ภาคสุดท้ายของ Midnight Run ฉบับดั้งเดิมครับ หนนี้ แจ็ค เวลช์ (Christopher McDonald) นักล่าเงินรางวัลคนเก่งได้รับงานให้พาตัวสาวสวยนามว่า ลอร์น่า (Melora Walters) ซึ่งหนีไปเม็กซิโก เนื่องจากเธอโดนหลอกใช้ และโดนทางการตามล่าเนื่องจากคิดว่าเธอคือฆาตกร
ภาคสุดท้ายของ Midnight Run ฉบับดั้งเดิมครับ หนนี้ แจ็ค เวลช์ (Christopher McDonald) นักล่าเงินรางวัลคนเก่งได้รับงานให้พาตัวสาวสวยนามว่า ลอร์น่า (Melora Walters) ซึ่งหนีไปเม็กซิโก เนื่องจากเธอโดนหลอกใช้ และโดนทางการตามล่าเนื่องจากคิดว่าเธอคือฆาตกร
ภาค 3 ของหนังชุด Midnight Run ที่ทำออกมาเพื่อลงวีดีโอครับ ภาคนี้แจ็ค เวลช์ (Christopher McDonald) ต้องเดินทางไปยังเมืองชนบทในโอคลาโฮม่า เพื่อลากตัว เดล แอดเลอร์ (Kyle Secor) ที่หนีประกันไป
Midnight Run ภาคแรกถือเป็นหนังแอ็กชันคู่หูที่สนุกเข้าขั้นอีกเรื่องครับ และจัดว่าประสบความสำเร็จไปพอตัว และนี่คือหนังภาคต่อที่ทำสำหรับลงวีดีโอครับ ซึ่งเป็นธรรมเนียมปฏิบัติอย่างหนึ่งของค่าย Universal ที่มักเอาหนังดังๆ ในอดีตของตนเองมาทำหนังลงทีวีหรือไม่ก็ลงม้วนแบบนี้ (ประมาณว่ามีแฟนๆ ตามดูอยู่แล้ว เลยทำออกมา)
หนังตั้งชื่อไทยได้ไม่เลวนะว่ามั้ย ฟังแหม่งๆ แต่ก็พอทำเนาน่ะครับ
ผมว่าพวกคำพังเพยสุภาษิตทั้งหลายของบ้านเรามันก็ค่อนข้างตรงกับความจริงเน้อะ คือเห็นจริงได้ตลอดหากเราสังเกตกันดีๆ และจากหนังเรื่องนี้ก็เข้าข่ายลางเนื้อชอบลางยาไปเต็มๆ
ผมมักบอกกับตัวเองและใครๆ เสมอว่าอย่าตั้งความหวังกับสิ่งใดมากจนเกินไป โดยเฉพาะกับการดูภาพยนตร์
อย่างที่ผมเคยบอกล่ะครับว่าชอบดูหนังแนวสยองขวัญ ลึกลับ เพราะมันลุ้นดีกว่า เอ้า เขาจะมีอะไรมาทำเสนอเราอีกบ้าง ทั้งๆ ที่พล็อตมันก็ย่ำกันไปกันมาจนไม่มีที่ให้ประทับรอยเท้ากันแล้ว
ภาคปิดท้ายไตรภาคที่ยังคงกำกับโดย Larry Cohen เจ้าเก่า คราวนี้ถ้าจะว่าไปแล้ว หนังมีเนื้อเรื่องที่น่าสนขึ้นนะครับ
แฟรงค์ เดวิส (John P. Ryan) ตัวเอกจากภาคแรก โผล่มาตอนต้นเรื่องเพื่อเตือนสามีภรรยาคู่หนึ่ง (Frederic Forrest และ Kathleen Lloyd) ว่าให้ระวังว่าลูกของพวกเขาอาจกลายพันธุ์กลายเป็นสัตว์สยองกระหายเลือด แบบเดียวกับที่เคยเกิดกับภรรยาของเขามาก่อน
เรากลับมาที่หนังสยองเก่าๆ กันอีกซักเรื่องสองเรื่องสามเรื่องนะครับ (มีอีกเยอะ ไม่ต้องห่วง เล่าทุกวันไปยันปีหน้ายังไม่หมดเล้ยหนังแนวเนี้ย ดูเยอะเป็นบ้าเลยเรา)