เฮียเฉินหลงกลับมาอีกครั้งในหนังวิ่งสู้ฟัดโดยที่คราวนี้เป็นเรื่องราวใหม่ครับ กล่าวคือตัวเอกไม่ใช่เฉินกูกู๋อีกต่อไป (แต่ก็ยังแซ่เฉินอยู่) แต่ก็ยังว่าด้วยภารกิจเสี่ยงตายจับผู้ร้ายของนายตำรวจอยู่เหมือนเดิม
เฮียเฉินหลงกลับมาอีกครั้งในหนังวิ่งสู้ฟัดโดยที่คราวนี้เป็นเรื่องราวใหม่ครับ กล่าวคือตัวเอกไม่ใช่เฉินกูกู๋อีกต่อไป (แต่ก็ยังแซ่เฉินอยู่) แต่ก็ยังว่าด้วยภารกิจเสี่ยงตายจับผู้ร้ายของนายตำรวจอยู่เหมือนเดิม
วันก่อนพูดถึงหนังภาคต่อของวิ่งสู้ฟัดที่ไม่ได้ใช้ชื่อไทยว่าวิ่งสู้ฟัดไปแล้ว มาวันนี้ก็จะขอพูดถึงหนังที่ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับวิ่งสู้ฟัด แต่ได้ใช้ชื่อไทยว่าวิ่งสู้ฟัดนะครับ
เหตุผลที่อยากดูหนังเรื่องนี้ไม่ใช่อะไรหรอกครับ คือเห็นตัวอย่างแล้วพบว่าหนังมันไม่เน้น Effect ไม่เน้น CG แบบที่หนังสมัยนี้ชอบทำกันออกมา แต่บู๊กันด้วยหมัดกับเท้าแล้วก็ใช้สลิง ใช้ระเบิดตูมตามตามสูตรหนังกำลังภายในสมัยก่อน ก็เลยรู้สึกสนใจขึ้นมา
คำนิยามที่เหมาะที่สุดสำหรับหนังเรื่องนี้ก็คงเป็น “เอ็กซ์เมนอัพยา” น่ะครับ เพราะในเรื่องเราจะได้เจอคนที่มีพลังพิเศษแตกต่างกันไป แต่ที่มาของพลังนั้นมันคือยาครับ ประมาณว่าเสพแล้วพลังจะบังเกิดอะไรประมาณนั้น
ผมรู้จัก Chadwick Boseman เป็นครั้งแรก จากหนังเรื่องนี้ครับ
ดูเรื่องนี้แล้วชวนให้นึกถึง Rocky ครับ สไตล์มาคล้ายๆ กัน เรื่องของนักชกระดับล่าง นามว่าจอห์นนี่ วอล์คเกอร์ (Mickey Rourke) ที่ใช้ชีวิตแบบ “อยู่ไปวันๆ” และยังไม่มีแก่นสารที่เป็นชิ้นเป็นอันสักเท่าไร
ภาคแรกผมชอบครับ มาภาคสองก็ทำเอาผมเป๋ไปเหมือนกัน เพราะมันคือการเอาภาคแรกมาทำใหม่ (แต่ความสนุกหล่นหายไปเยอะ) ดังนั้นภาค 3 ผมเลยไม่กล้าคาดหวังใดๆ
ผมพอจะคาดเดาได้นะครับว่าหนังจะออกมาอีท่าไหน คือความคาดหวังน่ะไม่มีอยู่แล้ว กะดูเอาฮาอย่างเดียว แต่ครั้นพอได้ดูก็ยอมรับเลยครับว่าอดจะแอบเฮิร์ทไม่ได้ที่หนังเอาชื่อ Deep Blue Sea มาใช้
ก่อนดูผมก็คิดน่ะนะครับว่าหนังจะออกมาเวิร์กไหม เพราะโดยแนวทางแล้วมันคือการเอา The Towering Inferno มาทำใหม่ และครั้นพอได้ดูก็พบว่าหนังทำได้สนุก ตื่นเต้น และน่าติดตามไม่ใช่น้อย
ถือเป็นหนังรวมมิตรครับ เพราะรวมเอาแนวภัยพิบัติกับแนวสัตว์โลกน่ารักเข้าด้วยกัน ได้ออกมาเป็นหนังระทึกขวัญที่ดูแล้วจัดว่าตื่นเต้นไม่เลวทีเดียว