หมวดหมู่: Movie Reviews

Colors of Love (2021) สีสันสื่อรักแห่งเราสอง

Colors of Love หนังโรแมนติกที่เนื้อเรื่องธรรมดา ไม่แปลกใหม่อะไร แต่สิ่งที่เตะตาผมมากๆ คือฉากหลังครับ เรื่องราวเกิดช่วงฤดูใบไม้ร่วง เราเลยจะได้เห็นบรรยากาศดีๆ อบอวลไปด้วยใบไม้สีนวลตาประดับอยู่ในแทบทุกฉาก

Hitman’s Wife’s Bodyguard (2021) แสบ ซ่าส์ แบบว่าบอดี้การ์ด 2

Hitman’s Wife’s Bodyguard ถือเป็นภาคต่อภาคบังคับอีกเรื่องที่ต้องเกิดขึ้นครับ หลังจากภาคแรกฮิตเกินคาด โกยทั่วโลกไป $176 ล้าน (จากทุนเพียง $30 ล้าน)

นักฆ่าเทวดาแขนเดียว (2011) Wu Xia

สิ่งแรกที่ควรรู้เกี่ยวกับ นักฆ่าเทวดาแขนเดียว ก็คือ แม้หน้าหนังจะดูเป็นหนังแอ็กชัน แต่เอาเข้าจริงหนังบู๊กันไม่เยอะครับ มีฉากต่อยตีต่อสู้จริงๆ เพียง 3 ช่วงเท่านั้น นอกนั้นจะออกแนวหนังชีวิตผสมด้วยการสืบสวนเสียมากกว่า

The Unholy (2021) เทวาอาถรรพ์

The Unholy เล่าถึงเรื่องของอลิซ (Cricket Brown) สาวน้อยที่บกพร่องทางการได้ยินมาตั้งแต่เด็ก แต่แล้ววันหนึ่งปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้น เมื่อเธอสามารถพูดได้และยังมีพลังสามารถเยียวยารักษาผู้คนที่เจ็บไข้ได้อีกด้วย ซึ่งเธอเชื่อว่าเธอได้รับพรจากพระแม่มารีย์ และมีหน้าที่ช่วยเหลือคนให้หลุดพ้นจากความทุกข์ทน

Chip ‘n Dale: Rescue Rangers (2022)

Chip ‘n Dale: Rescue Rangers เป็นหนึ่งในหนังที่ผมขำหนักมากในปีนี้ครับ คงเพราะหนังถูกเส้นผมพอดี สารพัดมุกในหนังมันเข้าเป้าเรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะจากผมได้แบบเป็นกอบเป็นกำ

Operation Christmas Drop (2020) ภารกิจของขวัญจากฟ้า

พูดก็พูดครับ เวลาเขียนถึงหนังสูตรสำเร็จโรแมนติกแบบนี้แล้วบางทีก็ไม่รู้จะเขียนอะไร เพราะสิ่งที่เขียนก็คงเป็นอะไรเดิมๆ แบบที่ผมเขียนเกี่ยวกับหนังสไตล์นี้มาแล้วไม่รู้กี่รอบ

Interceptor (2022) สงครามขีปนาวุธ

จะว่าไปแล้ว Interceptor ก็คือหนังที่เอาสูตรสำเร็จสไตล์ Die Hard มาปรุงใหม่อีกรอบครับ (ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นรอบที่เท่าไรแล้ว) นั่นคือมีผู้ก่อการร้ายอะไรสักอย่าง บุกยึดอะไรสักอย่าง เพื่อทำอะไรสักอย่าง (ที่ไม่เป็นผลดีต่อผู้คน) แล้วก็จะต้องมีตัวเอกเก่งๆ สักคนหาทางทำอะไรสักอย่าง เพื่อต่อสู้ขัดขวางไม่ให้พวกมันทำได้ดั่งใจ

Don’t Breathe 2 (2021) ลมหายใจสั่งตาย 2

Don’t Breathe 2 ภาคต่อที่กะแล้วว่ายังไงก็ต้องเกิดขึ้น ลองว่าภาคแรกทำออกมาดี และรายได้ยังการันตีตั้ง $157 ล้านจากทั่วโลก (ส่วนทุนอยู่ที่ประมาณ $9.9 ล้าน) แบบนี้ภาคต่อย่อมต้องมาครับ

Venom: Let There Be Carnage (2021) เวน่อม ศึกอสูรแดงเดือด

หลังดู Venom: Let There Be Carnage จบ ก็นิยามหนังได้แบบสั้น ง่ายและได้ใจความว่า “ดูเอามันส์ล้วนๆ” ครับ (เนื้อหาในรีวิวชิ้นนี้อาจมีสิ่งที่เรียกว่า “สปอยล์” สำหรับบางคนนะครับ หากไม่อยากทราบก็ไม่ควรอ่านต่อครับ รู้แค่นี้พอว่า “หนังดูเอามันส์ล้วนๆ”)