลังจะมีรัชทายาทตัวน้อยๆ และในช่วงเดียวกันนั้นเองอัลโดเวียยังมีพิธีต่อสนธิสัญญาสันติภาพกับอาณาจักรเพนเกลียอีกด้วย แต่ทีนี้ตัวสัญญาดันหายไปอย่างลึกลับ ทำให้ทุกคนต้องรีบตามหาสัญญานั้นคืนมาก่อนเวลาจะหมดลง
ได้ข่าวว่าภาคแรกฮิตเอาเรื่องจนส่งผลให้ Netflix หันมาจับตลาดหนังวันคริสต์มาสแบบเป็นล่ำเป็นสัน และแน่นอนว่าก็ต้องมีการเข็นภาคต่อของเรื่องนี้ออกมาตามระเบียบครับ
รัสเซลล์ (Paul Greene) เจ้าของร้านขายของเก่าพาสต์ เพรสเซ็นส์ได้ไปเจอกับเครื่องแบบทหารสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยในกระเป๋าเสื้อมีภาพถ่ายใบหนึ่งอยู่ และเขาก็ตัดสินใจที่จะหาทางคืนเครื่องแบบนี้ให้กับเจ้าของตัวจริง เขาเลยพยายามหาข้อมูลเพิ่มเพื่อหาเจ้าของ และนั่นก็ทำให้เขาได้เจอกับผู้พันแคโรไลน์ อัพตัน (Jill Wagner) ศาสตราจารย์ด้านประวัติศาสตร์การทหารที่ขันอาสามาช่วยเขาในภารกิจนี้ – และพวกเขาก็รักกันครับ 555
เมื่อ Netflix มีหนังรักออกมาผมก็พร้อมตามดูเสมอครับ ส่วนหนึ่งก็เพราะชอบหนังแนวนี้ ดูสบายๆ ดี แล้วไหนจะวิวสวยๆ อีก ของแบบนี้ถือว่าเข้าทางเลยครับ
เอ็มม่า แฮร์ริส (Jen Lilley) นักบัญชีสาวที่กำลังรู้สึกว่าชีวิตของเธอนั้นช่างจำเจและไร้สีสัน เธอเลยตัดสินใจก้าวออกจากคอมฟอร์ดโซนแล้วก็ลองเข้าสู่โลกแห่งการเต้น และที่นั่นเธอได้เจอกับ ลีโอ มอนโร (Matthew Morrison) นักเต้นมืออาชีพที่กำลังหาคู่เต้นคนใหม่เพื่อจะได้เข้าแข่งขันเต้นคู่ในงานประกวดยูลไทด์ โปร/แอม และนั่นล่ะครับคือจุดเริ่มต้นของความรักหวานๆ บนลานเต้นรำ
เรื่องเกิดในเมืองแอปเปิลตันครับ เมื่อคริสตีน ซิมส์ (Danica McKellar) พบว่าร้านขายของของพ่อแม่เธอกำลังจะต้องปิดตัวลงหากพวกเขาไม่สามารถหาเงินมาจ่ายได้ทัน เธอเลยปิ๊งไอเดียที่จะลงแข่งเต้นรำเพื่อชิงเงินรางวัล และคนที่อาสามาเป็นคู่เต้นกับเธอก็คือ แมทธิว รัสเซลล์ (David Haydn-Jones) ที่ฝีมือการเต้นอาจยังไม่แข็งแรง แต่เขาก็มาพร้อมใจที่อยากช่วยเธอแบบเกินร้อย
แอ๊ดดี้ สตีเวนส์ (Merritt Patterson) คือหมอจัดกระดูกประจำคลินิกในนิวยอร์คที่กำลังเฮิร์ตจากความรักครั้งเก่า แล้วอยู่มาวันหนึ่งเธอก็ได้รับข้อความจากหญิงชรานามว่า เมย์เบล แกรนเวย์ (Jayne Eastwood) พูดง่ายๆ คือเมย์เบลส่งข้อความให้ผิดเบอร์ครับ แต่นั่นก็กลายเป็นจุดเริ่มของสายใยไมตรีที่ทั้งคู่มีให้กัน
แอนนา พาริซี (Katrina Law) ศิลปินสาวที่รักในการวาดภาพแบบสุดๆ แต่เนื่องจากงานศิลปะยังไม่สามารถเลี้ยงชีพเธอได้เธอเลยตัดสินใจรับจ็อบเสริมเป็นนักช็อปส่วนตัวครับ หน้าที่ของเธอก็คือช่วยผู้ว่าจ้างในการเลือกสรรหาของขวัญให้ถูกใจผู้รับที่สุด และลูกค้ารายแรกของเธอก็คือ มาร์ค เรห์นควิสต์ (Aaron O’Connell) นักโฆษณาหนุ่ม แล้วหลังจากนั้นท่านก็คงพอเดาได้น่ะนะครับ ว่าพอพวกเขาได้ใช้เวลาร่วมกัน ได้รู้จักกันและกันมากขึ้น ความรักก็เริ่มก่อตัวขึ้นตามระเบียบ